“ภาดา บัวขาว” ร้องยธ.ติดคุกฟรีหลังเป็นแพะคดีสจล.1.6พันล้าน
"ภาดา บัวขาว" ร้องยธ. หลังตกเป็นแพะคดีสจล. 1.6 พันล้าน จนติดคุกฟรี 4 ปี 8 ด. ทรัพย์สินที่ถูกยึดหายไปกว่า 8 ล้าน เคราะห์ซ้ำได้ลิขสิทธิ์เวทีนางงามถูกขุดประวัติ ถึงขั้นสปอนเซอร์ถอนตัว
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ สายไหมต้องรอด พานายภาดา บัวขาว หรือโอ๊ต ผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตจำเลยคดีฉ้อโกงเงิน 1,600 ล้าน ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เข้าร้องขอความเป็นธรรมจากกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากถูกกลั่นแกล้งให้ตกเป็นผู้ต้องหา ระหว่างสู้คดีไม่สามารถประกันตัวได้ ต้องติดคุกฟรี 4 ปี 8 เดือน หลังศาลชั้นต้นและอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง จนถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อปีที่แล้ว ก็พบว่าทรัพย์สินของตัวเองที่ถูกยึดเป็นของกลางในคดี ได้สูญหายไปจำนวนมาก เงินในบัญชีธนาคารที่ถูกอายัด ถูกเบิกถอนออกไปโดยปราศจากคำชี้แจงใด ๆ
นายภาดา กล่าวว่า ตนถูกเข้าไปเกี่ยวข้องคดีนี้เนื่องจาก ได้รับการว่าจ้างมาจากนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด หนึ่งในผู้ต้องหารายสำคัญของคดี สจล.ให้มาจัดงาน Event โปรโมทสินค้า 7 ล้านบาท โดยตนได้นำเงินจำนวนนี้ ไปจัดงานแล้วว่าจ้างดาราคนดัง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย หรือการยักยอกเงินมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด โดยศาล ชั้นต้นและอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องตน และไม่มีการยื่นฎีกาต่อ ทำให้ตนเอง บริสุทธิ์พ้นข้อกล่าวหา
นายภาดา เผยอีกว่า หลังจากพ้นโทษออกมาแล้ว จึงได้ไปยื่นขอทรัพย์สินที่ถูกอายัดคืน รวม 40 รายการ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้รับคืน ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าแบรนเนมกว่า 10 ใบ นาฬิกาหรู 3 เรือน สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท กำไลเงิน สร้อยพระเหลี่ยมทอง แหวนเพชร แหวนทองคำขาว ธนบัตรสกุลเงินไทยและดอลลาร์
นอกจากนี้ยังมีเงินสดที่ถูกอายัดไว้ในบัญชีธนาคาร ถูกถอนออกไปกว่า 8 แสนบาท รถ BMW Series 4 มูลค่า 4.7 ล้านบาทที่หายไปไร้ร่องรอย ส่วนบ้านและที่ดินใน จ.ขอนแก่น มูลค่า 1.5 ล้านบาท ทางเจ้าหน้าที่อ้างว่า ตนเองไม่ไปชี้แจงที่มาของทรัพย์สินนี้ จึงตกเป็นของที่ดินไปแล้ว ทั้งที่ความจริงตอนนี้ที่ตนไม่สามารถชี้แจงได้ทันเวลา เพราะถูกคุมขังในเรือนจำ ดำเนินการทางเอกสารลำบาก รวมมูลค่าทรัพย์สินที่สูญหายและไม่ได้คืนกว่า 8 ล้านบาท
โดยที่ผ่านมาตนพยายามติดตามทวงคืนทรัพย์สินตนเองมาโดยตลอด โดยเฉพาะเงิน 8 แสนบาทที่หายไปจากบัญชี แต่ เมื่อทวงถามไปทางธนาคาร ธนาคารก็ให้ไปติดต่อปปง. แต่พอสอบถามปปง. ปปง.ก็ให้ไปพูดคุยกับสรรพากร จนสุดท้ายตนเองยังไม่ย้ำความชัดเจน ยังไม่รวมถึง ค่าเสียโอกาส และสภาพจิตใจที่ตนเอง ต้องติดคุก ทั้งๆที่ไม่ได้ใช้ทำความผิด 4 ปี 8 เดือน ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนจำ ตนได้รับความลำบากเป็นอย่างมาก ถูกตราหน้าว่าเป็นคนชั่วขโมยเงินนักศึกษา ต้องโกหกลูก ว่าอยู่ต่างประเทศ และพูดคุยผ่านจุดหมายเท่านั้น ส่วนลูก ก็ถูกล้อ ว่ามีพ่อเป็นคนขี้คุก ตนเองเสียใจมากจนเคยคิดสั้นเกือบฆ่าตัวตาย ในเรือนจำแต่เจ้าหน้าที่มาช่วยไว้ได้ทัน
นายภาดา กล่าวอีกว่า ตนอยากสอบถามว่าเมื่อตนเองได้รับการพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์ จะมีหน่วยงานใด ออกมาเยียวยารับผิดชอบ สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองบ้าง เพราะแม้แต่หลังออกมาจากคุกแล้ว ตนเองไปประกอบอาชีพอะไรก็ถูกขุดคุ้ยข่าวเก่าจนไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ ล่าสุดตนเองซื้อลิขสิทธิ์เวทีนางงามประกวดชื่อดังที่จังหวัดชลบุรีแต่ก็ถูกเจ้าของเวทีคู่แข่ง ไลฟ์ ด่าทอแล้วขุดอดีตของตนมาโจมตี ทำให้ตนเองเสียโอกาสในการทำ ธุรกิจหลายอย่าง จนถูกถอนสปอนเซอร์ไปมากกว่า 1 ล้านบาท ดังนั้นหลังจากนี้ตนจะมอบหมายให้ทางทนายความรวบรวมพยานหลักฐานฟ้องกลับองค์กรและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในคดีนี้ สวนทางมหาวิทยาลัย ที่เป็นโจทย์ ยื่นฟ้องตนนั้นหากจะมาเจรจาเยียวยาตนเองก็ยินดี
ด้านนายวรพันธ์ กลัดหว่าง นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่ารายการเยียวยา ผู้เสียหายในคดีอาญาที่ศาลไม่พิพากษา ถึงที่สุด ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ กรมคุ้มครองสิทธิจะจ่าย เงินทดแทนระหว่างถูกคุมขังวันละ 500 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำและค่าจ้างทนายความไม่เกิน 100,000 บาท
ส่วนนายปริญญ์วัฒน์ เปี่ยมปิ่นวงศ์ หัวหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่าในเรื่องทรัพย์สินของกลางที่หายไป ได้รับเรื่องเอาไว้และจะให้ผู้เสียหายรวบรวมเอกสารทรัพย์สิน มายื่นในภายหลัง จากนั้นจะช่วยเร่งรัดติดตามทรัพย์สินกับหน่วยงานต่างๆ กลับคืนมา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews