โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทรนด์ปี 2023 คนเลือกงานได้ พร้อมหางานใหม่ ถ้า ‘เงิน-สมดุลชีวิต’ ไม่ตอบโจทย์

TODAY

อัพเดต 06 มี.ค. 2566 เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2566 เวลา 02.00 น. • workpointTODAY

ใครเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ไม่เลือกงานไม่ยากจน” มีอะไรก็ทำๆ ไปก่อน ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรในที่ทำงานก็อย่าเพิ่งลาออก รักษางานประจำไว้ดีที่สุด

จนเหมือนกับว่า ‘อำนาจต่อรอง’ ของลูกจ้างหรือพนักงานนั้นมีน้อยนิดเหลือเกิน

แต่ถึงอย่างนั้น เทรนด์ล่าสุดของปี 2023 ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว หลังผลสำรวจล่าสุดของ JobsDB บอกว่าคนทำงานส่วนใหญ่มั่นใจว่ามีอำนาจต่อรองที่แข็งแกร่ง และเปิดโอกาสให้งานใหม่ๆ เสมอ

[ คน 74% ได้รับการติดต่อเรื่องงานใหม่ปีละหลายครั้ง ]

โดย SEEK บริษัทแม่ของ JobStreet และ JobsDB ร่วมกับ Boston Consulting Group (BCG) และ The Network จัดทำผลสำรวจใหม่ล่าสุดในหัวข้อ “สิ่งที่ผู้สมัครอยากให้ผู้ประกอบการรู้: อนาคตแห่งการจ้างงาน และการสรรหาที่เปลี่ยนไป”

โดยมีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามรวม 97,324 คน จากอินโดนีเซีย ฮ่องกง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย

ซึ่งผลสำรวจพบว่า 34% ของผู้ตอบแบบสอบถามกำลังมองหางานใหม่ ทั้งนี้ เหตุผล 3 อันดับแรกที่ทำให้ผู้สมัครงานเริ่มมองหางานใหม่คือ

  • ต้องการมองหาตำแหน่งที่น่าสนใจกว่าหรือตำแหน่งสูงขึ้นกว่าเดิม (49%)
  • งานที่ทำอยู่ปัจจุบันมีโอกาสในการเติบโตน้อย (30%)
  • เงินเดือนและสวัสดิการในปัจจุบันยังไม่น่าพอใจ (27%)

จากผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามยังคงรู้สึกมั่นใจที่จะมองหาโอกาสใหม่ๆ แม้จะกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังรู้ว่าตัวเองยังคงเป็นที่สนใจของของผู้ประกอบการอยู่

โดยจากการสำรวจพบว่า 74% ของผู้สมัครงานทั่วภูมิภาค ได้รับการติดต่อเรื่องตำแหน่งงานใหม่ ๆ ปีละหลายครั้ง และ 36% ได้รับการติดต่อทุกเดือน สำหรับในประเทศไทย ตัวเลขเหล่านี้ค่อนข้างสูงอยู่ที่ 68% และ 34% ตามลำดับ

นอกจากนี้ 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคนี้ และ 68% ของไทย รู้ว่าอำนาจในการเจรจาต่อรองในตำแหน่งงานต่าง ๆ ยังคงเป็นของพวกเขาเช่นกัน

‘ปีเตอร์ บิโธส’ (Peter Bithos) ประธานกรรมการบริหาร SEEK Asia บอกว่า “เมื่อเศรษฐกิจมีแนวโน้มเริ่มถดถอย ผู้ประกอบการเริ่มชะลอการจ้างงาน ดุลอำนาจในตลาดแรงงานจึงมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนจากผู้หางานมาเป็นผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าสถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างออกไป จากการที่หลายองค์กรในเอเชียยังคงฟื้นตัวจากงานที่สูญเสียไปในช่วงโควิด-19 สถานการณ์อัตราการจ้างงานอาจชะลอตัวท่ามกลางความไม่แน่นอน

“เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ณ ขณะนี้ ตลาดงานยังคงเป็นตลาดของผู้สมัครงาน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องรู้วิธีดึงดูด สรรหา และรักษาบุคลากรที่มีความสามารถเอาไว้”

[ สายเทคฯ ยังเป็นที่ต้องการ ]

คุณปีเตอร์ยังกล่าวถึงกระแส Tech Layoff หรือการปลดคนอย่างต่อเนื่องของบริษัทเทคโนโลยีด้วยว่า แม้จะมีการเลิกจ้างพนักงานสายนี้เป็นจำนวนมาก แต่ความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีนั้นยังมีอยู่

“พนักงานสายเทคโนโลยีที่โดนเลย์ออฟ อาจจะหางานในอุตสาหกรรมเดิมได้ยาก แต่อุตสาหกรรมอื่นที่ต้องใช้คนที่มีสกิลหรือตำแหน่งทางด้านเทคโนโลยีนั้นยังมีอยู่

“อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาบริษัทเทคฯ ให้เงินเดือนสูงมากเพื่อแย่งชิงคนทำงาน แต่ในเวลาเช่นนี้ที่เกิดกระแสปลดคน การย้ายที่ทำงานแล้วได้เงินเดือนโดดขึ้น 20% อาจจะเป็นเรื่องยากของคนในอุตสาหกรรมนี้”

[ Work-Life Balance คือสิ่งที่คนต้องการมากสุด ]

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (71%) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกงกล่าวว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดคือ งานที่มั่นคง และ ความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

เช่นเดียวกับผู้ตอบแบบสำรวจในไทยจำนวน 77% ที่ต้องการสิ่งเดียวกัน โดยความต้องการดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกันจากผู้สมัครที่ร่วมตอบแบบสำรวจในทุกตำแหน่งงาน ทุกตลาด และทุกช่วงอายุ

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับปัจจัยชี้ขาดที่ผู้สมัครงานใช้ตัดสินใจเมื่อหางานใหม่ โดยผู้สมัครงานมองว่าความสมดุลระหว่างชีวิตและงาน (17%) เป็นปัจจัยชี้ขาดที่สำคัญรองจากค่าตอบแทนทางการเงิน (22%)

นอกจากนี้ จำนวนวันลาหยุดและความมั่นคงของงานเป็นปัจจัยชี้ขาดอันดับ 3 ที่ผู้สมัครงานให้ความสำคัญ

‘ซาการ์ โกเอล’ (Sagar Goel) พาร์ทเนอร์และผู้ช่วยผู้อำนวยการ BCG กล่าวว่า ความคาดหวังของผู้คนที่มีต่องานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้สมัครงานส่วนใหญ่ไม่ต้องการใช้ชีวิตเพื่อทำงานอีกต่อไป แต่พวกเขาต้องการทำงานเพื่อใช้ชีวิต

“ผู้ประกอบการต้องเข้าใจว่า เงินเดือนที่สูงอาจเป็นหนทางหนึ่งในการดึงดูดคนมีความสามารถ อย่างไรก็ตาม เงินเดือนดังกล่าวไม่อาจรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรได้ในระยะยาว

“โดยผู้หางานในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน สร้างความยืดหยุ่น และต่อยอดความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน”

[ ผู้คนติดใจการทำงานแบบไฮบริด ]

คุณปีเตอร์ กล่าวว่า การทำงานแบบไฮบริดในช่วงโควิดทำให้คนทำงานได้ลิ้มลอง work-Liife Balance และติดใจกับสิ่งนี้ โดยจากผลสำรวจพบว่า 62% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าอยากทำงานแบบไฮบริด ส่วน 27% บอกว่าอยากกลับไปทำงานที่ออฟฟิศเต็มรูปแบบ

และมีเพียง 20% ที่บอกว่าอยากทำงานแบบไม่ต้องเข้าออฟฟิศเลย แสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วผู้คนก็อยากเจอกับทีม อยากอยู่ในวัฒนธรรมองค์กร แต่ไม่อยากเข้าออฟฟิศ 5 วันเท่านั้นเอง

‘ดวงพร พรหมอ่อน’ กรรมการผู้จัดการ JobsDB Thailand กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย ผู้สมัครงานมากถึง 72% ต้องการการทำงานแบบไฮบริด ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกถึง 18% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกง 10%

‘ดวงพร พรหมอ่อน’ กรรมการผู้จัดการ JobsDB Thailand

ทั้งนี้ ตลาดแรงงานไทยนับเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่ตำแหน่งงานที่ได้รับการเสนองานบ่อยเป็นอันดับ 1 ไม่ใช่สายงานด้านไอที แต่เป็นสายงานผู้ใช้แรงงาน (58%) และภาคธุรกิจบริการ (57%)

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงต้องการบุคลากรในสายงานไอทีเป็นจำนวนมาก สะท้อนจากจำนวนการเสนองานต่อสัปดาห์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมล้วนปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

[ กระบวนการจ้างงานแบบไหน ที่ผู้สมัครงานมองหา ]

การสำรวจนี้ยังได้หักล้างและพิสูจน์ความเชื่อผิด ๆ ในการจัดหางานหลายประการ รวมถึงให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้สมัครงานต้องการบนเส้นทางการสมัครงาน ตัวอย่างเช่น

-กระบวนการสรรหาที่ราบรื่นและรวดเร็วเป็นปัจจัยอันดับแรกที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างผู้ประกอบการในระหว่างกระบวนการการคัดสรรบุคลากร (67%)

-49% ของผู้สมัครงานจะปฏิเสธข้อเสนองานที่น่าดึงดูด หากพวกเขาเผชิญกับประสบการณ์เชิงลบ เช่น มีการปฏิบัติต่อผู้สมัครเหมือนไม่ใช่คนเท่ากัน

-แพลตฟอร์มการจัดหางานเป็นช่องทางยอดนิยมที่ใช้ในการสมัครงาน ในขณะเดียวกันคำแนะนำของเพื่อน ก็ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกระตุ้นความสนใจคนที่ไม่ได้กำลังมองหางานให้เริ่มหางาน

อย่างไรก็ตาม สำหรับในประเทศไทย การติดต่อส่วนตัวจากคนในแวดวงอาชีพเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะกระตุ้นความสนใจ และหากพวกเขาเกิดความสนใจแล้ว ส่วนใหญ่มักจะหาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ของบริษัทต่อไป

-เครื่องมือดิจิทัลเพื่อช่วยในการคัดสรรพนักงานที่ล้ำสมัยในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแม้กระทั่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หลายคนชอบการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในช่วงกระบวนการคัดสรรบุคลากร

โดยมีเพียง 24% ที่ระบุว่ารู้สึกสบายใจกับการเข้าร่วมการสัมภาษณ์อัตโนมัติที่ใช้เทคโนโลยี AI ในการสัมภาษณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...