โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบเจ้าหน้าที่เขตราชเทวีเรียกรับผลประโยชน์ 3.2 ล้าน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 เม.ย. 2566 เวลา 20.27 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2566 เวลา 13.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ป.ป.ช. 4 เม.ย.- “ป.ป.ช.- ตร.” บุกรวบเจ้าหน้าที่ สนง.เขตราชเทวี เรียกรับผลประโยชน์ 3.2 ล้านบาท เจ้าตัวปฏิเสธอ้างคิดว่าเป็นเอกสาร

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายศรชัย ชูวิเชียร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายพิศิษฐ์ พัฒนกิจจำรูญ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกันจับกุม นายประมวล อายุ 57 ปี ดำเนินคดีในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149

“ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” มาตรา 157 ที่ลานจอดรถ โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย กรณีเจ้าหน้าที่ สนง.เขตราชเทวี ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เรียกรับเงินจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้บริษัทฯ เข้าไปชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน

พฤติการณ์ กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ สนง.เขตฯ แจ้งให้บริษัทฯ เข้าไปชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน ตามแบบ (ภ.ร.ด.2) และผู้เสียหายได้มอบหมายให้ ตัวแทนซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทฯ เข้าไปติดต่อและต่อมาตัวแทน ของผู้เสียหายได้กลับมาแจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่าเจ้าหน้าที่ สนง.เขตราชเทวี ได้บอกว่าบริษัทฯ จะต้องชำระค่าภาษีประมาณ 40 กว่าล้านบาท แต่หากนำเอาเงินมาให้เจ้าหน้าที่ สนง.เขตราชเทวี รายดังกล่าว จำนวน 3 ล้านบาท จะเก็บเรื่องดังกล่าวไว้ ทำให้บริษัทฯ ไม่ต้องชำระเงินจำนวน 40 กว่าล้านบาท

จากนั้นบริษัทฯ ได้ให้ตัวแทนติดต่อแจ้งว่ายอดภาษีที่แจ้งมานั้น มีจำนวนสูงเกินจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ สนง.เขตฯ ได้ตอบว่าเงินที่เคยเสนอไปจำนวน 3 ล้านบาท ขอเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 3,500,000 บาท เพราะต้องเอาไปแบ่งกรรมการอีกหลายคน ต่อมาผู้เสียหายแจ้งว่าจะนำพนักงานบัญชีของบริษัทฯ ไปขอทราบรายละเอียด ก็ได้คำตอบว่าสามารถลดราคาลงได้เหลือ 3,200,000 บาท ผู้ร้องเรียนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ สนง.เขตราชเทวี เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จงใจเรียกรับเงินเพื่อไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ไม่เก็บภาษีเข้ารัฐฯ จึงมาร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบและในขณะที่ผู้เสียหายได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนอยู่นั้น ตัวแทนของผู้เสียหายได้โทรศัพท์เข้ามาหาและแจ้งว่าได้นัดหมายกับเจ้าหน้าที่ สนง.เขตราชเทวี คนดังกล่าว เพื่อให้เข้ามาพบผู้เสียหายในวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม เวลา 14.00 น. ที่โรงแรมฯ เพื่อรับฟังรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ สนง.เขตฯ ด้วยตนเอง
จนกระทั่ง 31 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. ได้ประสานและวางแผนการจับกุมร่วมกับผู้เสียหายเพื่อกำหนดแนวทางและรวบข้อมูลพยานหลักฐานจนเจ้าหน้าที่ สนง.เขตฯ ได้ขับรถมาที่โรงแรมเพื่อพบตัวแทนผู้เสียหาย โดยทั้งสองได้พูดคุยเจรจาต่อรองกัน สรุปได้ว่าผู้เสียหายต้องจ่ายเงินทั้งสิ้นเป็นเงินจำนวน 3,200,000 บาท พร้อมทั้งนัดหมายส่งมอบเงินให้กับเจ้าหน้าที่ สนง.เขตฯ ในวันที่ 4 เมษายน เวลา 14.00 น. ต่อมาวันที่ 3 เมษายน เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. ผู้เสียหายนำเงินสดจำนวนทั้งสิ้น 3,200,000 บาท มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ กก.1 บก.ปปป. เพื่อเป็นพยานหลักฐาน

ต่อมาวันที่ 4 เมษายน เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. ได้ร่วมกันวางแผนเพื่อแสวงหาพยานหลักฐานและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยให้ผู้เสียหายนำเงินสด ซึ่งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว นำมามอบให้เจ้าหน้าที่ สนง.เขตฯ ที่โรงแรม โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณโดยรอบ เมื่อผู้ต้องหาได้เดินทางมาถึงโรงแรมที่เกิดเหตุ ได้ใช้รถยนต์ราชการของสำนักงานเขตราชเทวี และเมื่อผู้เสียหายได้ส่งมอบเงินแล้ว เจ้าหน้าที่ สนง.เขตฯ กำลังเดินทางกลับ เมื่อถึงบริเวณลานจอดรถโรงแรม เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานเพื่อเข้าทำการตรวจค้น ขณะทำการตรวจค้นพบว่ามีเงินสดจำนวน 3,200,000 บาท อยู่ภายในถุงกระดาษสีขาว ที่เจ้าหน้าที่ สนง.เขต ถือติดตัวมาด้วย เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบเงินสดต่อหน้าผู้ต้องหา พบว่าหมายเลขธนบัตรตรงกับหมายเลขธนบัตรที่ลงบันทึกประจำวันไว้ จึงได้แจ้งพฤติการณ์และข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ
จากการสอบถามผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดในข้อกล่าวหา โดยให้การว่าสิ่งของที่รับมาจากผู้เสียหายนั้น คิดว่าเป็นเอกสารแต่รับว่ารับสิ่งของดังกล่าวมาจากผู้เสียหายจริง .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...