โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลัง จับตา ผลกระทบ สงครามตะวันออกกลาง-ภาษีสหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 14.55 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 07.55 น.

เผ่าภูมิ เผย คลังติดตาม สงครามตะวันออกกลาง-ภาษีสหรัฐฯ ใกล้ชิด ชี้บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่นัดประชุม 18 มิ.ย. 68 นี้ เคาะโครงการภายใต้วงเงิน 1.57 แสนลบ. แนะธปท. ประสานนโยบายการคลัง ดูแลเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน และ การปล่อยสินเชื่อ

17 มิ.ย. 2568 ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้ประเมินภาวะเศรษฐกิจอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามจากสงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นรวมถึงมาตรภาษีสหรัฐฯ กระทรวงการคลังก็ต้องติดตามใกล้ชิด

“ปัจจุบันเฉพาะมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ปัจจัยต่างๆ ก็ยังไม่นิ่ง ขณะที่ยังมีเรื่องสงครามตะวันออกกลางดังนั้นการประเมินเศรษฐกิจต้องทำอย่างเป็นระบบ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”

ทั้งนี้ในวันที่ 18 มิ.ย. 68 จะมีการประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ที่มี น.ส. แพทองธาร ชิณวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน หลังจากที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการฯ ได้หารือเสร็จสิ้นแล้วเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา สำหรับรายละเอียดของโครงการขอให้ติดตามหลังจากการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว

“เราไม่จำเป็นต้องอนุมัติโครงการให้ครบวงเงินทั้ง 1.57 แสนล้านบาท การใช้วงเงินต้องติดตามเรื่องความคุ้มค่าและความเหมาะสมต่อเศรษฐกิจด้วย โดยโครงการจะมีทั้งเรื่องการรับมือภาษีทางการค้า การส่งออก นำเข้า กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และ โครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการหลังจากหารือในคณะกรรมการชุดใหญ่เรียบร้อยแล้วจะต้องเสนอเข้า ครม. ต่อไป”

ดร. เผ่าภูมิ เปิดเผยว่า ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันนี้ ได้รับทราบรายงานประจำครึ่งปี (กรกฎาคม-ธันวาคม 2567) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประจำครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นการรายงานตามปกติ

โดยหลังจากรับทราบรายงานทั้ง 2 ฉบับ กระทรวงการคลังได้มีข้อเสนอแนะไปยัง ธปท. ใน 4 เรื่อง ได้แก่

  • ให้มีการสอดประสานระหว่างนโยบายการเงินและนโยบายการคลังมากขึ้น
  • ให้มีการดูแลเรื่องเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย
  • ให้ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • ให้ดูแลเรื่องการปล่อยสินเชื่อลงสู่ระบบให้มากขึ้น

“ทั้งหมดนี้เป็น 4 เรื่อง ที่กระทรวงการคลัง ให้ความเห็นต่อรายงานของธปท. ซึ่งเป็นการรายงานภาวะเศรษฐกิจตามปกติ แต่กระทรวงการคลังมองว่าเราควรให้ข้อเสนอแนะ 4 ข้อนี้

ส่วนความเห็นเรื่องการสอดประสานนโยบายการเงินการคลังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งต่อไปหรือไม่ ดร. เผ่าภูมิ กล่าวว่า ไม่ได้มีความหมายเป็นพิเศษว่าใครควรทำอะไร แต่มองว่านโยบายการเงินและการคลังควรสอดประสานกันเพราะเป็นนโยบายที่ดูแลเศรษฐกิจในภาพใหญ่

“เราไม่ได้เสนอแนะว่าควรทำอย่างไรให้เงินเฟ้อเข้าใกล้เป้าหมาย เราเสนอแนะแค่เรื่องเป้าหมาย ส่วนวิธีการจะทำอย่างไร ธปท. ก็ทราบดี”

ส่วนความเห็นเรื่องการปล่อยสินเชื่อลงสู่ระบบให้มากขึ้น เหตุผลมาจากการที่กระทรวงการคลังมองว่าในภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทายมากขึ้น หากธปท. ไม่หารือกับสถาบันการเงิน จะทำให้การปล่อยสินเชื่อหยุดไปโดยอัตโนมัติเนื่องจากสถาบันการเงินจะมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...