โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก ‘โรคซิฟิลิส’ ที่กำลังระบาดในหมู่วัยรุ่น ซึ่งความรู้และความตระหนักรู้อาจสำคัญกว่าการตีตรา

Mirror Thailand

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 12.46 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 12.46 น.
ภาพไฮไลต์

ไม่นานมานี้ คลินิกผิวหนังแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม ได้ออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับโรคซิฟิลิสที่กำลังระบาด โดยทางคลินิกพบว่าในเวลา 2 วัน มีคนไข้ถึง 3 คน มาตรวจโรคเนื่องจากมีผื่นแดงขึ้นตามแขนขาและลำตัวซึ่งพบว่าเป็นอาการของโรคซิฟิลิส และหนึ่งในนั้นยังติดเชื้อ HIV ด้วย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวนี้ทำให้คนเข้ามาสนใจเป็นจำนวนมาก

แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้ทำให้หลายคนเกิดความกังวล และพบว่าคอมเมนต์ส่วนใหญ่ตามเพจต่างๆ มองว่าปัญหาหลักคือพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น โดยมีการใช้คำที่แฝงไปด้วยอคติเช่น ‘สำส่อน’ ‘มั่ว’ หรือ ‘ง่าย’ และขณะที่เราปฏิเสธได้ยากว่าความประมาทเรื่องเซ็กซ์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการติดเชื้อซิฟิลิส แต่การตั้งหน้ากล่าวโทษเรื่องฟรีเซ็กซ์เพียงอย่างเดียว ก็เป็นการลดทอนการมองเห็นความสำคัญของอีกหนึ่งแนวทางป้องกัน อย่างการตระหนักรู้เรื่องโรคและความเสี่ยงและเซ็กซ์ที่ปลอดภัย

ไม่เพียงเท่านั้น การตีตราอาจไม่ได้ช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และการติดเชื้อในแต่ละเคสก็ละเอียดอ่อน ผู้ติดเชื้อบางคนอาจไม่ได้มีพฤติกรรมทางเพศอย่างที่สังคมกำลังกล่าวโทษกันอยู่ด้วยซ้ำ เพียงแต่โดนหางเลขไปด้วยจากความไว้ใจคู่นอนของตน หรือบางคนอาจประมาทเองจนพลาดก็จริง แต่การตีตราเหล่านี้อาจทำให้พวกเขาไม่กล้าพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งที่โรคนี้จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในทันท่วงที และทางออกของเรื่องนี้อาจอยู่ที่การส่งต่อความรู้มากกว่าการตีตราก็เป็นได้ โอกาสนี้เราจึงอยากชวนมาทำความรู้จักกับโรคซิฟิลิสกันสักหน่อย

ซิฟิลิสคืออะไร? ซิฟิลิสเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียทรีโพนีมา พาลลิดัม (Treponema pallidum) ในบรรดาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซิฟิลิสนับว่าเป็นอีกโรคที่ไม่ควรมองข้าม เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และหากปล่อยให้ไปถึงระยะสุดท้าย เชื้อจะสามารถทำลายระบบประสาทและสมองรวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือดได้

โรคซิฟิลิสอันตรายอย่างไร? โรคซิฟิลิสจะมีอยู่ 4 ระยะด้วยกัน ได้แก่ 1.ระยะเป็นแผล: เริ่มมีตุ่มหรือแผลริมแข็งที่ปาก อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก 2. ระยะออกดอก: มีผื่นนูนหนาขึ้นที่ผ่ามือผ่าเท้า มีไข้ 3. ระยะแฝง: มักจะไม่มีอาการใดๆ หรือมีผื่นขึ้นแบบเป็นๆ หายๆ 4. ระยะสุดท้าย: เชื้อลามสู่สมองและระบบประสาท เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ในร่างกาย และอาจส่งผลต่อชีวิตทารกในครรภ์ กรณีที่แม่ติดเชื้อซิฟิลิสระหว่างคลอดบุตร หรืออาจทำให้เด็กเป็นโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

ซิฟิลิส ติดได้อย่างไรบ้าง? ซิฟิลิสสามารถติดจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่นการมีเซ็กซ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย การทำออรัลเซ็กซ์ รวมถึงการจูบหรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ผ่านปาก อวัยวะเพศ ทวารหนัก และบาดแผล

ซิฟิลิส ป้องกันอย่างไร? โดยพื้นฐานที่สุดคือการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์แม้จะเป็นคู่รักที่คบกันอย่างจริงจังก็ตาม และสำหรับสายสนุกกับชีวิตก็อาจต้องเลิกยึดถือมายาคติที่ว่าคนที่ดูสะอาดแปลว่าไม่น่าจะมีโรคอะไร งดการจูบปาก ทำออรัลเซ็กซ์กับคู่นอนชั่วข้ามคืน งดการใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกับผู้อื่น โดยสรุปคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้อื่นให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

ซิฟิลิส รักษาหายไหม? ซิฟิลิสเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ผู้ที่มีอาการเข้าข่ายต้องสงสัย หรือเคยมีพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรับการรักษาโดยเร็วเพื่อยับยั้งไม่ให้เชื้อซิฟิลิสพัฒนาไปสู่ระยะต่าง ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์โดยรวม ณ ตอนนี้ มีข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคนว่าตั้งแต่ปี 2568 พบผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมดถึงปัจจุบันจำนวน 443 ราย แบ่งเป็น 5 โรคหลัก ได้แก่ โรค HIV จำนวน 136 ราย โรคหนองใน จำนวน 102 ราย โรคซิฟิลิส จำนวน 85 ราย โรคไวรัสตับอักเสบบี จำนวน 51 ราย และโรคหูด 25 ราย โดยกลุ่มผู้ป่วยสูงสุด อยู่ในกลุ่มอายุ 20-29 ปี รองลงมาคือ กลุ่ม 15-19 ปี และกลุ่มอายุ 30-39 ปี ตามลำดับ

อ้างอิง

https://www.facebook.com/share/15X7RtRodC/

https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/syphilis

https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/syphilis

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...