#สิ่งแวดล้อมกับ ไรเดอร์ อาชีพท่ามกลางอากาศร้อน ฝุ่นควัน และสุขภาพที่เสี่ยง
#สิ่งแวดล้อมกับ ไรเดอร์ อาชีพท่ามกลางอากาศร้อน ฝุ่นควัน และสุขภาพที่เสี่ยง
สำหรับประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ปี 2025 จะมีอุณหภูมิสูงที่สุด 42 – 43 °C พร้อมกับพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นได้เป็นระยะ โดยในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู จะมีอากาศแปรปรวน อากาศร้อนอบอ้าวและมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น
อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นเหล่านี้ ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขในรายงาน หากแต่สะท้อนถึงความร้อนที่เผาไหม้ถนน คนทำงานกลางแจ้ง และชีวิตของผู้คน
กลางแสงแดดร้อนจัด ฝุ่นควันลอยคละคลุ้ง และอากาศที่ชวนหายใจติดขัด ไม่ใช่แค่เมืองที่เปลี่ยนไป แต่คือความเป็นอยู่ของคนทำงานกลางแจ้ง อย่าง “ไรเดอร์” ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รับอาหารและพัสดุส่งถึงบ้านคุณ ที่ต้องเผชิญทั้งภาระงานหนักและความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไรเดอร์คือหนึ่งในอาชีพ ที่ต้องเผชิญกับความร้อน ฝุ่นควัน และอุบัติเหตุจากการทำงานกลางแจ้งโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 °C อย่างที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้
ข้อมูลจากสมาคมไรเดอร์ เดือนมีนาคม ปี 2024 จำนวนไรเดอร์ในประเทศไทย มีประมาณ 300,000 - 400,000 คน ซึ่งไรเดอร์เกิน 60% ประกอบอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก
ธัญญ์นรี จารุประสิทธิ์ เลขาธิการ สมาคมไรเดอร์ภาคใต้ จากจังหวัดกระบี่ เล่าว่า “ก่อนนี้ทำงานประจำ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด - 19 ทำให้ผันตัวมาประกอบอาชีพไรเดอร์ ได้ประมาณ 5 ปี เธอทำงานวันละ 10 กว่าชั่วโมง ได้ค่ารอบ 15 บาท ตั้งแต่มาทำงานไรเดอร์ สุขภาพแย่ลงชัดเจน ต้องเผชิญทั้งฝน แดด พายุ ฝุ่น และอากาศร้อน เพราะร่างกายปรับตัวไม่ทัน และตนเองเป็นภูมิแพ้ด้วย บางครั้งถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลจากการติดเชื้อในกระแสเลือดเพราะกลั้นปัสสาวะขณะทำงาน ถึง 3 ครั้ง แม้aจะพยายามพักผ่อนในที่ร่ม และดื่มน้ำบ่อย แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความร้อนและความเครียดที่ต้องเผชิญทุกวันหากหยุดพักนานก็จะไม่มีรายได้ เพราะรายได้ของไรเดอร์ขึ้นอยู่กับการทำงาน นอกจากนี้ เพื่อนๆไรเดอร์ในพื้นที่ยังพบปัญหาป่วยด้วยโรคปอด เป็นหวัดเรื้อรัง เนื่องจากฤดูฝนอันยาวนาน 5 – 8 เดือนของภาคใต้ ทำให้เกิดเชื้อราในร่มผ้า เพราะซักผ้าแล้วตากให้แห้งไม่ทัน”