“ชิน - ลิลลี่” อยากอุ้มลูกร่วมงานวิวาห์ พร้อมเปิดกฎเหล็กของบ้าน
“ชิน – ลิลลี่” อยากอุ้มลูกร่วมงานวิวาห์
พร้อมเปิดกฎเหล็กของบ้าน เนื่องงานฝ่ายชายงอน เพราะภรรยาไม่มีเวลาให้
ชินชินวุฒิ ควงแขนภรรยาลิลลี่ภัณฑิลา อัปเดตชีวิตคู่ พร้อมแพลนการจัดงานแต่ง ผ่านรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ซึ่งทั้งคู่อยากมีโมเมนต์อุ้มลูกเข้าพิธีวิวาห์ด้วย นอกจากนี้ยังเล่าถึงโมเมนต์จดทะเบียนสมรส และกฎเหล็กของบ้าน ที่เหตุเกิดจากที่ชินงอนเพราะคุณภรรยาไม่มีเวลาให้ด้วย
ชิน เล่าให้ฟังว่า “คบกันมา 10 ปีก่อนตัดสินใจจดทะเบียนสมรส ซึ่งโมเมนต์ชวนกันไปจดทะเบียนสมรสนั้น จริง ๆ เราคิดกันไว้ คือการที่เราจะแต่งงานเป็นแพลนไว้อยู่แล้ว แต่ลี่แค่รอว่าเมื่อไรจะขอสักที พอขอจริง ๆ แล้วมันก็เป็นสเต็ป พอขอเสร็จปุ๊บเราก็คุยกันว่าเราจดกันเลยนะ เราก็มีฤกษ์ในการจด”
ด้าน ลิลลี่ เสริมว่า “เพราะปีนี้เราแพลนจะย้ายเข้าบ้าน ซึ่งเราจดกันเมื่อปีที่แล้ว แล้วลี่บอกว่า ไม่ เราต้องเดือนนี้นะ เพราะลี่ไปดูหมอดูดวงมา เขาบอกว่าต้องเป็นช่วงนี้ แล้วคือเดือนนั้นมีแต่วันเดียวเท่านั้นที่เป็นฤกษ์ที่ดีที่สุด มันกะทันหันมาก ๆ แต่สุดท้ายก็ทำได้ วันนั้นที่ไปจด แค่ครอบครัว ด้วยความที่ว่าเรายังไม่บอกทุกคน เพื่อนก็ไม่รู้ เพื่อนเซอร์ไพรส์มากเหมือนกัน หนูแค่บอกครอบครัวเพื่อให้เขามาเป็นสักขีพยาน ซึ่งตอนหนูที่จะเซ็น หนูรู้สึกว่าของจริงละ มันจะเริ่มละ คิดอยู่ในใจแล้วก็ร้องไห้ คือหนูรู้สึกว่าอันนี้มันเรียลมากกว่าตอนที่เขาขอ ตอนขอหนูจำอะไรไม่ได้เลย”
ชิน เล่าโมเมนต์วันขอแต่งที่ร้องไห้ว่า “นี่คือผม วันขอเละเทะเลย แต่วันจดทะเบียนก็เป็นฟีลเดียวกับลี่ เราเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แล้วนะ ซึ่งหลังจดทะเบียน ผมว่าลี่มีความเป็นภรรยามากขึ้นมาก ๆ เลยครับ กระโดดขึ้นมาก ๆ เลยครับ” ลิลลี่ บอกต่อว่า “เหรอ หนูว่าไม่นะ หนูแค่รู้สึกว่าหลังจดเหมือนเราสองคนยังทำตัวไม่ถูก ยังงง ๆ คหลายคนบอกว่าหลังแต่งงานไปจะหวานสวีตมากเลย แต่หนูมาได้รู้สึกแบบนั้น ณ ตอนโมเมนต์แรก ๆ มันมีความตึง ๆ กันด้วย หนูเลยถามเพื่อนว่ามันปกติไหมที่คนเป็นกันแบบนี้ คืออาจปรับตัวไม่ทันมั้งคะ”
ชิน บอกว่า “มันเป็นความงง คิดเยอะในความรู้สึกของผมตอนเราเป็นแฟนกันมันจะมีความยืดหยุ่นบางอย่างกว่าตอนเราเป็นสามีภรรยา
เหมือนเวลาเราคิดจะทำอะไร เราอาจไม่ได้คิดถึงความคู่ทั้งหมด มันอาจคิดถึงความเดี่ยวของแต่ละคน แต่พอเป็นสามีภรรยาทุก ๆ 99% มันเป็นทุกอย่างที่เราคิด มันเป็นเอฟเฟกต์เราทั้งคู่จริง ๆ 100% ผมรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วเราเต็มที่ในความสัมพันธ์มากันอยู่แล้ว แต่ผมว่ามันเป็นความกระตุกอีกรอบหนึ่งว่าแบบนี่คือคู่แล้วนะ มันไม่ใช่เดี่ยวบวกเดี่ยวแล้วนะ แต่มันคือรวมเป็นหนึ่งแล้วนะ อะไรประมาณนี้มากกว่า ช่วงแรกเลยยังงง ๆ ปรับตัวเบลอ ๆ”
ชิน เล่าต่อว่า “ตอนแรกเขินมากการที่เรียกเขาว่าภรรยา ผมจะเรียกเขาว่า Wifey มันก็คือ Wife นั่นแหละ แต่มันน่ารักขึ้น แล้วก็แบบเขิน ๆ ก่อนตอนแรก แบบเธอเป็นภรรยาเราแล้วนะ ลี่ก็น่าจะเขินตอนแรก ผมจำได้ตอนไปเที่ยว ไปช้อปปิ้งมีพนักงานมาแล้ว เหมือนผมหลุดพูดว่า “Ask my wife” และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมพูดอย่างนี้กับคนอื่น แล้วผมก็ ‘นี่กูพูดกับคนอื่นว่าถามภรรยา’ แล้วมันยิ่งจริงเข้าไปใหญ่ ถ้า “Ask my girl” มันก็เบสิก แต่พอ “Ask my wife” มันเป็นแบบเออ! เขาเป็นภรรยาเราแล้ว นี่ก็เขิน ทุกวันนี้เรียกปกติแล้ว ภรรยา จริง ๆ ยังเรียกที่รักอยู่ แต่ว่าเวลาแนะนำกับคนอื่น เมื่อก่อนจะแนะนำว่านี่คือแฟน แต่ตอนนี้แนะนำว่านี่คือภรรยา”
ทั้งคู่ยังได้อัปเดตแพลนงานแต่งให้ฟัง โดย ลิลลี่ บอกว่า “ปีหน้าค่ะ Definitely ก็คือปีหน้า แต่ Exactly วันก็ยังไม่ได้แน่ชัดขนาดนั้น ฤกษ์ยังไม่ได้ดู ตอนนี้หนูอยากย้ายเข้าบ้านให้เสร็จสมบูรณ์ไปก่อน อันนี้เสร็จปุ๊บ Next thing ก็มา” ซึ่ง ชิน เสริมว่า “จริง ๆ บ้านก็ใกล้แล้วครับ เราทำกันมาปีกว่า เหลือประมาณ 20% คือโครงสร้างอะไรที่เราต่อเติมเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้เรากำลังลุยงานอินทีเรีย แล้วเดี๋ยวไปจบที่เฟอร์นิเจอร์กับสวน ก็เป็นสเต็ปไปใกล้มากแล้วครับ ผมว่าน่าจะ 2-3 เดือน ไม่เกิน 3 แน่ ๆ”
ด้วยความที่เพื่อนเยอะ เมื่อถามว่าธีมงานแต่ง Tomorrow land เลยดีไหม ชิน บอกว่า “อันนี้ก็เกิน เอาดี ๆ นี่คืออีกสิ่งที่ผมกังวลที่สุด เพราะว่างานแต่งเรื่องหนึ่ง แต่ตัว After Party อีกเรื่องหนึ่ง เราอยู่ในวงการบันเทิงมานานด้วย เรามีเพื่อน น้อง พี่ ที่เป็นศิลปินดารา ตัวดี ๆ ตัวท็อปในวงการทั้งนั้น เพราะฉะนั้นก็คือคุยกันไว้อยู่แล้ว งานแต่งเป็นยังไงไม่รู้แต่ว่า After party จะต้องมีให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ งานแต่งเราอยากได้แบบ Cozy เป็นครอบครัว friends and family จริง ๆ ที่เป็นคนสนิทมาก ๆ แต่ถึงให้จัดงานแต่งที่ต่างจังหวัด แต่ After party ก็ต้อง กทม. อยู่แล้ว”
เมื่อถามเรื่องหลังแต่งงาน พร้อมมีลูกเลยไหม ลิลลี่ บอกว่า “ตอนแรก ๆ ลี่อยากมีเลย แต่หลัง ๆ เราทำงานกันก่อนไหม คือนี่บ้างานมาก ลี่ก็แบบว่าตอนนี้เรามีแรงมีกำลังทำทุกอย่าง อยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด อยากจะเซ็ตฐานให้มันมั่นคงก่อน แต่นี่ พี่ชินบอกว่าอยากมีเลย คือหนูหลงหลานตัวเองมากใช่ไหมคะ พอพี่ชินไปเจอ ‘เอวา’ (ลูกของพี่สาวลิลลี่) เด็กคนนี้ทำให้เราอยากมีลูก พอไปเจอเอวากลับบ้านมีพี่ชินเดินมาหาหนู มา! พร้อมแล้ว หนูก็เห้ย! อะไรวะเนี้ย”
ส่วนจะเป็นลูกสาวหรือลูกชายนั้น ชิน บอกต่อว่า “จริง ๆ ส่วนตัวเราทั้งคู่อะไรก็ได้หมด แล้วแต่น้องจะมา คืออยากให้เป็นธรรมชาติทั้งคู่
คือเรารักเด็กทั้งคู่ ไม่ได้สนใจว่าเป็นลูกสาวก่อนหรือชายก่อน ขอให้เฮลทตี้ ครบ สุขภาพแข็งแรง ผมว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกคนสบายใจที่สุดแล้ว”
เมื่อพิธีกรเสนอว่า พาลูกไปร่วมงานแต่งก็น่ารักดี ลิลลี่ บอกว่า “หนูก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน” และ ชิน ก็ได้เสริมว่า
“มันเป็นภาพที่ผมคิด ท้อง หรือว่าอุ้มไปก็เป็นภาพที่น่ารักเหมือนกัน You know what? Whatever comes อะไรที่มันเกิดขึ้น เราเป็นสามีภรรยากันแล้วอะไรจะเกิดขึ้นคือธรรมชาติ”
ลิลลี่ บอกต่อว่า “ครอบครัวไม่มีกดดันเรื่องการมีลูกเลย แต่คุณตาคุณยายก็มีบ้างที่ แก่ขึ้นทุกวัน อยากจะรีบเห็นเบบี๋ของเราทั้งสองคน แต่เขาก็เข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงกอบโกย เพราะเราอยู่ในวัยทำงาน ซึ่ง ชิน อีกว่า ครอบครัวลี่ พี่สาวมีลูกแล้ว 2 คน ก็ยังมีหลาน ฝั่งของผมจริง ๆ แม่ก็อยากอุ้มหลานแต่ไม่ได้กดดัน ครอบครัวลี่และครอบครัวผมคล้ายกันคือเอาสองคนมันเป็นชีวิตของเราสองคน ดูแพลนของเราเลย สร้างแฟมิลี่ของเราเองละ เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องของระหว่างเราสองคนว่าอยากแพลนชีวิตยังไง”
ส่วนมีแพลนจะเป็นคุณพ่อคุณแม่สไตล์ไหนนั้น ลิลลี่ บอกว่า “เราคุยกันตลอด หนูไม่อยากเลี้ยงลูกตีกรอบเกินไป อยากเลี้ยงเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ปล่อยเขาไปสัมผัสทุกอย่าง ไม่อยากให้เป็นนกน้อยในกรงห้ามนู้นห้ามนี่ห้ามนั่นจนเด็กเสียความมั่นใจ” ส่วน ชิน บอกว่า “สำหรับผมเติบโตมาหลายแบบ ฝั่งพ่อคุณย่าค่อนข้างเข้มงวด แต่ฝั่งคุณแม่จะ Free Spirit เราพูดไม่ได้ เพราะเราเป็นพ่อแม่ที่อยากจะซัปพอร์ต เราคอยระมัดระวังให้เฉย ๆ ซึ่งผมคิดว่าเป็นพ่อที่สนุก หมายถึงเป็นพ่อที่ลุย กิจกรรม ส่วนลี่ผมว่าเป็นแม่ที่ไม่ดุ แต่น่าจะสปอยล์ลูก เพราะลี่สปอยล์หลานหนักมาก ผมน่าจะห้ามลี่ไม่ให้สปอยล์ลูก”
ท้ายสุดทั้งคู่เผยเรื่องที่ต้องมีของบ้านกับการต้องมี 1 วัน ที่เป็น “วันครอบครัว” เนื่องจากชินงอนบ่อย โดย ชิน บอกว่า “ลี่เป็นคนที่ตื่นเช้ามาทำงานเลย ก่อนนอนก็ทำงาน เขาเป็นคนแบบนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมรักในตัวเขา สำหรับผมผู้หญิงที่เก่งคือผู้หญิงที่เซ็กซี่ มันดูดีจังเลยที่ผู้หญิงคนนึงตั้งใจทำงานลุยแล้วก็รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร ความมั่นใจ แต่ในเวลาเดียวกันผมบอกลี่เสมอว่าเธอต้องพักด้วยเธอต้องมีเวลาพักสมองด้วย ขอ 1 วันเพราะที่เหลือเธอแทบไม่มีเวลาให้กันแล้ว ขอสัก 1 วันที่ไม่คิดเรื่องงาน ไม่ต้องคิดอะไรเลยได้ไหม ผมเลยตั้งกฎนี้ขึ้นมา” ลิลลี่ บอกต่อว่า “เรื่องนี้เราเข้าใจ 100% เข้าใจทุกอย่างเลย เหมือนเวลาเขาเปิดหนังดูแล้วเราคุยโทรศัพท์
แบบนี้ตลอด เขาก็เหมือนดูคนเดียว ปกติพี่ชินไม่งี่เง่า ไม่ประชดเลย พอเขาพูดแบบนี้แสดงว่าเขารู้สึก เพราะปกติเขาไม่หยุมหยิมเลย เราก็ต้องทำ”