โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กต. ยันมาตรการด่านชายแดน ไทย-กัมพูชา เน้นความปลอดภัย คำนึงผลต่อประเทศไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 18.18 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 11.17 น.

กระทรวงการต่างประเทศแถลงสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ย้ำไม่ได้ปิดจุดผ่านแดนทั้งหมด แต่ใช้แนวปฏิบัติตามความเหมาะสม ไม่มีวัตถุประสงค์เรื่องการค้า ยันคำนึงถึงเศรษฐกิจ และ มนุษยธรรม พร้อมใช้กลไก JBC เพื่อลดความตึงเครียด หาทางออกอย่างสันติ

8 มิ.ย. 2568 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงพัฒนาการสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชาล่าสุด โดยระบุว่า เมื่อวานนี้ได้มีการดำเนินการตามติสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2568 ได้นำมาซึ่งการมอบอำนาจให้กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ออกคำสั่งกำหนดมาตรการควบคุมปิด-เปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทในพื้นที่ที่รับผิดชอบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งได้มีการออกคำสั่งในทุกจุดครบถ้วนแล้วเมื่อวานนี้ ขณะนี้สถานการณ์ชายแดนยังสงบดี โดยยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้ ไม่ใช่คำสั่งปิดด่านทั้งหมดหรือในทันที แต่เป็นแนวปฏิบัติที่เป็นขั้นตอนเหมาะสมตามแต่ละพื้นที่ซึ่งมี 4 ขั้น ตามที่ได้ประกาศไปแล้ว ได้แก่

ขั้นที่ 1 จำกัดการผ่านแดนโดยอนุญาตเฉพาะบุคคลที่มีเหตุจำเป็น เช่น การค้าขาย การขนส่งสินค้า แรงงาน และงานจำเป็นอื่น ๆ โดยจำกัดและเพิ่มระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นักพนัน หรือกลุ่มที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย

ขั้นที่ 2 ปรับลดช่วงเวลาในการเปิด–ปิดจุดผ่านแดน พร้อมทั้งกำหนดวัน–เวลาการเข้า–ออกอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมความเคลื่อนไหวของบุคคลและกิจกรรมในพื้นที่ชายแดน

ขั้นที่ 3 ปิดจุดผ่านแดนบางจุด (Selective Closure) โดยพิจารณาจากจุดที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีข้อมูลด้านความมั่นคงที่อาจนำไปสู่การรุกล้ำ หรือการก่อเหตุจากฝ่ายตรงข้าม

ขั้นที่ 4 ปิดจุดผ่านแดนตลอดแนวชายแดนในกรณีที่เกิดสถานการณ์วิกฤต หรือมีการรุกรานอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมสถานการณ์ในระดับสูงสุด

นายนิกรเดช เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด ขอยกตัวอย่าง จุดผ่านแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต จังหวัดสระแก้ว ที่ยังคงเปิดในเวลา 08.00-16.00 น. และห้ามเฉพาะคนไทยที่จะออกไปเที่ยวหรือเล่นการพนัน ส่วนการจำกัดการผ่านของยานพาหนะ รถบรรทุกขนาด 6 ล้อขึ้นไปก็สามารถเข้าออกที่จุดผ่านแดนสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชาได้

“ขอทุกท่านตรวจสอบข้อมูลของแต่ละจุดผ่านแดนจากหน่วยงานของทางการ หรือทางเพจของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญได้อีกครั้ง เพื่อความสะดวกและทันต่อเหตุการณ์”

นายนิกรเดช กล่าวว่า ตามที่ได้รับการสอบถามเรื่องมาตรการของฝ่ายไทย ถือเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียวหรือไม่นั้น ขอย้ำมาตรการเกี่ยวกับจุดผ่านแดนที่ไทยประกาศมีเป้าหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน แน่นอนว่าจำเป็นต้องคำนึงถึงเศรษฐกิจ การค้าชายแดน ชีวิตความเป็นอยู่ และมนุษยธรรมควบคู่ไป จึงได้พยายามอย่างที่สุดไม่ให้มาตการเหล่านี้กระทบถึงคนไทยและชาวกัมพูชาที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์

"ขอย้ำอีกครั้งว่า นี่ไม่ใช่การปิดจุดผ่านแดนทั้งหมด แต่จะพิจารณาจากความจำเป็นต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งการจำกัดเวลาเปิด-ปิด เป็นไปเพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องได้อย่างเหมาะสม มาตรการต่างๆ ถูกกำหนดขึ้นตามลักษณะเฉพาะ และการใช้งานของแต่ละจุดผ่านแดน โดยเฉพาะการผ่านแดนที่เกิดขึ้นเป็นประจำและที่จำเป็น เพื่อเหตุผลทางการค้าขาย การศึกษา การเข้ารับบริหารทางการแพทย์และอื่นๆ สามารถทำได้ตามปกติ”

ทั้งนี้ดังที่ฝ่ายไทยยืนยันมาตลอด ยืนยันมาตั้งแต่ต้นและในทุกระดับว่าไทยปฏิบัติตามและพร้อมใช้กลไกทวิภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ที่กำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 14 มิ.ย. 2568 และยังคงปฏิบัติตาม MOU ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำเขตแดนทางบกปี 2543 ที่เป็นเอกสารทางกฎหมาย เป็นกติกาที่สองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันและย่อมต้องยึดถือ

“รัฐบาลไทยขอยืนยันในความเชื่อมั่นว่า การใช้กลไกที่ไทยและกัมพูชามีอยู่ระหว่างกัน เช่น JBC ที่จะมาถึงนี้ืมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพื่อลดความตึงเครียดในสภาวะที่เปราะบางเช่นนี้ และเพื่อหาทางออกอย่างสันติ เคารพซึ่งกันและกันและด้วยความจริงใจต่อกัน เพื่อให้ชายแดนของเรากลับสู่สภาวะปกติ มีความสงบสุขและปลอดภัย ดังนั้นไทยจึงขอเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งให้ฝ่ายกัมพูชาลดระดับความตึงเครียดตลอดแนวชายแดน หันมาใช้กลไกทวิภาคีให้เป็นประโยชน์สูงสุดเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามออกไป”

ส่วนกรณีที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้โพสต์ระบุว่า ไทยจะได้รับผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนมากกว่ากัมพูชา นายนิกรเดช กล่าวว่า การเปิด-ปิดด่าน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการค้า แต่เป็นไปเพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน แต่ก็อาจจะมีผลกระทบที่อาจจะเกิดกับการค้าซึ่งก็ได้คำนึงถึงไว้แล้ว จึงได้มอบอำนาจให้แต่ละจุดภายใต้ทหารควบคุมและดูความเหมาะสม

“เรายังไม่ได้ปิดด่าน เราปรับเวลาการเปิด-ปิดด่าน แล้วจำกัดการเข้าออกของคน และไม่ใช่ทุกด่านเปิด-ปิดเวลาเดียวกัน และจำกัดคนประเภทเดียวกัน แต่เราดูตามความเหมาะสม ส่วนเรื่องใครได้รับผลกระทบมากน้อยกว่ากันนั้น เราก็ได้คำนึงถึงและผมขอตอบในส่วนของประเทศไทยเท่านั้น เราไม่มีปัญหาครับ”

ที่มา https://www.facebook.com/share/v/1RBt3UXNr2/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...