โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เครดิตบูโร ส่งซิกธุรกิจ เก็บคองอเข่า หนี้เสียจ่อปะทุ คนค้างจ่าย 1 เดือนพุ่ง 30% สะท้อนเริ่มผ่อนไม่ไหว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 พ.ค. 2568 เวลา 19.42 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2568 เวลา 13.49 น.

เครดิตบูโร ส่งซิกธุรกิจ เก็บคองอเข่า หนี้เสียจ่อปะทุ คนค้างจ่าย 1 เดือนพุ่ง 30% สะท้อนเริ่มผ่อนไม่ไหว

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า การที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้ภาคธุรกิจและภาคประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย รับมือสถานการณ์เศรษฐกิจจะผันผวนหนัก ทั้งการค้า การลงทุน และอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้เศรษกิจไทยในช่วงต่อไปอาจจะชะลอตัวลง ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณให้เก็บคองอเข่าให้ดี จากผลกระทบต่างๆ และพายุเศรษฐกิจที่กำลังจะมาในอีก 1 ปีถึง 1 ปีครึ่งข้างหน้า โดยเฉพาะภาษีของสหรัฐที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ไปจนถึงปี 2569 ขณะที่เครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจเหลือแค่งบประมาณภาครัฐเท่านั้น เพราะภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มไม่ค่อยดี

“สภาพัฒน์ฯเห็นตัวเลขหนี้ครัวเรือน หนี้กำลังจะเสีย และมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้มีการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน (DR) ที่ค้างชำระตั้งแต่ 1 งวด ที่ตัวเลขปรับสูงขึ้น 30% เทียบกับปีก่อนมาอยู่ที่ 1.07 ล้านล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าคนผ่อนไม่ไหว เลยทำให้สภาพัฒน์ฯไม่สบายใจ จึงออกมาเตือน ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ขณะที่ประชาชนต้องมีเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือนไว้ใช้ฉุกเฉินด้วย”นายสุรพลกล่าว

นายสุรพลกล่าวว่า ทั้งนี้การทำ DR ข้อดี คือ เป็นเขื่อนยักษ์ป้องกันไม่ให้ไหลเป็นหนี้กำลังจะเสีย(SM)และหนี้เสีย(NPL) ส่วนข้อเสียเป็นการชี้ให้เห็นว่าคนผ่อนไม่ไหว และรายได้ไม่ดี จึงต้องมาแห่ทำ DR และจากการที่คนหันมาทำDR มากขึ้น ทำให้หนี้เสียทรงตัวอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท ส่วนหนี้กำลังจะเสียลดจากเดิม 6 แสนบ้านบาท อยู่ที่ 5.7 แสนล้านบาท

“หนี้รถยนต์และหนี้บ้าน ยังน่าเป็นห่วง แม้ว่าธปท.มองว่าสินเชื่อรถยนต์ปล่อยใหม่จะหลุดจุดต่ำสุดแล้ว รถถูกยึดรถน้อยลงก็ตาม ส่วนสินเชื่อบ้านโตในบางเซกเมนต์ เช่น บ้านราคาแพง ตอนนี้บ้านราคา 5 ล้านบาทเริ่มแย่ลง เพราะแบงก์เข้มงวดขึ้น คนจะซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท ต้องมีรายได้อย่างน้อย 50,000 บาท หักค่างวดบ้านแล้ว เหลือใช้แต่ละเดือนไม่มาก เลยทำให้แบงก์กังวล ส่วนคอนโดมีเรื่องแผ่นดินไหว ตอนนี้จึงเป็นช่วงช่อมแซม การปล่อยสินเชื่อใหม่จึงลดลง”นายสุรพลกล่าว

นายสุรพลกล่าวว่า จากสถานการณ์หนี้มองว่าธปท.ควรต้องผ่อนปรนเงื่อนไขโครงการ”คุณสู้ เราช่วย”ใหม่ จากครั้งแรกที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ซึ่งคนยังเข้าโครงการต่ำเป้าหมายที่คาดมีลูกหนี้เข้าข่าย 1.9 ล้านลูกหนี้ มูลค่า 8.9 แสนล้านบาท โดยพบว่ายอดลงทะเบียนเข้าโครงการถึงวันที่ 19 พฤษภาคมมีลูกหนี้ลงทะเบียนแล้ว 1.3 ล้านลูกหนี้ คิดเป็น 1.7 ล้านบัญชี ในจำนวนนี้ยื่นลงทะเบียนเข้ามามีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ ณ วันที่ 30 เมษายนอยู่ที่ 5.8 แสนลูกหนี้ คิดเป็น 30% ของเป้าหมายโครงการ คิดเป็นยอดมูลค่าสินเชื่อรวมที่เข้าโครงการ 4.3 แสนล้านบาท คิดเป็น 48% ของเป้าหมายโครงการ แต่จากลูกหนี้ที่ผ่านเกณฑ์ 5.8 แสนลูกหนี้ ยอดรวมที่ 4.3 แสนล้านบาท เข้ามาทำสัญญาจริงแค่ 3.15 แสนลูกหนี้ คิดเป็น 16.5% ของเป้าหมายโครงการ และมียอดหนี้รวม 3.46 แสนล้านบาท คิดเป็น 39% ของเป้าหมายโครงการ และทำสัญญาเข้าโครงการแล้ว 4.79 แสนบัญชี

“เมื่อคุณสู้ เราช่วย เฟสแรก คนเข้าร่วมน้อย เงินที่เตรียมไว้ยังเหลือ ธปท.ก็ต้องทำเฟส 2 ต่อ และผ่อนปรนเงื่อนไข ให้คนผ่อนดี และเคยเป็นหนี้เสียมาก่อน ได้เข้าร่วมด้วย เพราะคนที่ผ่อนดี ไม่ได้แปลว่าเขาไหว ก็ต้องช่วยคนกลุ่มนี้ด้วย อีกเรื่องที่ต้องเร่งผลักดันเช่นกัน คือ การปล่อยสินเชื่อใหม่ติดลบมา 3 ไตรมาส เป็นบวกเฉพาะธุรกิจรายใหญ่ ซึ่งโรลโอเวอร์หุ้นกู้ลดลงและขอสินเชื่อแบงก์เพิ่ม ขณะที่สินเชื่อรายย่อยไม่โต”นายสุรพลกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เครดิตบูโร ส่งซิกธุรกิจ เก็บคองอเข่า หนี้เสียจ่อปะทุ คนค้างจ่าย 1 เดือนพุ่ง 30% สะท้อนเริ่มผ่อนไม่ไหว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...