ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากบุคคลนอกพรรค–เส้นทางสี จิ้นผิง(174)
ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากบุคคลนอกพรรค--เส้นทางสี จิ้นผิง(174) “งานแนวร่วมจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทำอย่างละเอียด และทำด้วยความเสมอภาค ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในอดีตถูกสร้างขึ้นจากการเผชิญพายุฝนและการร่วมชะตากรรมมาอย่างยาวนาน ช่วงเวลาที่ยากลำบากคือบทพิสูจน์ของมิตรภาพที่แท้จริง” ปี ค.ศ. 1996 นายสี จิ้นผิงชี้ว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องเรียนรู้ประเพณี ประสบการณ์ และแนวทางของคนรุ่นก่อนที่ทำงานแนวร่วม ประธานเหมา เจ๋อตง นายกรัฐมนตรีโจว เอินไหล นายเฉิน อี้ และนายหลี่ เหวยฮั่น ต่างก็เคยทำงานแนวร่วมด้วยมาตรฐานอันสูงส่งและความจริงใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สั่งสมมายาวนาน” ขณะให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2018 นายซุน ซินเฟิง ในวัยเกือบ 90 ปีซึ่งใช้ไม้เท้าพยุงตัวได้กล่าวถึงช่วงเวลานั้นด้วยความตื่นเต้นว่า “ความเอาใจใส่และความจริงใจของสหายสี จิ้นผิงที่มีต่อบรรดานักประชาธิปไตยนั้นเป็นมิตรภาพที่แท้จริง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเต็มใจทำงานจนถึงอายุ 70 กว่าปีก่อนเกษียณ ทั้งนี้ก็เพราะต้องการมีส่วนร่วมในงานแนวร่วมให้มากที่สุด” ด้วยความไว้วางใจทางการเมือง การสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ และความเอาใจใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ นายสี จิ้นผิงได้สร้างมิตรภาพที่แน่นแฟ้นกับบุคคลในพรรคประชาธิปไตย จนทำให้พวกเขาเกิดความรักและความศรัทธาต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างแท้จริง “ฉันตายตาหลับแล้ว” วันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ.1993 นางกาน หย่งเหอ ภรรยาของนายจู เชิง ประธานคณะกรรมการสันนิบาตประชาธิปไตยประจำเมืองฝูโจว เดินทางไปโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อดูแลสามีที่ป่วยหนัก เมื่อเห็นภรรยา นายจู เชิงพยายามพูดว่า “บัตร---บัตร---” พร้อมชี้ไปที่ลิ้นชักข้างเตียง นางกาน หย่งเหอเข้าใจทันที เธอเปิดลิ้นชักและหยิบบัตรสมาชิกพรรคออกมา ส่งให้สามีด้วยมือทั้งสองข้าง นายจู เชิงพูดกับนายจาง เจียจื่อ ซึ่งขณะนั้นเป็นรอ งประธานคณะกรรมการสันติบาตประชาธิปไตยประจำเมืองฝูโจวที่มาเยี่ยมว่า “วันที่ 19 พฤษภาคม ปี 1993 พรรคคอมมิวนิสต์จีนรับผมเป็นสมาชิก ผมตายตาหลับแล้ว!” ที่แท้นายจู เชิงเคยเข้าร่วมขบวนการใต้ดินของสันนิบาตประชาธิปไตยในช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่นและมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาทำงานอยู่ในองค์กรแนวร่วมของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาเป็นเวลานานกว่าครึ่งศตวรรษด้วยใจรักพรรคคอมมิวนิสต์จีน การได้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนคือความฝันและเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเขามาโดยตลอด หลังนายจู เชิงล้มป่วย นายสี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจว ได้ไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลหลายครั้ง รวมถึงช่วยประสานเรื่องการรักษาพยาบาล นายจู เชิงกับนายสี จิ้นผิงเป็นเพื่อนกันมานาน เขารู้ดีว่านายสี จิ้นผิงให้ความสำคัญกับบุคคลในพรรคประชาธิปไตยอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการไปเยี่ยมเยียนบ่อยๆ ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างทันท่วงที หรือส่งของขวัญให้ถึงบ้านในวันสำคัญ ในบทความบันทึกความทรงจำของนางกาน หย่งเหอที่ชื่อว่า “ในช่วงสุดท้ายของสหายจู เชิง” เธอเขียนไว้ว่า “ผู้นำมณฑลและเมืองมาเยี่ยมคุณที่โรงพยาบาลครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้คุณ คุณซาบซึ้งใจมาก แต่ก็รู้สึกเสียใจด้วยที่ไม่อาจตอบแทนได้อีก คุณมักกล่าวชมเชยว่าผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองมีวิธีการทำงานที่ดี และยังได้ชื่นชมเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองที่ยังหนุ่มว่าเป็นบุคคลที่ทำงานด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนและจริงจัง” ด้วยความไว้วางใจและความชื่นชมเช่นนี้เอง นายจู เชิงจึงเปิดเผยความปรารถนาสูงสุดของเขาต่อนายสี จิ้นผิง เมื่อได้ฟังคำขอของนายจู เชิงที่ข้างเตียงผู้ป่วย นายสี จิ้นผิงแสดงออกซึ่งการสนับสนุนทันที ด้วยการผลักดันของนายสี จิ้นผิง หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจวได้เดินทางไปที่หน้าเตียงของนายจู เชิงพร้อมใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากเวลานั้นนายจู เชิงไม่สามารถเขียนได้อีกแล้ว เขาจึงบอกเนื้อหาให้ภรรยาเป็นผู้เขียนแทนเพื่อกรอกใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนจนเสร็จเรียบร้อย วันที่ 19 พฤษภาคม ปี 1993 หลังผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจวและการอนุมัติจากคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลฝูเจี้ยน ที่ประชุมสาขาพรรคฝ่ายแนวร่วมของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจวมีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับนายจู เชิงเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในช่องที่ระบุชื่อผู้แนะนำการเข้าพรรค มีตัวอักษร 3 ตัวเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า “สี จิ้นผิง” หนึ่งสัปดาห์ต่อมา นายจู เชิงเสียชีวิต ก่อนจากไป นางกาน หย่งเหอพบจดหมายอำลาที่นายจู เชิงเขียนถึงคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจวในสมุดบันทึกใต้ที่นอนของเขา ใจความว่า “ตลอดชีวิตของข้าพเจ้า บิดามารดาเป็นผู้ให้กำเนิด แต่ผู้ที่เข้าใจข้าพเจ้า สั่งสอนข้าพเจ้า ชี้นำข้าพเจ้า และอบรมข้าพเจ้าคือพรรคคอมมิวนิสต์จีน การที่ข้าพเจ้ามีโอกาสอยู่ภายใต้การนำของพรรค ถือเป็นความสุขที่สุดในชีวิต ขณะเปลวไฟแห่งชีวิตของข้าพเจ้ากำลังจะดับลง ข้าพเจ้ากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และเขียนจดหมายฉบับนี้ เพื่ออำลาผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฝูโจวและแสดงความขอบคุณพรรคฯอย่างสุดซึ้ง รวมถึงความผูกพันที่ไม่มีวันจางหาย------” หลังนายจู เชิงเสียชีวิต นายสี จิ้นผิงได้กำชับให้เอาใจใส่และดูแลครอบครัวของเขาเป็นการเฉพาะ นายวัง อี้ฟู เคยกล่าวกับนายสี จิ้นผิงว่า “ในฐานะเจ้าหน้าที่ระดับผู้นำที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน ท่านให้ความเคารพบุคคลนอกพรรคและปัญญาชนอย่างจริงใจ พวกเรารับรู้ได้ และรู้สึกซาบซึ้งมาก” นายสี จิ้นผิงตอบว่า “พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องจริงใจกับบรรดานักประชาธิปไตยนอกพรรคที่รักมาตุภูมิ ตั้งแต่เด็ก ข้าพเจ้าเห็นสี จ้งซวิน บิดาของข้าพเจ้าให้ความเคารพและเอาใจใส่บรรดาเจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคฯ ปัญญาชน และนักประชาธิปไตยที่รักชาติทุกภาคส่วน คบค้าสมาคมกับพวกเขาอย่างจริงใจ ข้าพเจ้าเองก็จะทำเช่นเดียวกัน” แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)
ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่
https://www.jeenthainews.com/cmg/143828_20250522