โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

JKN แจงเปิดตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ ไม่ทันไตรมาส 2/68 หลัง “แอน จักรพงษ์” ถูกกล่าวโทษ กระทบธุรกิจ ต้องเร่งสรรหาบอร์ดใหม่

BTimes

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 15.42 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 08.42 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

บมจ. เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป (JKN) ในฐานะผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ ชี้แจงผลกระทบต่อการดำเนินการต่างๆ และการปรับปรุงระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงิน จากกรณีที่สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัทและกรรมการอีก 2 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยมีประเด็นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯขอให้ชี้แจง 4 ประเด็น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทได้รับทราบข้อมูลสำคัญ ภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2568 นั้น

บริษัทขอชี้แจงข้อมูลตามประเด็นที่ตลาดหลักทรัพย์สอบถาม ดังนี้

1. สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) ของ JKN บริษัทได้รับรายงานด้วยวาจาจากบริษัท สำนักงาน ดร.วิรัช แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ผู้สอบบัญชีอิสระที่ได้รับความเห็นชอบจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีเพื่อทำการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) ว่า ปัจจุบันเพิ่งดำเนินการสอบทานข้อมูลทางบัญชีแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการสอบทานกระดาษทำการเพื่อจัดทารายงาน ซึ่งต้องปฏิบัติงานและแสดงความเห็นต่อรายการซื้อลิขสิทธิ์รายการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567 รวมถึงการจ่ายชำระค่าลิขสิทธิ์รายการที่มีการซื้อในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ตามที่บริษัทมีการบันทึกบัญชี

ซึ่งครอบคลุมตามประเด็นที่ผู้สอบบัญชี บริษัท สอบบัญชีธรรมนิติ จำกัด ได้ตั้งข้อสังเกต และแจ้งข้อมูลมายังคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ ตามมาตรา 89/25 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)

แต่เนื่องจาก สำนักงาน ก.ล.ต. มีข้อสังเกตเพิ่มขึ้นในประเด็นเจ้าหนี้ที่เกิดจากรายการซื้อลิขสิทธิ์ ทำให้บริษัทและสำนักงาน ดร.วิรัช จะต้องทบทวนขอบเขตการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้ครอบคลุมตามประเด็นที่ สำนักงาน ก.ล.ต. มีข้อสังเกตดังกล่าว ซึ่งจะมีผลต่อระยะเวลาการตรวจสอบและออกรายงาน โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาเกินกว่าไตรมาส 2/68 ที่เคยแจ้งไว้ หากมีความคืบหน้าจะเรียนแจ้งให้ทราบผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป

2. ผลกระทบต่อการฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลาย จากกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า สำนักงาน ก.ล.ต.ได้ กล่าวโทษ นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ และนางสาวพิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ ว่าร่วมกันสั่งการหรือกระทำการสร้างรายการเจ้าหนี้ปลอมและลูกหนี้ปลอม ซึ่งส่งผลให้งบการเงินปี 2566 ของ JKN แสดงยอดหนี้สินและสินทรัพย์ต่างจากความเป็นจริง แต่นำเจ้าหนี้การค้ามาบันทึกบัญชีในปี 2567 เพื่อลวงบุคคลใด ๆ ว่าในปี 2567 JKN มีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น และนำเจ้าหนี้การค้าดังกล่าวไปใช้สิทธิออกเสียงเพื่อเลือกผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ

ของ JKN

บริษัทชี้แจงว่า การกล่าวโทษของสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อ DSI เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการสอบสวนซึ่งจะต้องมีการพิจารณาพยานหลักฐานว่าบริษัท นายจักรพงษ์ นางสาวพิมพ์อุมา (ผู้ถูกกล่าวหา) ได้กระทำความผิดหรือไม่อย่างไร ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีสิทธินำพยานหลักฐานไปแสดงต่อพนักงานสอบสวนตามกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ การฟื้นฟูกิจการจะยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จนกว่าศาลฯ จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามที่

ได้มีการกล่าวโทษ

3. ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ JKN บริษัทชี้แจงว่า เนื่องจากนายจักรพงษ์ และนางสาวพิมพ์อุมา เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในธุรกิจ ซึ่งการที่บุคคลทั้งสองต้องพ้นจากตำแหน่งย่อมส่งผลกระทบไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อบริษัท อย่างไรก็ตามเพื่อให้บริษัทมีผู้นำองค์กรที่สามารถบริหารงานได้อย่างต่อเนื่อง และรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ของบริษัท และลดผลกระทบจากการพ้นตำแหน่งของบุคคลทั้งสองดังกล่าวโดยเร็วที่สุด ปัจจุบันบริษัทได้สรรหากรรมการเพื่อเข้าดารงตาแหน่งแทนบุคคลทั้งสองไว้แล้ว แต่เนื่องจากบริษัทอยู่ภายใต้คำสั่งฟื้นฟูกิจการของศาลล้มละลายกลาง จึงจำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากศาลฯ ก่อน ซึ่งคาดว่าการเปลี่ยนแปลงกรรมการจะแล้วเสร็จภายใน 15 วันนับจากวันที่ศาลฯ เห็นชอบ

สำหรับแนวทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต บริษัทยังคงต้องรอภายหลังการเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัทให้แล้วเสร็จเสียก่อน จึงจะทราบถึงแนวทางในการบริหารงานของคณะกรรมการชุดใหม่ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ในส่วนของการบริหารจัดการนั้น บริษัทอยู่ระหว่างสรรหาผู้รับผิดชอบแทนผู้บริหารที่พ้นจากตาแหน่ง คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันผู้รับผิดชอบแต่ละสายงานยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตอานาจหน้าที่ และการดำเนินธุรกิจยังคงมีการจัดการและบริหารงานเป็นไปตามปกติ

4. แนวทางการปรับปรุงระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับกระบวนการจัดทางบการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องในอนาคต เพื่อให้ JKN มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสามารถจัดทำงบการเงินได้ถูกต้อง น่าเชื่อถือนั้น

บริษัทชี้แจงว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจหลักจากธุรกิจการจำหน่ายคอนเทนต์ เป็นธุรกิจการจำหน่ายสินค้า (Commerce) โดยปรับลดการดำเนินธุรกิจคอนเทนต์ซึ่งไม่สามารถสร้างรายได้เช่นในอดีต จึงนำคอนเทนต์ที่ถือครองอยู่มาใช้ประโยชน์โดยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง JKN18 และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ เพื่อเป็นการสร้าง Eyeball ดึงดูดให้ผู้ชมเข้าชมในช่องและเห็นรายการขายสินค้าของบริษัทมากขึ้น ทำให้เกิดโอกาสในการขายเพิ่มขึ้น

บริษัทอยู่ระหว่างการปรับกระบวนการทำงานและเพิ่มการควบคุมภายในให้สอดคล้องกับลักษณะการดาเนินธุรกิจของบริษัทในปัจจุบัน โดยการเพิ่มเติมขั้นตอนการทางานในระบบงานที่เกี่ยวกับธุรกิจ Commerce ด้วยการนำระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ซึ่งครอบคลุมระบบการจัดซื้อ การขาย การควบคุมสินค้าคงคลัง บัญชีและการเงิน มาเป็นเครื่องมือช่วยในการทำงาน มีกระบวนการอนุมัติในแต่ละขั้นตอนภายในระบบตามอำนาจอนุมัติของสายงาน ซึ่งจะต้องครบถ้วนสมบูรณ์ จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ การนำ ERP มาใช้จึงทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสามารถจัดทางบการเงินได้ถูกต้อง น่าเชื่อถือซึ่งคาดว่าการปรับปรุงเพิ่มเติมดังกล่าวจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2568 นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างบุคลากรให้เหมาะสมและเพียงพอต่อกระบวนการทางานและเป็นไปตามหลักการควบคุมภายในที่ดี

บมจ. เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป (JKN) ในฐานะผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ ชี้แจงผลกระทบต่อการดำเนินการต่างๆ และการปรับปรุงระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงิน จากกรณีที่สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัทและกรรมการอีก 2 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยมีประเด็นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯขอให้ชี้แจง 4 ประเด็น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทได้รับทราบข้อมูลสำคัญ ภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2568 นั้น

บริษัทขอชี้แจงข้อมูลตามประเด็นที่ตลาดหลักทรัพย์สอบถาม ดังนี้

1. สถานะและความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) ของ JKN บริษัทได้รับรายงานด้วยวาจาจากบริษัท สำนักงาน ดร.วิรัช แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ผู้สอบบัญชีอิสระที่ได้รับความเห็นชอบจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีเพื่อทำการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) ว่า ปัจจุบันเพิ่งดำเนินการสอบทานข้อมูลทางบัญชีแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการสอบทานกระดาษทำการเพื่อจัดทารายงาน ซึ่งต้องปฏิบัติงานและแสดงความเห็นต่อรายการซื้อลิขสิทธิ์รายการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567 รวมถึงการจ่ายชำระค่าลิขสิทธิ์รายการที่มีการซื้อในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ตามที่บริษัทมีการบันทึกบัญชี

ซึ่งครอบคลุมตามประเด็นที่ผู้สอบบัญชี บริษัท สอบบัญชีธรรมนิติ จำกัด ได้ตั้งข้อสังเกต และแจ้งข้อมูลมายังคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ ตามมาตรา 89/25 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)

แต่เนื่องจาก สำนักงาน ก.ล.ต. มีข้อสังเกตเพิ่มขึ้นในประเด็นเจ้าหนี้ที่เกิดจากรายการซื้อลิขสิทธิ์ ทำให้บริษัทและสำนักงาน ดร.วิรัช จะต้องทบทวนขอบเขตการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้ครอบคลุมตามประเด็นที่ สำนักงาน ก.ล.ต. มีข้อสังเกตดังกล่าว ซึ่งจะมีผลต่อระยะเวลาการตรวจสอบและออกรายงาน โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาเกินกว่าไตรมาส 2/68 ที่เคยแจ้งไว้ หากมีความคืบหน้าจะเรียนแจ้งให้ทราบผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป

2. ผลกระทบต่อการฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลาย จากกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า สำนักงาน ก.ล.ต.ได้ กล่าวโทษ นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ และนางสาวพิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ ว่าร่วมกันสั่งการหรือกระทำการสร้างรายการเจ้าหนี้ปลอมและลูกหนี้ปลอม ซึ่งส่งผลให้งบการเงินปี 2566 ของ JKN แสดงยอดหนี้สินและสินทรัพย์ต่างจากความเป็นจริง แต่นำเจ้าหนี้การค้ามาบันทึกบัญชีในปี 2567 เพื่อลวงบุคคลใด ๆ ว่าในปี 2567 JKN มีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น และนำเจ้าหนี้การค้าดังกล่าวไปใช้สิทธิออกเสียงเพื่อเลือกผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ

ของ JKN

บริษัทชี้แจงว่า การกล่าวโทษของสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อ DSI เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการสอบสวนซึ่งจะต้องมีการพิจารณาพยานหลักฐานว่าบริษัท นายจักรพงษ์ นางสาวพิมพ์อุมา (ผู้ถูกกล่าวหา) ได้กระทำความผิดหรือไม่อย่างไร ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีสิทธินำพยานหลักฐานไปแสดงต่อพนักงานสอบสวนตามกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ การฟื้นฟูกิจการจะยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จนกว่าศาลฯ จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามที่

ได้มีการกล่าวโทษ

3. ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ JKN บริษัทชี้แจงว่า เนื่องจากนายจักรพงษ์ และนางสาวพิมพ์อุมา เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในธุรกิจ ซึ่งการที่บุคคลทั้งสองต้องพ้นจากตำแหน่งย่อมส่งผลกระทบไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อบริษัท อย่างไรก็ตามเพื่อให้บริษัทมีผู้นำองค์กรที่สามารถบริหารงานได้อย่างต่อเนื่อง และรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ของบริษัท และลดผลกระทบจากการพ้นตำแหน่งของบุคคลทั้งสองดังกล่าวโดยเร็วที่สุด ปัจจุบันบริษัทได้สรรหากรรมการเพื่อเข้าดารงตาแหน่งแทนบุคคลทั้งสองไว้แล้ว แต่เนื่องจากบริษัทอยู่ภายใต้คำสั่งฟื้นฟูกิจการของศาลล้มละลายกลาง จึงจำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากศาลฯ ก่อน ซึ่งคาดว่าการเปลี่ยนแปลงกรรมการจะแล้วเสร็จภายใน 15 วันนับจากวันที่ศาลฯ เห็นชอบ

สำหรับแนวทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต บริษัทยังคงต้องรอภายหลังการเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัทให้แล้วเสร็จเสียก่อน จึงจะทราบถึงแนวทางในการบริหารงานของคณะกรรมการชุดใหม่ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ในส่วนของการบริหารจัดการนั้น บริษัทอยู่ระหว่างสรรหาผู้รับผิดชอบแทนผู้บริหารที่พ้นจากตาแหน่ง คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันผู้รับผิดชอบแต่ละสายงานยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตอานาจหน้าที่ และการดำเนินธุรกิจยังคงมีการจัดการและบริหารงานเป็นไปตามปกติ

4. แนวทางการปรับปรุงระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับกระบวนการจัดทางบการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องในอนาคต เพื่อให้ JKN มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสามารถจัดทำงบการเงินได้ถูกต้อง น่าเชื่อถือนั้น

บริษัทชี้แจงว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจหลักจากธุรกิจการจำหน่ายคอนเทนต์ เป็นธุรกิจการจำหน่ายสินค้า (Commerce) โดยปรับลดการดำเนินธุรกิจคอนเทนต์ซึ่งไม่สามารถสร้างรายได้เช่นในอดีต จึงนำคอนเทนต์ที่ถือครองอยู่มาใช้ประโยชน์โดยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง JKN18 และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ เพื่อเป็นการสร้าง Eyeball ดึงดูดให้ผู้ชมเข้าชมในช่องและเห็นรายการขายสินค้าของบริษัทมากขึ้น ทำให้เกิดโอกาสในการขายเพิ่มขึ้น

บริษัทอยู่ระหว่างการปรับกระบวนการทำงานและเพิ่มการควบคุมภายในให้สอดคล้องกับลักษณะการดาเนินธุรกิจของบริษัทในปัจจุบัน โดยการเพิ่มเติมขั้นตอนการทางานในระบบงานที่เกี่ยวกับธุรกิจ Commerce ด้วยการนำระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ซึ่งครอบคลุมระบบการจัดซื้อ การขาย การควบคุมสินค้าคงคลัง บัญชีและการเงิน มาเป็นเครื่องมือช่วยในการทำงาน มีกระบวนการอนุมัติในแต่ละขั้นตอนภายในระบบตามอำนาจอนุมัติของสายงาน ซึ่งจะต้องครบถ้วนสมบูรณ์ จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ การนำ ERP มาใช้จึงทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสามารถจัดทางบการเงินได้ถูกต้อง น่าเชื่อถือซึ่งคาดว่าการปรับปรุงเพิ่มเติมดังกล่าวจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2568 นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างบุคลากรให้เหมาะสมและเพียงพอต่อกระบวนการทางานและเป็นไปตามหลักการควบคุมภายในที่ดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...