โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุปงาน Envision 2025 วิสัยทัศน์ใหม่ของการท่องเที่ยว โดย Trip.com Group

TODAY Bizview

อัพเดต 03 มิ.ย. 2568 เวลา 16.28 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 09.28 น. • workpointTODAY

Trip.com Group จัดงานสัมมนาครั้งใหญ่เผยวิสัยทัศน์และแผนการดำเนินงานในอนาคตที่สำคัญต่อวงการการท่องเที่ยว ผ่านงาน Envision 2025 Global Partner Conference ซึ่งจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 3,000 คนจากทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นผู้นำและพันธมิตรในวงการการท่องเที่ยวที่มาเพื่อนำเสนอกลยุทธ์การปฏิวัติวงการท่องเที่ยวโลกผ่านนวัตกรรมและการเติบโตที่ยั่งยืน

TODAY Bizview ได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานในครั้งนี้ โดยจะสรุปเนื้อหาภายในงานที่น่าสนใจมาให้ทุกคนได้อ่านอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นวิสัยทัศน์ใหม่ที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดย Trip.com Group

สำหรับ Trip.com Group เป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก ประกอบด้วยแพลตฟอร์ม Trip.com, Ctrip, Skyscanner และ Qunar ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2542

[ การท่องเที่ยวถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ]

‘เจมส์ เหลียง’ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Trip.com Group มองว่าการท่องเที่ยวทุกวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่

1.ขับเคลื่อนด้วย Ai ตัวอย่างเช่น TripGenie ผู้ช่วยวางแผนการเดินทางด้วย AI ที่พัฒนาโดย Trip.com เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ชาญฉลาดและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

2.ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน โดย Trip.com ได้ริเริ่มโครงการโรงแรมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Hotel) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไปได้ 7-8 ปี

3.ขับเคลื่อนด้วยเอกลักษณ์ ที่ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมองเป็น 4 เรื่อง คือ นวัตกรรม วัฒนธรรม ศิลปะและคอนเทนท์ ที่นำมาผสมผสานกันเพื่อสร้างความน่าสนใจใหม่ๆ ให้กับแหล่งท่องเที่ยว

ดังนั้น ‘เจมส์ เหลียง’ จึงได้วางนวัตกรรมเป็นแกนหลักของกลยุทธ์บริษัท และเน้นย้ำว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้

“การท่องเที่ยวและนวัตกรรมเป็นพลังสำคัญในเศรษฐกิจโลก และเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีความหมายและเติมเต็มที่สุดสำหรับมนุษย์” เจมส์ เหลียง กล่าว

ด้าน‘เจน ซัน’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Trip.com Group ได้เน้นย้ำถึงแรงผลักดันที่แข็งแกร่งของบริษัท เมื่อเข้าสู่ปี 2568 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากความร่วมมือระดับโลกที่แข็งแกร่งและการลงทุนในนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ปีนี้ธุรกิจระหว่างประเทศเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาสแรก โดยการจองการท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นกว่า 120% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด

“หลังจากตัวเลขสถิติใหม่ การท่องเที่ยวยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับผู้บริโภคทั่วโลก และอุตสาหกรรมนี้จะยังคงเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจโดยรวม” เจน ซัน กล่าว

นอกจากนี้ภายในงานยังมีผู้บริหารคนอื่นๆ ที่ได้ขึ้นพูดบนว่าเวที อาทิ

‘Monica Xiao’ CEO of Accommodation ที่บอกว่าปัจจุบันมีคนดาวน์โหลดแอปมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บริษัทไม่หยุดพัฒนา โดยมีการนำ AI มาใช้ทำให้โมเดลทำงานได้ดีขึ้นจนกลายเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

‘Ray Chen’ CEO of Vacation บอกว่า AI คือสิ่งที่พลิกโฉมการท่องเที่ยว เพราะทำให้หลายๆ อย่างง่ายขึ้น และยังช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นได้มากจนทำให้ Trip.com ได้รับความพึงพอใจมากถึง 95% จากผู้ใช้งาน

‘Steven Zhang’ CEO of Flights บอกว่า หัวใจหลักของ Trip.com คือ 1. เทคโนโลยี 2.บริการ และ 3.ข้อมูล ซึ่งการมีทั้ง 3 สิ่งนี้ทำให้เราสามารถมอบบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากขึ้นในทุกๆ ด้าน

[ เปิดตัวกองทุนมูลค่า 100 ล้านดอลล์ ]

เพื่อต่อยอดจากแรงผลักดันนี้ Trip.com Group ได้ประกาศเปิดตัว ‘กองทุนเพื่อนวัตกรรมการท่องเที่ยว’ มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยกองทุนนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมเชิงพาณิชย์และไอเดียที่ล้ำสมัยซึ่งปรับเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนเดินทาง เชื่อมต่อ และสำรวจโลก โดยจุดมุ่งเน้นสำคัญคือ

– สนับสนุนโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบสูง เช่น เทศกาลรูปแบบดิจิทัล และงานอาหารแบบประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟ เพื่อส่งเสริมจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวใหม่ๆ

– รางวัลนวัตกรรมการท่องเที่ยว รางวัลระดับโลกอันทรงเกียรติ พร้อมเงินทุนประมาณ 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเชิดชูบุคคลและองค์กรสำหรับนวัตกรรมที่โดดเด่นในการท่องเที่ยวในด้านความยั่งยืน เทคโนโลยี มรดกทางวัฒนธรรม

[ แขกคนพิเศษ ผู้ผลักดันการท่องเที่ยวยั่งยืน ]

อีกหนึ่งไฮไลท์ในงาน Envision 2025 คือการปรากฏตัวครั้งแรกของ ‘เจ้าชายแฮร์รี่’ ดยุคแห่งซัสเซกซ์ ที่ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในนามของ Travalyst องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่พระองค์ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

โดยเจ้าชายแฮร์รี่เรียกร้องให้ผู้คนในวงการท่องเที่ยวทั่วโลกเร่งลงมือทำ ผนึกกำลังกัน และให้วางเรื่องชุมชนและความยั่งยืนไว้ในใจกลางความสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยว

“ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่วงการท่องเที่ยวทั่วโลกจะตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นพลังแห่งความดี สิ่งที่จะพิสูจน์ว่าเราจริงจังแค่ไหนคือการรับมือกับความยากลำบาก เราต้องไม่ท้อถอย” พระองค์กล่าว

และยังชี้ให้เห็นว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยวยั่งยืนในอนาคต โดยสังเกตว่านักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ไม่เพียงเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายสูงที่สุดในโลก แต่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนอีกด้วย

[ การเชื่อมโยงโลกผ่านการท่องเที่ยว ]

เพื่อให้ความตั้งใจทั้งหมดนี้เสร็จสมบูรณ์และทำให้การท่องเที่ยวเข้าถึงง่ายและเชื่อมโยงกันมากขึ้น Trip.com Group ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับหน่วยงานการท่องเที่ยวชั้นนำระดับชาติและกลุ่มธุรกิจโรงแรมชั้นนำ

โดยในงานครั้งนี้ ‘ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์’ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เข้าร่วมพิธีเปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับโลกกับ Trip.com Group เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

ในส่วนของธุรกิจโรงแรม การจับมือกับพันธมิตรใหม่ทั้ง Archipelago International จากอินโดนีเซีย, Seafest Hotel Group (Seafest Sdn Bhd) จากมาเลเซีย และCentara Hotels & Resorts จากประเทศไทย จะช่วยขยายเครือข่ายที่พักของ Trip.com Group ตลอดเส้นทางการท่องเที่ยวสำคัญในเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ

สำหรับงาน Envision 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและเป็นการประกาศเจตจำนงที่จะนำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเข้าสู่ยุคใหม่ ซึ่ง Trip.com Group ไม่เพียงแค่ปรับตัวเข้ากับอนาคตของการท่องเที่ยว แต่กำลังมุ่งมั่นสร้างสรรค์อนาคตที่แข็งแกร่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...