โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามส่งด่วนของจริง "ไรเดอร์จีน" งานเสี่ยง รายได้น้อย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2568 เวลา 14.06 น.
สำรวจอาชีพ

การค้าขายออนไลน์ที่เฟื่องฟูที่กลายเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ให้ก้าวไปข้างหน้าได้ คงไม่สามารถเกิดได้เลยถ้าไม่มีกลุ่มคนทำงานระดับล่าง นั่นก็คือคนส่งของ หรือที่ในประเทศไทยเรียกกันว่า “ไรเดอร์” ซึ่งเป็นอาชีพอิสระที่ทำหน้าที่ส่งสินค้า ส่งอาหาร ที่มีการสั่งซื้อกันผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ไปส่งให้กับลูกค้า ซึ่งจุดเด่นของไรเดอร์ในแต่ละประเทศที่เหมือนกันคือการขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อความคล่องตัวในการเดินทางในเมืองใหญ่ เป็นอาชีพที่ใครก็สามารถทำได้ ขอแค่มีมอเตอร์ไซค์ สมัครแอปฯ ก็สามารถเริ่มงานได้เลย

อาชีพไรเดอร์จึงกลายเป็นอาชีพยอดนิยมของคนที่รักงานอิสระ เริ่มงานกี่โมง เลิกงานกี่โมงก็ได้ รวมทั้งเป็นทางเลือกของคนที่ตกงาน นักศึกษาจบใหม่ที่ยังหางานทำไม่ได้ ก็สามารถเข้ามาทำงานตรงนี้แทน ไม่ว่าจะทำเป็นรายได้เสริม หรือทำเป็นรายได้หลัก ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของตัวเอง และหากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีที่แล้ว อาชีพไรเดอร์นับว่ามีรายได้ที่ค่อนข้างมั่นคง ทำให้คนจำนวนมากหันมาเป็นไรเดอร์กันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในโลกของธุรกิจออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้แต่ละบริษัทต้องทำสงครามแย่งชิงลูกค้าด้วยการลดราคาสินค้าและการส่งสินค้าที่รวดเร็ว เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคสมัยใหม่ที่ใจร้อน ต้องการได้รับสินค้าในทันที ไม่ชอบรออะไรนาน ๆ ทำให้หลายบริษัทต้องแข่งขันกันเรื่องความไวในการส่งของให้ลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมีระบบการสั่งซื้อ การบรรจุสินค้าที่แม่นยำและรวดเร็ว และที่สำคัญคือต้องมีไรเดอร์ที่พร้อมทำงานแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ด้วยสาเหตุนี้ ทำให้ผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่ได้ชื่อว่ามีการแข่งขันทางธุรกิจออนไลน์ที่ดุเดือดสุดในโลก ชนิดที่ว่ามีแต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้ ไรเดอร์ในจีนต้องทำงานหนักมากขึ้น ส่งของมากขึ้น ขี่รถเร็วมากขึ้น เพื่อที่จะมีรายได้เพียงพอต่อการประทังชีวิต

South China Morning Post ประเมินว่ามีผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ทั่วประเทศจีน ประมาณ 10-12 ล้านคน แต่ละคนทำงานเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง โดยมีรายได้ประมาณ 1,000 หยวน หรือประมาณ 4,500 บาทต่อเดือน ซึ่งต่างจากในช่วงแรก ๆ ที่ไรเดอร์แต่ละคน ที่มีประสบการณ์ ชำนาญเส้นทาง อาจมีรายได้เดือนละ 10,000 หยวน หรือประมาณ 45,000 บาทต่อเดือน แต่ในปัจจุบัน จำนวนไรเดอร์ที่เพิ่มมากขึ้น หมายถึงไรเดอร์แต่ละคนจะมีงานน้อยลงในแต่ละวัน ทำให้รายได้ลด หากไรเดอร์คนไหนอยากมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำงานในแต่ละวันให้นานขึ้น เพื่อรับออเดอร์ให้มากขึ้น

แน่นอนว่าการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น การทำงานในแต่ละวันที่ยาวนานขึ้น ทำให้ไรเดอร์มีความเครียด พักผ่อนน้อยลง การขับขี่มอเตอร์ไซค์บนท้องถนนก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ยิ่งระบบของแอปพลิเคชันจะมีการให้รางวัลกับไรเดอร์ที่ส่งของได้ตรงเวลา ก็จะได้ส่วนแบ่งจากค่าส่งที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไรเดอร์แต่ละคนต้องเร่งทำเวลาในการส่งของ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ไรเดอร์ต้องแบกรับด้วยตัวเอง เช่น การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หรือการจอดรถในที่ห้ามจอด ซึ่งมีค่าปรับที่ไรเดอร์ต้องเป็นคนจ่ายเอง

ในโซเชียลมีเดียของจีน เราจะได้เห็นคลิปวิดีโอของไรเดอร์หลาย ๆ คน ที่ทนกับความกดดันของการส่งสินค้าในช่วงเวลาเร่งด่วนไม่ไหว มีทั้งคลิปไรเดอร์ที่โยนกล่องพัสดุลงพื้น ถีบมอเตอร์ไซค์ตัวเอง ไรเดอร์ที่นั่งร้องไห้อยู่ริมถนน เพราะไปส่งสินค้าช้ากว่ากำหนด หรือไรเดอร์ที่คุกเข่าอ้อนวอนเจ้าหน้าที่ที่กำลังปรับเงินเขา เพราะจอดรถในที่ห้ามจอด

การแข่งขันของธุรกิจออนไลน์ในประเทศจีนที่ดุเดือด ทำให้ไรเดอร์ถูกบีบให้ส่งของไวมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยระบบอัลกอริธึมแบจะไม่สนใจเลยว่า การตั้งเวลาการส่งของภายในไม่กี่นาที มันจะเป็นไปได้หรือไม่ ยกตัวอย่าง ในตอนแรก อัลกอริธึมตั้งเวลาไว้ว่า ไรเดอร์จะต้องส่งของให้ทันภายในเวลา 1 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นจะโดนหักเงิน และเมื่ออัลกอริธึมพบว่าไรเดอร์ส่วนใหญ่สามารถส่งของได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ระบบก็จะปรับเวลาลงมาเหลือ 50 นาที และหาก 50 นาที ไรเดอร์ส่วนใหญ่ยังส่งสินค้าได้ทันเวลาอยู่ ระบบก็จะปรับลดเวลาลงมาเรื่อย ๆ สร้างความกดดันให้กับไรเดอร์ที่ต้องส่งของให้ทันตามเวลาที่อัลกอริธึมตั้งเอาไว้ และหากไรเดอร์คนไหนได้รีวิวไม่ดีจากลูกค้าก็จะถูกแอปพลิเคชันหักเงินด้วย

ไรเดอร์ชาวจีนที่ให้สัมภาษณ์กับ South China Morning Post บอกว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นไรเดอร์ขับรถชนคน หรือขับชนรถคันอื่น การทำงานในแต่ละวันมีความเสี่ยงมาก ๆ และไรเดอร์ก็เป็นอาชีพที่ไม่ได้รับความคุ้มครองใด ๆ หากเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา ไรเดอร์แต่ละคนก็ต้องดูแลกันเอง โดยพวกเขามองว่าบริษัทที่ทำธุรกิจออนไลน์ยักษ์ใหญ่แข่งขันกันทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงที่สุด แต่กลับไม่สนใจเลยว่าการทำงานของไรเดอร์ในแต่ละวันมีความเสี่ยงมากแค่ไหน ยิ่งเศรษฐกิจในช่วงนี้ ไม่ได้เติบโตแข็งแกร่งเหมือนเมื่อก่อน ก็ยิ่งทำให้ผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ถูกเอาเปรียบมากขึ้น เพราะมีคนตกงานที่พร้อมจะมาทำงานแทนที่ตลอดเวลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...