โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บีซีไอ ตั้งเป้า 5 ปี ออกหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน 80%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ย. 2565 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2565 เวลา 07.28 น.
PHOTO : PIXABAY

บีซีไอ พร้อมเปิดให้บริการ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน (eLG) หลัง ธปท.ไฟเขียวให้ออกจาก Sandbox ตั้งเป้า 5 ปี กวาดมาร์เก็ตแชร์ 80% ของยอดธุรกรรมทั้งตลาด เผยปี’65 มีมูลค่าธุรกรรมกว่า 2 แสนล้านบาท จ่อต่อยอดสู่บริการ “หนังสือรับรองทางการเงิน”

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 นายกึกก้อง รักเผ่าพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บีซีไอเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ความร่วมมือของธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารทหารไทยธนชาต เพื่อศึกษาเทคโนโลยีบล็อกเชนและร่วมกันพัฒนา Infrastructure Blockchain ทางการเงิน

บีซีไอได้พัฒนาบริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน หรือ eLG (Electronic Letter of Guarantee on Blockchain) เป็นบริการแรก โดยเข้าใจถึงความต้องการของผู้ใช้งานจริงนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหา ยกระดับการให้บริการ eLG ช่วยให้การทำธุรกรรมที่จำเป็นต้องมีการวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน และยังมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย สามารถตรวจสอบเอกสารได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 100% ตลอด 24 ชั่วโมง กล่าวคือ

“จุดเด่นของบริการ eLG อยู่ที่การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนให้การทำธุรกรรมสะดวก รวดเร็ว และลดขั้นตอนการทำงานลง แม้ในช่วงที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่การทำธุรกรรมต่าง ๆ ดำเนินไปได้อย่างยากลำบาก บริการ eLG ก็ยังคงช่วยให้การดำเนินธุรกิจไม่สะดุด โดยสามารถออกหรือคืนหนังสือค้ำประกันผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า จึงเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ บีซีไอ ได้พัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตอบโจทย์ทางการการเงินและธุรกิจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ เรามีพันธมิตรสำคัญช่วยสนับสนุน อาทิ กรมบัญชีกลาง ได้ใช้หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเสนอราคาของภาครัฐ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ได้ร่วมผลักดันและขยายการใช้บริการงานหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ยังรวมถึงภาคเอกชนชั้นนำของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเครือปูนซิเมนต์ไทย กลุ่มบริษัท ปตท. และอื่น ๆ อีกมาก

โดยปัจจุบัน eLG ได้ผ่านการทดสอบนวัตกรรมใน Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้วอย่างเป็นทางการ ซึ่งเปรียบเสมือนบททดสอบสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ eLG จะสามารถใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัย บีซีไอจึงมีความพร้อมที่จะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแก่หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และธุรกิจเอกชน

โดยคาดว่าบีซีไอจะสามารถขยายขีดความสามารถในการให้บริการ จนครอบคลุมหนังสือค้ำประกันกว่า 50% ของตลาดได้ภายในปี 2565 หรือคิดเป็นประมาณธุรกรรมกว่า 80,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านบาท และมีเป้าหมายที่จะครอบคลุมกว่า 80% ของหนังสือค้ำประกันในประเทศได้ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ บีซีไอยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีไปสู่บริการทางการเงินใหม่ ๆ ต่อไป ล่าสุด บีซีไออยู่ระหว่างการพัฒนาบริการหนังสือรับรองอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบบล็อกเชน (Electronic Confirmation on Blockchain หรือ eBC) ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อยอดองค์ความรู้จากประสบการณ์ในการให้บริการ ประสานความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพบัญชี รวมทั้งสำนักงานผู้ตรวจบัญชีชั้นนำ สถาบันทางการเงิน และภาคส่วนองค์กรต่าง ๆ เพื่อให้ข้อคิดเห็นและร่วมออกแบบการทำงานของโครงการ

โดยบริการนี้จะเริ่มต้นนำร่องด้วยหนังสือรับรองทางการเงินของธนาคาร (Bank Confirmation) ในระยะแรก ก่อนจะขยายไปยังหนังสือรับรองประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งบริการนี้จะช่วยลดระยะเวลาในขั้นตอนการขอหนังสือรับรองทางการเงินต่าง ๆ อีกทั้งยังได้ข้อมูลที่ครบถ้วน น่าเชื่อถือ ช่วยให้การตรวจสอบบัญชีมีความถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนนำร่องเปิดให้บริการ eBC ดังกล่าว ในไตรมาส 2 ปี 2566 ที่จะถึงนี้

“ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด ขอขอบคุณธนาคารแห่งประเทศไทย หน่วยงานและองค์ต่าง ๆ ที่ร่วมสนับสนุนและผลักดัน บริษัท บีซีไอ มาอย่างต่อเนื่อง และขอบคุณสำหรับการสนับสนุนด้วยดีที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต เพื่อช่วยกันผลักดันการใช้เทคโนโลยี มาเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ภูมิทัศน์ใหม่ภาคการเงิน เพื่อเศรษฐกิจดิจิทัลและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน” นายกึกก้อง กล่าว

นายสิริวัฒน์ เกียรติเจริญสิน ผู้จัดการใหญ่ บีซีไอ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันมีสถาบันการเงินที่ให้บริการแพลตฟอร์มของบีซีไอกว่า 19 แห่ง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรรัฐวิสาหกิจ รวมถึงภาคธุรกิจเอกชนชั้นนำ ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจเป้าหมายมากกว่า 170 องค์กร และยังมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนใจทยอยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง

“ทุกวันนี้เทคโนโลยีบล็อกเชนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และถูกนำมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างหลากหลาย ซึ่งตอบโจทย์ทั้งความสะดวกรวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนการทำงานเกี่ยวกับเอกสารที่เป็นกระดาษลงไปได้มาก ขณะเดียวกันก็มีความปลอดภัยสูง ซึ่งบีซีไอยังคงมุ่งมั่นเพื่อนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบล็อกเชน ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ธุรกิจ รวมทั้งสร้างความพร้อมสำหรับการเติบโตและแข่งขันในโลกธุรกิจดิจิทัลได้อย่างเข้มแข็ง” นายสิริวัฒน์กล่าว

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด หรือสมัครใช้บริการกับบีซีไอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...