ข้าวเหนียวมะม่วงต้องมีจุดยืนที่ความเรียบง่าย - ก. ธรรมจำรูญวุฒิรงค์
ข้าวเหนียวมะม่วงคืออาหารที่คนไทยนิยมกันมานาน และแม้ว่าจะเป็นอาหารโบราณก็ไม่เปลี่ยนแปลงส่วนประกอบยังคงรูปแบบเรียบง่าย คือ ข้าวเหนียว มะม่วงและกะทิ ไม่อาศัยเครื่องเคียงมาประกอบเป็นสำรับ และไม่จำเป็นต้องไปประกอบเป็นสำรับของใคร กินเดี่ยวๆเป็นมื้อแทนข้าวก็ยังได้ แต่น่ากลัวว่าเมื่อข้าวเหนียวมะม่วงโด่งดังขึ้นมากแล้วความเรียบง่ายนั้นอาจจะหายไป
เหมือนกับข้าวเหนียวมูนแต่ก่อนกินกับข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวมูนจะไม่กินกับน้ำกะทิทุเรียน จะกินกับข้าวเหนียวธรรมดา เพราะน้ำกะทิทุเรียนหวานอยู่แล้วไม่ต้องเอาข้าวเหนียวมามูนให้หวานเพิ่มขึ้นไปอีก แต่มาสมัยนี้เอาข้าวเหนียวมูนมากินกับน้ำกะทิทุเรียนอีกเท่ากับว่าหวานเป็นสองเท่าขัดกับหลักการเดิมอยู่มาก และที่หนักเข้าไปอีก คือ ขนมไทยปัจจุบันเอะอะก็เอาอันนั้นอันนี้มากินกับข้าวเหนียวมูนทั้งๆที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เท่ากับว่ากินของหวานกันมากเกินไป คนไทยแต่ก่อนไม่เป็นอย่างนี้
มีคำถามว่าความเรียบง่ายของอาหารนั้นคืออะไร และความเรียบง่ายนี้มีประโยชน์อย่างไรต่อชีวิตคนเรา การตอบคำถามนี้ กล่าวได้ว่า ความเรียบง่ายนั้นหมายถึงเรื่องราวและองค์ประกอบมีเพียงน้อยอย่างไม่ต้องมากอย่าง ไม่ต้องซับซ้อน ไม่พิสดาร ข้าวเหนียวมะม่วงนี้ มีแค่ ข้าวเหนียว มะม่วง และน้ำกะทิ 3 อย่างเป็นหลัก และ อาจมีถั่วเขียวซีกคั่วโรยบ้างตามชอบ และ"ความเรียบง่าย" ของอาหาร ก็เหมือนกับชีวิตของคน เช่น ชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
เด็กคนนี้เกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น เมื่อเติบโตขึ้นเธอแต่งงานกับชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นสามีที่รักทะนุถนอมเธอ และเธอก็ดูแลเขาและลูกๆเป็นอย่างดี ครอบครัวของเธออบอุ่น เธอและสามีช่วยกัยเลี้ยงลูกจนเติบโต ตลอดชีวิตไม่เจ็บป่วยร้ายแรง และในวัยชราก่อนที่เธอจะจากโลกนี้ไป เธอยังได้เห็นหลานและเหลนของเธอ
เด็กหญิงคนนั้น ไม่มีชื่อเสียง ฐานะ ที่โดดเด่น หรือสิ่งอื่นๆ เรามองเห็นแต่เพียงว่าชีวิตของเธอนั้นง่าย เท่านั้นเอง ชีวิตอย่างเด็กคนนี้มีอยู่จริง ในสายตาของผู้เขียน มีตัวตนจริงอยู่หลายคน และเป็นชีวิตในอุดมคติหรือไม่ผู้เขียนไม่ทราบ รู้แต่ว่าชีวิตของเขาง่ายดี ตราบใดที่สามีของเธอไม่ต้องไปรบในสงคราม และเธอก็ไม่ต้องถูกส่งไปเป็นพยาบาลในสนามรบ (ซึ่งฟังดูเหมือนหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง แต่อย่าไขว้เขว ความจริง ในหนังฝรั่งเรื่องนั้นก็มีความเรียบง่ายซ่อนอยู่ด้วยเหมือนกันตรงที่ผู้ชายคนนั้นรักผู้หญิงเพียงคนเดียว นี่คือความเรียบง่ายอย่างหนึ่ง)
ชีวิตของคน ใช้แบบที่คนคนนั้นอยากจะใช้ ก็เรียกว่าชีวิตเรียบง่าย และชีวิตที่เรียบง่ายนี้เองที่ทำให้คนๆนั้น มีเวลา เป็นสามี ภรรยา ที่แท้จริง สัมผัสชีวิตอย่างนั้นได้เหมือนสัมผัสอาหารที่เรียบง่ายเช่นเดียวกัน
ข้าวเหนียวมะม่วงก็เป็นเช่นเดียวกัน ประกอบด้วยส่วนสำคัญง่ายๆ 3 สิ่ง คือ ข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงู มะม่วงอกร่องที่มีความหวานอมเปรี้ยว (ขอแค่พันธุ์อกร่องเท่านั้น)และน้ำกะทิอย่างดีแบบคั้นเอาหัวกะทิ (ขอให้กะทิดีเท่านั้น ) และสามสิ่งนี้เท่านั้น ไม่ต้องถามหาเครื่องเทศหรือเครื่องปรุงใดๆอีกเลย
เมื่อสามสิ่งนี้ มาประกอบกันตามอัตราส่วนที่เหมาะสม ข้าวเหนียวมะม่วงจะอร่อยขึ้นมาทันทีอย่างประหลาด หลักการสำคัญคือ ข้าวเหนียวต้องพันธุ์เขี้ยวงู และมะม่วงต้องเป็นพันธุ์อกร่องซึ่งหวานอมเปรี้ยว คือหวานนำเปรี้ยว ทำนองหวานมากกว่าเปรี้ยวนิดหน่อย (นิดหน่อยเท่านั้น) แต่ในปัจจุบันตามท้องตลาดมีการนำมะม่วงพันธุ์นำ้ดอกไม้มากินคู่กับข้าวเหนียวแทนมะม่วงพันธุ์อกร่อง อาจจะเป็นเพราะมะม่วงอกร่องเริ่มหายาก แล้วและเหตุผลอื่นๆทางการค้า แต่รู้สึกว่ามะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้จะมีรสเปรี้ยวนำรสหวานอยู่นิดหน่อย หรือไม่ก็หวานก้ำกึ่งกับเปรี้ยวแบบออกรสหวานและเปรี้ยวเท่าๆกันหรือหวานจะน้อยกว่าเปรี้ยวในมะม่วงสุกบางลูก รสชาติไม่คงที่เพราะเป็นของธรรมชาติ แต่ระหว่างของธรรมชาติด้วยกันพันธุ์อกร่องยังชนะอยู่ การใช้พันธุ์น้ำดอกไม้ทำให้ต้องไปเพิ่มความหวานของข้าวเหนียวมูนอีก ซึ่งน่าจะไม่ตรงกับของเก่า และระบบก็เลยรวนไปหมด ผู้เขียนเคยถามแม่ แม่ของผู้เขียนบอกว่าถ้าใช้มะม่วงอื่นไม่เสียหายอะไรแต่เชย ซึ่งเป็นข้อหาหนัก เหตุผลของคนโบราณนั้นน่าศึกษา คนโบราณใช้กลิ่นตัดกลิ่น ใช้รสตัดรส ดุลสิ่งต่างให้สมดุลในภาพรวม และเคยถามแม่ค้าที่ค้าขายมะม่วง ได้รับคำตอบว่าที่หันมาใช้มะม่วงน้ำดอกไม้เพราะมะม่วงอกร่องลูกเล็กกว่า เนื้อน้อย เก็บได้ไม่นาน กล่าวคือ ช่วงเวลาที่สุดพอดีแล้วเก็บได้อีกนิดเดียว มะม่วงปอกข่ยกับข้าวเหนียวมูนแทบไม่ทัน มีบางครั้งมะม่วงสุกมากพร้อมๆกันจนขายไม่ทันต้องทิ้งเสียมาก การเก็บมะม่วงอกร่องจากต้น ก็ต้องเก็บพอดีกับที่จะสุด เก็บกาอนอล้วมาบ่มไม่ได้หนังจะเหี่ยวไม่สวย ขั้วดำง่าย สรุปว่ามะม่วงอกร่องนั้นอร่อยสุดยอดแต่การเก็บการนักษาไว้ก่อนจำหน่ายทำได้ยากมากนั่นเอง
อาหารที่มีคุณภาพและเรียบง่าย คืออาหารที่ละทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่นเดียวกับกาแฟซึ่งเป็นเครื่องดื่มของชาวอาหรับที่กินกันมาเป็นพันปีแล้ว ในตอนนี้กำลังโด่งดังไปทั่วโลก กาแฟก็เป็นแบบฉบับของเครื่องดื่มที่เรียบง่าย คนๆหนึ่งหรืออาจจะส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้จะเริ่มกินกาแฟเพราะความหอมหวาน ต่อมาเมื่อดื่มกาแฟนานเข้าก็เริ่มง่ายขึ้น ละทิ้งนมและน้ำตาล จนเหลือความชอบในสิ่งพื้นฐานที่ง่ายที่สุดของกาแฟ ก็คือเอสเปรสโซ่ เป็นกาแฟร้อนที่ดิบเถื่อน เพียว ดำทะมึนน่าหลงไหล เสน่ห์ของความเรียบง่ายของข้าวเหนียวมะม่วงนั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน
องค์ประกอบจำนวนน้อยของข้าวเหนียวมะม่วงทำให้สามารถแสดงรสชาติธรรมชาติดั้งเดิมของตัวเองออกมาเข้าสู่แกนกลางของรสชาติ ดิบเถื่อนดำดิ่งสู่สมาธิหรือภวังค์
คตินิยมการกินผลไม้คู่กับข้าวนี้ พบอีกที่คือ ไหหลำ
" ไหหลำ" หรืออีกชื่อคือ มณฑลไห่หนาน ของสาธารณรัฐประชาชนจีน คนจีนไหหลำสมัยก่อนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยก็มีอาหารชนิดหนึ่งที่กินกัน คือ การกินแตงโมกับข้าวสวย แตงโมนั้น คือ แตงโมสดๆเหยาะน้ำปลานิดหน่อยแล้วกินกับข้าวสวย(ข้าวจ้าว) และเท่าที่ทราบ คนจีนปัจจุบันนี้ก็ชอบกินข้าวเหนียวมะม่วงอย่างที่คนไทยกินอยู่บ้างเหมือนกัน นิยมพอๆกับข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน อาหารอย่างข้าวเหนียวมะม่วงนี้ก็เป็น soft power ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคนในชาติเข้าใจวัฒนธรรม วิธีคิด จุดยืนหลักปรัชญาของวัฒนธรรมนั้นๆเพียงใด อะไรที่ควรคงไว้ก็ต้องคงไว้ อะไรที่ควรเคร่งครัดก็ต้องเคร่งครัด ละทิ้งอะไรได้ อะไรละทิ้งไม่ได้
เหตุที่ข้าวเหนียวมะม่วงยังคงเป็นข้าวเหนียวมะม่วงที่มีพลังอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะยังมีคนเข้าใจปรัชญา แต่อย่างไรก็ตาม ของแต่ก่อนแม้เป็นวิถีชีวิตบางอย่างก็ต้องปรับเปลี่ยนได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อน ขึ้นบ้านใหม่มีพิธีรีตองมาก เมื่อถึงเวลาตามฤกษ์ มีหลักการว่าให้เจ้าของบ้านอุ้มพระพุทธรูปเดินนำ และให้หญิงสาวเดินตามถือเอาของมีค่าเงินทองขึ้นเรือน หินบดวางไว้ที่หัวนอน ฟักแฟงให้เอาไว้ใต้เตียง และเอาไม้เท้าเอนพิงไว้ที่ฝาบ้าน นำแมวขึ้นบนเรือน ไก่เอาไว้ที่ลานบ้าน (เข้าใจว่าสมัยโบราณที่ดินคงไม่แพงเหมือนสมัยนี้ บ้านจึงมีบริเวณกว้าง มีลานบ้าน) และให้เอางา โปรยโรยตามพื้นลาน วางฤกษ์ก็ต้องผูกดวงฤกษ์ โดยต้องหาวันเวลาที่เหมาะสม เูดาวและเดือน(ดวงจันทร์)โหรจะประคองไม่ให้ดาวศุกร์เล็งลัคนา ดาวเสาร์ก็ไม่ให่เล็ง ดาวอังคารห้ามเป็นแปดต่อลัคนา พุธห้ามเป็นเก้า และดาวบาปเคราะห์ทั้งหลายอย่าให้มากุมลัคนาหรือจันทร์ ทั้งในดวงฤกษ์และในดวงเดิมของเจ้าของงาน และดวงฤกษ์ต้องอยู่ในโยค เกณฑ์ ดีกับลัคนาหรือจันทร์เดิมในดวง วันอังคารห้าม วันเสาร์ห้าม ในบางครั้ง ตลอดทั้งปีหาฤกษ์ไม่ได้เลย ต้องเลื่อนไปปีอื่น
อย่างข้าวเหนียวมะม่วงนี้ วิธีการคือ คงปรัชญาหลักเอาไว้ คือ คำว่า ข้าวเหนียวเขี้ยวงูและมะม่วงอกร่อง และกุมคำว่าเรียบง่าย เอาไว้ให้ดี เป็นอันใช้ได้ อย่างอื่นปรับเปลี่ยนได้บ้างแต่อย่าให้มากนัก