โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ยินดีสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมไทยดีขึ้น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 27 ก.ค. 2567 เวลา 08.28 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2567 เวลา 01.28 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 27 ก.ค.-นายกฯ ชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนช่วยในการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม ยินดีสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมไทยดีขึ้น พร้อมผลักดันการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนแผนงานการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระยะสั้น-ยาว

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญต่อการต่อสู้กับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความห่วงกังวลจากทุกประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ จากรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 ระบุว่าสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมในหลายสาขามีทิศทางดีขึ้น อาทิ ปริมาณการนำเข้าปุ๋ยและวัตถุอันตรายทางเกษตร ปริมาณการผลิตและการใช้แร่ และการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรีเพื่อส่งเสริม รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยในรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 ระบุว่าสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมปี 2565 ในหลายสาขามีทิศทางดีขึ้น เช่น ปริมาณการนำเข้าปุ๋ยที่ลดลงร้อยละ 25.72 จากปี 2564 สะท้อนถึงปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีภายในประเทศและแนวโน้มการตกค้างของสารเคมีที่ลดลง ปริมาณการนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตรลดลงร้อยละ 16.18 จากปี 2564 สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรในไทยลดลงตามไปด้วย และในบางสาขาอยู่ในระหว่างเฝ้าติดตามเพิ่มเติม เช่น ปริมาณขยะมูลฝอยชุมชน ขยะพลาสติก ของเสียอันตรายทั้งจากชุมชนและปริมาณกากของเสียอุตสาหกรรม และปริมาณมูลฝอยติดเชื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งได้มีการยกระดับการดำเนินงานเพื่อบริหารจัดการกับปริมาณที่เพิ่มขึ้นของมูลฝอยชุมชน ขยะพลาสติก ของเสียอันตราย และมูลฝอยติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีการบูรณาการความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการดำเนินงาน โดยข้อเสนอในระยะสั้นในช่วง 2 ปีข้างหน้า ครอบคลุมมาตรการ 3 ประการ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กจากภาคเกษตร การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรแร่ และการถอดบทเรียนและขยายผลมาตรการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศระดับพื้นที่ และข้อเสนอในระยะยาว 10 ปีข้างหน้า ที่คำนึงถึงสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทิศทางการพัฒนาประเทศ และการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ดังนี้ การจัดระบบสนับสนุนการจัดการซากแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า การส่งเสริมบทบาทภาคการเงินการลงทุนเพื่อการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ การเพิ่มขีดความสามารถของภาคเกษตรในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมการบริโภคและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย เห็นว่าแม้ไทยจะอยู่ในโลกที่มีความท้าทาย มีความผันผวนสูง แต่ยังสามารถควบคุมสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมจนมีทิศทางดีขึ้นในหลายสาขา เชื่อว่าการบูรณาการความร่วมมือนี้จะขับเคลื่อนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานเพื่อดูแลรักษาและจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายชัย กล่าว.-314.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...