“แม็คโคร” พลิกโฉมธุรกิจ จาก “แคช & แครี่” สู่ “ออมนิแชนเนล”
สัมภาษณ์
ไม่มีใครปฏิเสธว่า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในประเทศไทยเป็นสมรภูมิที่มีการแข่งขันที่ดุเดือด สำหรับแม็คโคร แม้จะเป็นผู้นำตลาดที่อยู่ในตลาดนี้มานาน 34-35 ปี แต่ก็มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่ S-Curve ใหม่ เพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่ธุรกิจค้าส่งแบบใหม่ที่เป็น Omnichannel รวมถึงการต่อยอดจุดแข็งในด้านการเป็นผู้นำอาหารสด ศูนย์รวมสินค้าสำหรับผู้ประกอบการ ไปสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์ “ธนิศร์ เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหาร ผู้บริหารธุรกิจค้าส่งแม็คโคร ประเทศไทย บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ภายในงาน ThaiFex-Anuga Asia 2024 (28 พ.ค.-1 มิ.ย.) ถึงทิศทางใหม่ของแม็คโคร ทั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 และอนาคตข้างหน้า
อัพเกรดธุรกิจ Crash & Carry
“ธนิศร์” กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคครัวเรือนกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีศักยภาพสำหรับธุรกิจค้าส่งอย่างแม็คโคร ไม่น้อยกว่ากลุ่มผู้ประกอบการ เนื่องจากหลังการระบาดของโรคโควิด-19 พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเปลี่ยนแปลงไปหลายด้าน อาทิ สนใจทำอาหารเองมากขึ้น สะท้อนจากสัดส่วนการเข้ามาจับจ่ายซื้อวัตถุดิบและอาหารพร้อมใช้ อย่างน้ำซุปสำเร็จ และการชำระค่าสินค้าแบบไร้เงินสดของลูกค้าครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
สะท้อนถึงโอกาสทางธุรกิจของผู้บริโภคกลุ่มนี้ และความจำเป็นที่จะต้องอัพเกรดธุรกิจแม็คโคร รวมถึงแบรนด์และไลน์อัพสินค้าที่มีอยู่ให้ทันสมัยและเข้ากับผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น
ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงเดินหน้ายกเครื่องธุรกิจแม็คโคร จากค้าส่งแบบ Cash & Carry ซึ่งไม่ค่อยตอบโจทย์คนรุ่นใหม่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเน้นเงินสด หรือการเน้นขายผ่านสาขาออฟไลน์ ไปสู่ธุรกิจค้าส่งแบบใหม่ที่เป็น Omnichannel ที่ผู้บริโภคสามารถใช้บริการได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ อย่างการสะสมและใช้แต้มสมาชิกได้ทั้ง 2 ช่องทาง การรับชำระค่าสินค้าแบบไร้เงินสด เป็นต้น
พร้อมกับขยายจุดแข็งด้านแหล่งรวมวัตถุดิบอาหารสำหรับผู้ประกอบธุรกิจไปเป็นฟู้ดเดสติเนชั่นสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน ด้วยไลน์อัพสินค้าใหม่ที่คำนึงถึงการซื้อใช้งานและบริโภคในระดับครัวเรือน รวมถึงมุ่งเน้นสร้างรายได้จากการส่งออกมากขึ้น จากการเปิดตลาดใหม่ ๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียน ไปจนไกลถึงยุโรปและสหรัฐอเมริกา
เพิ่มโฟกัสสินค้า Own Brand
ประธานคณะผู้บริหาร ผู้บริหารธุรกิจค้าส่งแม็คโคร ประเทศไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไฮไลต์หลักในปีนี้จะเป็นการปรับโครงสร้างสินค้า Own Brand ใหม่ ทั้งจัดพอร์ตเป็น 4 แบรนด์ คือ aro สำหรับสินค้าทั่วไป, aro Gold สำหรับสินค้าพรีเมี่ยม, Savepak สินค้าเน้นผู้ประกอบการโฮเรก้า และ Sole Cafe สินค้ากาแฟเครื่องดื่ม พร้อมรีดีไซน์ภาพลักษณ์ใหม่ เพิ่มแบรนด์และสินค้าใหม่ อย่างสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟและสินค้าคอลลาบอเรชั่นจากหลายแบรนด์ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว วัตถุดิบ อาหารพร้อมทาน-ปรุงแช่แข็ง ฯลฯ ซึ่งมีขายเฉพาะในแม็คโครเท่านั้นเข้ามา
โดยมีแบรนด์ aro ซึ่งเป็นแบรนด์เก่าแก่อายุกว่า 35 ปี เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคไทย และมีสินค้ากว่า 4 หมื่นรายการเป็นหัวหอกหลัก เริ่มด้วยการยกเครื่องภาพลักษณ์ใหม่ให้ทันสมัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบแพ็กเกจใหม่ในแนวไลฟ์สไตล์ ทั้งสีสัน ภาพประกอบ ให้ดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น
พร้อมกับเพิ่มแบรนด์ใหม่ aro Gold เข้ามาเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา วางโพซิชั่นเป็นแบรนด์สินค้าพรีเมี่ยมในราคาจับต้องได้ อย่างสินค้าออร์แกนิก สินค้าคอลลาบอเรชั่นหรือร่วมพัฒนากับแบรนด์-เอสเอ็มอี สินค้านำเข้า อาทิ ข้าวหอมมะลิออร์แกนิก เนื้อนำเข้าจากญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฯลฯ
นอกจากนี้ยังทยอยเพิ่มไลน์สินค้าไซซ์เล็กสำหรับผู้บริโภคครัวเรือนเข้ามาในทุกหมวด เช่น ผลิตภัณฑ์นม, ซอส, อาหารแช่เย็นและแช่แข็งอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับดีมานด์จากกลุ่มผู้ชื่นชอบการทำอาหารทานเอง ที่เพิ่มจำนวนขึ้นชัดเจนตั้งแต่หลังการระบาดของโรคโควิด-19
ดัน Own Brand รุกหนัก ตปท.
ขณะเดียวกันจะอาศัยกระแสปลุกซอฟต์พาวเวอร์ไทย ผลักดันสินค้า Own Brand รุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งในอาเซียน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ชูอาหารในฐานะหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ ควบคู่กับการหาซัพพลายเออร์รายใหม่ ๆ เพื่อขยายไลน์สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการชูพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่หลากหลาย เพื่อสะท้อนศักยภาพการจัดหาสินค้าทั้งจากซัพพลายเออร์ในไทยและต่างประเทศ หลังที่ผ่านมาสินค้าอย่าง aro ได้รับการตอบรับดีในต่างประเทศ เช่น ซอสและน้ำจิ้มต่าง ๆ ซึ่งเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ได้ทั้งผู้ประกอบการและครัวเรือน
อาศัยการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการใช้สื่อและงานอีเวนต์ ตัวอย่าง เช่น การยกทัพสินค้า Own Brand ทั้ง 4 แบรนด์รวมมากกว่า 400 รายการ และผนึกกำลังเชฟชื่อดังไปร่วมออกบูทในงาน ThaiFex-Anuga Asia 2024 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2567 เพื่อหาคู่ค้าทั้งในไทยและต่างประเทศ มาร่วมเสริมแกร่งธุรกิจ
“เชื่อว่าการปรับยุทธศาสตร์ใหม่ รวมถึงการขยายสาขาใหม่เพิ่มจากปัจจุบันที่มี 168 สาขา และปรับปรุงสาขาเดิม จะช่วยหนุนให้บริษัทเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและวัตถุดิบอาหาร ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมกับเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางวัตถุดิบอาหารในระดับโลก” “ธนิศร์” ย้ำในตอนท้าย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “แม็คโคร” พลิกโฉมธุรกิจ จาก “แคช & แครี่” สู่ “ออมนิแชนเนล”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net