โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แม็คโคร” พลิกโฉมธุรกิจ จาก “แคช & แครี่” สู่ “ออมนิแชนเนล”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มิ.ย. 2567 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2567 เวลา 13.27 น.
ธนิศร์ เจียรวนนท์

สัมภาษณ์

ไม่มีใครปฏิเสธว่า ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในประเทศไทยเป็นสมรภูมิที่มีการแข่งขันที่ดุเดือด สำหรับแม็คโคร แม้จะเป็นผู้นำตลาดที่อยู่ในตลาดนี้มานาน 34-35 ปี แต่ก็มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่ S-Curve ใหม่ เพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่ธุรกิจค้าส่งแบบใหม่ที่เป็น Omnichannel รวมถึงการต่อยอดจุดแข็งในด้านการเป็นผู้นำอาหารสด ศูนย์รวมสินค้าสำหรับผู้ประกอบการ ไปสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์ “ธนิศร์ เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหาร ผู้บริหารธุรกิจค้าส่งแม็คโคร ประเทศไทย บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ภายในงาน ThaiFex-Anuga Asia 2024 (28 พ.ค.-1 มิ.ย.) ถึงทิศทางใหม่ของแม็คโคร ทั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 และอนาคตข้างหน้า

อัพเกรดธุรกิจ Crash & Carry

“ธนิศร์” กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคครัวเรือนกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีศักยภาพสำหรับธุรกิจค้าส่งอย่างแม็คโคร ไม่น้อยกว่ากลุ่มผู้ประกอบการ เนื่องจากหลังการระบาดของโรคโควิด-19 พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเปลี่ยนแปลงไปหลายด้าน อาทิ สนใจทำอาหารเองมากขึ้น สะท้อนจากสัดส่วนการเข้ามาจับจ่ายซื้อวัตถุดิบและอาหารพร้อมใช้ อย่างน้ำซุปสำเร็จ และการชำระค่าสินค้าแบบไร้เงินสดของลูกค้าครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

สะท้อนถึงโอกาสทางธุรกิจของผู้บริโภคกลุ่มนี้ และความจำเป็นที่จะต้องอัพเกรดธุรกิจแม็คโคร รวมถึงแบรนด์และไลน์อัพสินค้าที่มีอยู่ให้ทันสมัยและเข้ากับผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น

ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงเดินหน้ายกเครื่องธุรกิจแม็คโคร จากค้าส่งแบบ Cash & Carry ซึ่งไม่ค่อยตอบโจทย์คนรุ่นใหม่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเน้นเงินสด หรือการเน้นขายผ่านสาขาออฟไลน์ ไปสู่ธุรกิจค้าส่งแบบใหม่ที่เป็น Omnichannel ที่ผู้บริโภคสามารถใช้บริการได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบไร้รอยต่อ อย่างการสะสมและใช้แต้มสมาชิกได้ทั้ง 2 ช่องทาง การรับชำระค่าสินค้าแบบไร้เงินสด เป็นต้น

พร้อมกับขยายจุดแข็งด้านแหล่งรวมวัตถุดิบอาหารสำหรับผู้ประกอบธุรกิจไปเป็นฟู้ดเดสติเนชั่นสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน ด้วยไลน์อัพสินค้าใหม่ที่คำนึงถึงการซื้อใช้งานและบริโภคในระดับครัวเรือน รวมถึงมุ่งเน้นสร้างรายได้จากการส่งออกมากขึ้น จากการเปิดตลาดใหม่ ๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียน ไปจนไกลถึงยุโรปและสหรัฐอเมริกา

เพิ่มโฟกัสสินค้า Own Brand

ประธานคณะผู้บริหาร ผู้บริหารธุรกิจค้าส่งแม็คโคร ประเทศไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไฮไลต์หลักในปีนี้จะเป็นการปรับโครงสร้างสินค้า Own Brand ใหม่ ทั้งจัดพอร์ตเป็น 4 แบรนด์ คือ aro สำหรับสินค้าทั่วไป, aro Gold สำหรับสินค้าพรีเมี่ยม, Savepak สินค้าเน้นผู้ประกอบการโฮเรก้า และ Sole Cafe สินค้ากาแฟเครื่องดื่ม พร้อมรีดีไซน์ภาพลักษณ์ใหม่ เพิ่มแบรนด์และสินค้าใหม่ อย่างสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟและสินค้าคอลลาบอเรชั่นจากหลายแบรนด์ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว วัตถุดิบ อาหารพร้อมทาน-ปรุงแช่แข็ง ฯลฯ ซึ่งมีขายเฉพาะในแม็คโครเท่านั้นเข้ามา

โดยมีแบรนด์ aro ซึ่งเป็นแบรนด์เก่าแก่อายุกว่า 35 ปี เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคไทย และมีสินค้ากว่า 4 หมื่นรายการเป็นหัวหอกหลัก เริ่มด้วยการยกเครื่องภาพลักษณ์ใหม่ให้ทันสมัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบแพ็กเกจใหม่ในแนวไลฟ์สไตล์ ทั้งสีสัน ภาพประกอบ ให้ดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น

พร้อมกับเพิ่มแบรนด์ใหม่ aro Gold เข้ามาเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา วางโพซิชั่นเป็นแบรนด์สินค้าพรีเมี่ยมในราคาจับต้องได้ อย่างสินค้าออร์แกนิก สินค้าคอลลาบอเรชั่นหรือร่วมพัฒนากับแบรนด์-เอสเอ็มอี สินค้านำเข้า อาทิ ข้าวหอมมะลิออร์แกนิก เนื้อนำเข้าจากญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฯลฯ

นอกจากนี้ยังทยอยเพิ่มไลน์สินค้าไซซ์เล็กสำหรับผู้บริโภคครัวเรือนเข้ามาในทุกหมวด เช่น ผลิตภัณฑ์นม, ซอส, อาหารแช่เย็นและแช่แข็งอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับดีมานด์จากกลุ่มผู้ชื่นชอบการทำอาหารทานเอง ที่เพิ่มจำนวนขึ้นชัดเจนตั้งแต่หลังการระบาดของโรคโควิด-19

ดัน Own Brand รุกหนัก ตปท.

ขณะเดียวกันจะอาศัยกระแสปลุกซอฟต์พาวเวอร์ไทย ผลักดันสินค้า Own Brand รุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทั้งในอาเซียน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ชูอาหารในฐานะหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ ควบคู่กับการหาซัพพลายเออร์รายใหม่ ๆ เพื่อขยายไลน์สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการชูพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่หลากหลาย เพื่อสะท้อนศักยภาพการจัดหาสินค้าทั้งจากซัพพลายเออร์ในไทยและต่างประเทศ หลังที่ผ่านมาสินค้าอย่าง aro ได้รับการตอบรับดีในต่างประเทศ เช่น ซอสและน้ำจิ้มต่าง ๆ ซึ่งเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ได้ทั้งผู้ประกอบการและครัวเรือน

อาศัยการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการใช้สื่อและงานอีเวนต์ ตัวอย่าง เช่น การยกทัพสินค้า Own Brand ทั้ง 4 แบรนด์รวมมากกว่า 400 รายการ และผนึกกำลังเชฟชื่อดังไปร่วมออกบูทในงาน ThaiFex-Anuga Asia 2024 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2567 เพื่อหาคู่ค้าทั้งในไทยและต่างประเทศ มาร่วมเสริมแกร่งธุรกิจ

“เชื่อว่าการปรับยุทธศาสตร์ใหม่ รวมถึงการขยายสาขาใหม่เพิ่มจากปัจจุบันที่มี 168 สาขา และปรับปรุงสาขาเดิม จะช่วยหนุนให้บริษัทเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและวัตถุดิบอาหาร ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมกับเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางวัตถุดิบอาหารในระดับโลก” “ธนิศร์” ย้ำในตอนท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “แม็คโคร” พลิกโฉมธุรกิจ จาก “แคช & แครี่” สู่ “ออมนิแชนเนล”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...