โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจดี ฟู้ด (JDF) เตรียมเสนอขาย IPO 150 ล้านหุ้น คาดเข้า SET ภายใน Q2/65

Moneyclub

เผยแพร่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 08.17 น. • Money Club Asia

นางสาวรัตนา เอี้ยประเสริฐศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ JDF เปิดเผยว่า การเสนอขายขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ คาดว่าจะอยู่ในช่วงต้นไตรมาส 2/65

ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มมีการเดินสายให้ข้อมูลกับนักลงทุนและนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์แล้ว และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการกำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่เหมาะสม

ทั้งนี้ JDF จะเสนอขาย IPO จำนวน 150 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยการระดมทุนแลการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯของบริษัทในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน และขีดความสามารถขยายธุรกิจ

โดยนำเงินที่ได้จากการเสนอขาย IPO จะไว้ใช้รองรับการขยายช่องทางตลาดไปยังต่างประเทศ ทั้งประเทศในกลุ่ม CLMV ประเทศจีนตอนใต้ อินเดีย รวมทั้งลงทุนในการวิจัยและพัฒนา รวมถึงเครื่องจักรของกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตราการเติบโตสูง และลงทุนในระบบเทคโนโลยี และระบบกึ่งอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิต พัฒนาระบบการเชื่อมโยงด้านข้อมูล เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตและยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น

บริษัทมองเห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาดอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหลังผ่านการแพร่ระบาดโควิด-19 ไปตั้งแต่ปี 65-68 ซึ่งกลุ่มตลาดเครื่องปรุงรสจะมีการเติบโตขึ้นเฉลี่ย 4.16% ต่อปี หรือมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 6.1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 68 จากปีก่อนที่ 5 หมื่นล้านบาท และตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เป็นกลุ่มสินค้าหลักอย่างหนึ่งของบริษัทจะยังมีการเติบโตตั้งแต่ปี 65-68 เฉลี่ย 3.61% ต่อปี และมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท ในปี 68 จากปีก่อนที่ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งทำให้บริษัทยังสามารถเติบโตไปพร้อมกับตลาดที่เติบโตได้ต่อเนื่อง

ด้านเป้าหมายรายได้ของบริษัทในปี 65 คาดว่าจะเติบโตได้ราว 25% จากปีก่อน โดยที่กลุ่มลูกค้าของบริษัทยังคงมีการสั่งผลิตและพัฒนาสูตรเครื่องปรุงรสเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยที่สัดส่วนรายได้ของบริษัทส่วนใหญ่ 71% มาจากกลุ่มสินค้าเครื่องปรุงรส รองลงมาเป็นการรับจ้างผลิตสินค้ามะพร้าวอบกรอบ 22% และการรับจ้างผลิตสินค้าให้กับบริษัทต่างชาติ 7% ซึ่งแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น ลูกค้าอุตสาหกรรมอาหาร 76% ลูกค้าแฟรนไชส์ 10% ลูกค้าต่างประเทศ 7.2% และลูกค้าทั่วไป 5.5%

สำหรับจุดแข็งของ JDF มีความได้เปรียบในด้านประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้บริหารที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารมากกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการพัฒนาสูตรอาหารให้แก่ลูกค้าในธุรกิจอาหารและร้านอาหารยักษ์ใหญ่ และธุรกิจเอสเอ็มอีด้วยกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์เฉพาะที่สามารถช่วยลูกค้าพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนสูตรอาหารให้ตรงความต้องการของตลาด ซึ่งได้พัฒนาสูตรมาแล้วกว่า 300 ราย หรือกว่า 2,000 เมนู

อีกทั้งบริษัทได้สร้างโรงงานแห่งใหม่ในปี 64 ได้มาตรฐานรับรองคุณภาพในระดับสากล เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต พร้อมรองรับโอกาสการเติบโตในยุคหลังโควิด-19 เพื่อการก้าวสู่ผู้นำการพัฒนาและผลิตสูตรเครื่องปรุงรสให้ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มลุกค้าหลักของบริษัท ซึ่งบริษัทจะมีการเติบโตไปพร้อมกับคู่ค้าพันธมิตร

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง :  บมจ.เจดีฟู้ด , JDF เตรียมเสนอขาย IPO 150 ล้านหุ้น คาดพร้อมเทรด SET Q2/65 หลัง ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...