โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จากซูริคถึงโซล : เปิด 5 ชาติ นวัตกรรม เมื่อการใช้ชีวิตในความล้ำสมัย ไม่ใช่เรื่องอนาคตอีกต่อไป

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ธ.ค. 2567 เวลา 14.45 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2567 เวลา 07.45 น.

เปิดโลกการสำรวจ 5 ชาติผู้นำนวัตกรรม การใช้ชีวิตในประเทศชั้นนำด้าน "นวัตกรรม" และความล้ำสมัยเป็นอย่างไร ตั้งแต่ AI จนถึงโซลูชันเมืองอัจฉริยะ โลกอนาคตที่เกิดขึ้นจริง

การเพิ่มขึ้นของ ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรม กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของเรา ในปัจจุบันมี นวัตกรรม ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย และบางประเทศก็โดดเด่นในฐานะผู้นำระดับโลกในด้านความก้าวหน้าเหล่านี้

ดัชนีนวัตกรรมโลกประจำปี 2024 ซึ่งเผยแพร่โดยองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ซึ่งจัดอันดับจากเศรษฐกิจ 130 แห่ง โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การศึกษา โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และการสร้างองค์ความรู้ (เช่น สิทธิบัตรและการพัฒนาแอป) เพื่อเจาะลึกถึงประเทศต่าง ๆ ที่สร้างผลกระทบมากที่สุดในด้านนี้ โดยผลลัพธ์ 10 อันดับแรก ได้แก่

  • สวิตเซอร์แลนด์
  • สวีเดน
  • สหรัฐอเมริกา
  • สิงคโปร์
  • สหราชอาณาจักร
  • เกาหลีใต้
  • ฟินแลนด์
  • เนเธอร์แลนด์
  • เยอรมนี
  • เดนมาร์ก

ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากประเทศชั้นนำ ต่างแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยปรับปรุงชีวิตประจำวันและเคล็ดลับในการสำรวจศูนย์กลางนวัตกรรมเหล่านี้ โดยประเทศเหล่านี้ไม่เพียงแต่จัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตของทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวได้อย่างไรอีกด้วย

สำนักข่าวบีบีซีได้พบปะพูดคุยกับบรรดาผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของการจัดอันดับดังกล่าว เพื่อเฟ้นหาคำตอบว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันอย่างไร และนี่คือคำตอบ

สวิตเซอร์แลนด์ : สวรรค์แห่งนวัตกรรม

สวิตเซอร์แลนด์ครองอันดับหนึ่งในดัชนีนวัตกรรมโลกอีกครั้ง ในปี 2024 และเป็นสถิติที่น่ายินดี เพราะเป็นการครองแชมป์ในฐานะประเทศที่มีนวัตกรรมมากที่สุด เป็นปีที่ 14 ติดต่อกันโดยผลงานที่โดดเด่นของประเทศยังสะท้อนให้เห็นจากการติดอันดับสูงในดัชนีเมืองอัจฉริยะและดัชนีความน่าอยู่อาศัยโลก ซึ่งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของสวิตเซอร์แลนด์ในการพัฒนาเทคโนโลยีและคุณภาพชีวิต

สิ่งที่ขับเคลื่อนความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของสวิตเซอร์แลนด์

  • ผลลัพธ์ด้านความรู้และเทคโนโลยีรวมถึงสิทธิบัตร การส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง และการประเมินมูลค่าบริษัทเทคโนโลยี
    • ผลงานเชิงสร้างสรรค์เช่น ภาพยนตร์แห่งชาติ การพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ และการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
    • ความร่วมมือ อันแข็งแกร่งระหว่างมหาวิทยาลัยและอุตสาหกรรมในด้านการวิจัยและพัฒนา

สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้เป็นผู้นำแต่ในด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมวิธีคิดในการแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติเพื่อพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นด้วย อีกทั้งยังเป็นดินแดนแห่งโอกาสมากมายสำหรับผู้ประกอบการและประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นสำหรับนักท่องเที่ยว

โรซามุนด์ ทาเกิล ชาวเมืองซูริค ผู้ก่อตั้ง Glow Concierge เน้นย้ำถึงวัฒนธรรมความคิดสร้างสรรค์และจริยธรรมในการทำงานที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เธอกล่าวถึงตัวอย่างของ บริษัท Climeworks ของสวิตเซอร์แลนด์ ที่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินออกจากอากาศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อแก้ปัญหาระดับโลก

ทาเกิลชื่นชมระบบนิเวศน์ของผู้ประกอบการในประเทศนี้ โดยเธอกล่าวว่าตอนที่เธอเริ่มต้นธุรกิจ มีแหล่งเงินทุนมากมาย รวมถึงโปรแกรมเร่งรัดและบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ตอัปให้เติบโต นอกจากนี้แล้ว รัฐบาลยังให้คำแนะนำทีละขั้นตอน ในการจัดตั้งธุรกิจ รวมถึงทรัพยากรเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน

ทางด้านนักท่องเที่ยวและผู้มาเยี่ยมชมที่เดินทางบ่อยครั้ง ต่างพากันชื่นชมว่านวัตกรรมของสวิตเซอร์แลนด์ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางของพวกเขา โดยซีโมเน ฮาร์วิน นักข่าวสายการเดินทาง ได้เน้นย้ำถึง แอพ SBB (รถไฟแห่งชาติของสวิตเซอร์แลนด์) ซึ่งรวมรถไฟ รถบัส และรถกระเช้าไว้ด้วยกัน ซึ่งช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างง่ายดาย เธอกล่าวว่ารู้สึกที่ได้เห็นว่ารถไฟขบวนไหนมีผู้โดยสารน้อยกว่า และรถไฟตู้รถไหนมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โซนเงียบสงบและร้านอาหาร

ฮาร์วินยังชื่นชมบริการรับฝากสัมภาระแบบถึงประตูบ้าน ของ SBB ที่ให้ผู้เดินทางสามารถฝากสัมภาระไว้ที่เคาน์เตอร์ชำระเงินและรับกลับที่เมืองอื่นได้ ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้เพลิดเพลินการนั่งรถไฟชมทัศนียภาพของสวิตเซอร์แลนด์โดยไม่มีสัมภาระมากวนใจ

สวีเดน : เมืองนวัตกรรมแห่งสแกนดิเนเวีย

สวีเดนอยู่ในอันดับที่สองในดัชนีนวัตกรรมโลก ด้วยความเป็นเลิศในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความซับซ้อนทางธุรกิจ และผลลัพธ์ทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาค AI และยานยนต์

สตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน ได้รับฉายาว่า"โรงงานยูนิคอร์น" เนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดและผลิตสตาร์ตอัปและยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Spotify และ Klarna ซึ่งนอกจากนครหลวงแล้ว แดเนียล แลงคิลเดอ ผู้ก่อตั้งบริษัท AI Kognic ได้เชิญชวนผู้มาเยือนให้ไปสำรวจ โกเธนเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสวีเดน เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมนวัตกรรมของเมืองอย่างเต็มที่

แลงคิลเดอ กล่าวว่า การได้อาศัยอยู่ที่โกเธนเบิร์ก ทำให้เขาได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่รายล้อมอยู่รอบตัวอยู่เสมอ ซึ่งตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางของบริษัทต่าง ๆ เช่น Volvo และสถาบันวิจัย AI โดยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์ของเมือง โกเธนเบิร์กคือกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นโดยรวมของสวีเดนในการผลักดันขอบเขตของเทคโนโลยีของประเทศ

นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่ทำให้นวัตกรรมของสวีเดนแตกต่าง คือการผสานรวมอย่างลึกซึ้งกับความยั่งยืน โดยสวีเดนไม่ได้คิดค้นนวัตกรรมเพียงเพื่อความก้าวหน้าเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นที่การทำให้ชีวิตดีขึ้นและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นคือความก้าวหน้าในเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า โซลูชันเมืองอัจฉริยะ และการวางผังเมืองที่ยั่งยืน

Lindholmen Science Park คือ หัวใจด้านนวัตกรรมของโกเธนเบิร์ก โดยเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์ การเคลื่อนที่ และเทคโนโลยีสีเขียว อุทยานแห่งนี้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับหัวข้อใหม่ ๆ เช่น การใช้ VR ในการศึกษา และยังมีร้านอาหารและโรงแรมอีกด้วย ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่พลาดไม่ได้ สำหรับทุกคนที่สนใจแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีของสวีเดน

สหรัฐอเมริกา : มหาอำนาจแห่งนวัตกรรม

สหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 3 ในดัชนีนวัตกรรมระดับโลก ซึ่งช่วยตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก โดยสหรัฐอเมริกาเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะที่ตั้งของ Silicon Valley (อ่าน Silicon Valley จากทุกมุมโลก มีที่ไหนบ้าง? ) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของบรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น Google Apple และ Meta ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐยังได้คะแนนสูงสุดในด้านความซับซ้อนของตลาดและครองอันดับสองในด้านความซับซ้อนทางธุรกิจ ด้วยความโดดเด่นในด้านการยื่นขอสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ริชาร์ด โรบินส์ เจ้าของ The Technology Vault เชื่อมโยงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมเข้ากับรากเหง้าของประเทศ โดยเขากล่าวว่าเบนจามิน แฟรงคลิน หนึ่งในวีรบุรุษในประวัติศาสตร์ของเขา เป็นตัวอย่างทัศนคติที่ก้าวหน้าของบิดาผู้ก่อตั้งประเทศอเมริกา ซึ่งมุ่งเน้นในการแก้ปัญหาเพื่อปรับปรุงสังคม โดยวัฒนธรรมแห่งความก้าวหน้าได้หล่อหลอมให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นศูนย์กลางแห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดังเช่นปัจจุบัน

ในขณะที่ Silicon Valley ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของนวัตกรรมของสหรัฐ ซึ่งขับเคลื่อนโดยความใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดนั้น ภูมิภาคอื่น ๆ ก็กำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีเช่นกัน กล่าวคือ

  • Silicon Alley ในย่านแฟลทิรอนดิสทริคของนิวยอร์กซิตี้ ก็เป็นแหล่งบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ตอัป เช่น Peloton
    • ซีแอตเทิล ซึ่งมักเรียกถูกกันว่าเป็น "เมืองแห่งคลาวด์" เป็นที่ตั้งของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เช่น Amazon

สหรัฐยังเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติในเมืองต่าง ๆ โดย ออสติน ลอสแองเจลิส และ ซานฟรานซิสโก กำลังทดสอบรถยนต์ไร้คนขับ จาก Waymo ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่พัฒนารถยนต์ไร้คนขับแห่งแรก ๆ โดยรถยนต์เหล่านี้งติดตั้งกล้องขั้นสูงและ AI สามารถเรียกใช้บริการได้ผ่านบริการเรียกรถผ่านแอป เช่น Uber

สหราชอาณาจักร : อีกดินแดนที่นวัตกรรมเติบโต

สหราชอาณาจักร อยู่ในอันดับที่ 5 ของดัชนีนวัตกรรมโลก ด้วยความโดดเด่นในด้านความซับซ้อนของตลาดและผลงานสร้างสรรค์ เฉกเช่นเดียวกับผลงานด้านความรู้และเทคโนโลยี นวัตกรรมที่นี่ช่วยปรับปรุงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้

ตัวอย่างที่ดีคือ ระบบบัตร Oyster ของมหานครลอนดอน ซึ่งปัจจุบันได้รวมเข้ากับบัตรเครดิตและบัตรดิจิทัลเพื่อการเดินทางที่ราบรื่น โดยระบบดังกล่าวได้ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงสถานีรถไฟแห่งชาติ เช่น สนามบินสแตนสเต็ด โดย จัสติน บากรี บล็อกเกอร์ด้านการท่องเที่ยวจาก Julina Explores ชื่นชมความสะดวกสบายของระบบนี้ว่า ไม่จำเป็นต้องไปต่อแถวเพื่อเติมเงิน หรือกังวลกับการซื้อตั๋วรายวันอีกต่อไป เพราะระบบจะคำนวณค่าโดยสารที่ดีที่สุดให้โดยอัตโนมัติ ทำให้การใช้ชีวิตในเมืองที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งนั้นง่ายขึ้นมาก

นวัตกรรมในสหราชอาณาจักรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบางพื้นที่เท่านั้น โดยการวางแผนเส้นทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับการจัดการขยะ กำลังปฏิวัติวงการโลจิสติกส์ในลอนดอน ซึ่งอีวี แกรแฮม จาก Waste Direct อธิบายว่า แนวทางเฉพาะของอังกฤษนี้ ได้ผสานข้อมูลในอดีตเข้ากับรูปแบบการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บขยะ โดยนักท่องเที่ยวสผู้เยี่ยมชมอาจสังเกตเห็นถังขยะอัจฉริยะที่บีบอัดขยะโดยอัตโนมัติ หรือระบบเก็บขยะใต้ดิน

นักท่องเที่ยวยังสามารถเยี่ยมชม Here East ในเมืองสแตรตฟอร์ด เพื่อสัมผัสกับนวัตกรรมล้ำสมัย ซึ่งเดิมสร้างขึ้นเพื่อใช้ในมหกรรมโอลิมปิกที่ลอนดอนในปี 2012 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบริษัทสตาร์ตอัป บริษัทเทคโนโลยีในช่วงเริ่มต้น และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยบริเวณนี้เป็นสถานที่จัดงานฟรีต่าง ๆ ตั้งแต่คลาสการเรียนการสอน VR ไปจนถึงการสาธิตการเล่นสเก็ตบอร์ด รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น บาร์เกม ร้านกาแฟ และโรงเบียร์คราฟท์

เกาหลีใต้ : ผู้นำนวัตกรรมแห่งเอเชีย

เกาหลีใต้ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก และเป็นผู้นำในเอเชียในดัชนีนวัตกรรมระดับโลก มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านทุนมนุษย์และการวิจัย และผลงานสร้างสรรค์ โดยเป็นที่ตั้งของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่างSamsung และLG รวมถึงผู้นำด้านยานยนต์อย่างKia และ Hyundai ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศนี้ยังเสริมสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัปของตนเองอีกด้วย โดยโครงการริเริ่มล่าสุด ได้แก่ Startup Korea ซึ่งเปิดตัวในปี 2023 ได้มีการลงทุนร่วมทุนที่เพิ่มขึ้นและมีการออกวีซ่าพิเศษสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ

แอล ฟาร์เรล คิงสลีย์ กล่าวถึงขั้นสูงของเกาหลีใต้ ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างลึกซึ้งและเป็นประโยชน์ต่อทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ซึ่งก็คือ

  • พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี : เปิดประสบการณ์สัมผัสกับ QI หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งใช้การจดจำเสียงพูดเพื่อช่วยเหลือผู้เข้าชม โดย QI สามารถเดินเคียงข้างผู้ใช้ได้ ตอบสนองต่อคำสั่งเสียง และช่วยเหลือในหลายภาษา รวมถึงภาษาจีน อังกฤษ ญี่ปุ่น และแม้แต่ภาษามือสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน
    • เทคโนโลยีที่สวมใส่ได้ที่น่าประทับใจ : ผู้เข้าชมสามารถใช้นาฬิกาที่ทำหน้าที่เป็นล่ามได้ด้วย โดยกระซิบที่ข้อมือเพื่อแปลคำถามหรือบทสนทนา มันให้ความรู้สึกสุดล้ำราวกับออกมาจากภาพยนตร์อย่าง James Bond

ในขณะที่โซลเป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ ปูซาน ซึ่งเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ก็กำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี โดยปูซานได้รับฉายาว่า"ซานฟรานซิสโกแห่งเกาหลีใต้" และกำลังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะและโครงการเมืองที่สามารถเดินเท้าถึงทีได้ภายใน 15 นาที ด้วยแผนงานมูลค่า 1.5 แสนล้านวอน เมืองนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างชีวิตในเมืองที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้ง่ายภายในปี 2027

บทสรุป

สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้ คือตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของคนเราได้อย่างไร โดยผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความยั่งยืน การเข้าถึง และความคิดสร้างสรรค์ ตั้งแต่หุ่นยนต์ AI และการวางแผนเมืองอัจฉริยะ ไปจนถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ราบรื่นและระบบนิเวศสตาร์ตอัปที่เจริญรุ่งเรือง โดยปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงผลักดันในการแก้ปัญหาความท้าทายในยุคใหม่ และเมื่อรวมกันแล้ว นวัตกรรมไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการปรับปรุงชีวิตและการกำหนดอนาคตที่ดีกว่าทั่วโลกอีกด้วย

อ้างอิง : bbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...