จากซูริคถึงโซล : เปิด 5 ชาติ นวัตกรรม เมื่อการใช้ชีวิตในความล้ำสมัย ไม่ใช่เรื่องอนาคตอีกต่อไป
เปิดโลกการสำรวจ 5 ชาติผู้นำนวัตกรรม การใช้ชีวิตในประเทศชั้นนำด้าน "นวัตกรรม" และความล้ำสมัยเป็นอย่างไร ตั้งแต่ AI จนถึงโซลูชันเมืองอัจฉริยะ โลกอนาคตที่เกิดขึ้นจริง
การเพิ่มขึ้นของ ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรม กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของเรา ในปัจจุบันมี นวัตกรรม ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย และบางประเทศก็โดดเด่นในฐานะผู้นำระดับโลกในด้านความก้าวหน้าเหล่านี้
ดัชนีนวัตกรรมโลกประจำปี 2024 ซึ่งเผยแพร่โดยองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ซึ่งจัดอันดับจากเศรษฐกิจ 130 แห่ง โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การศึกษา โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และการสร้างองค์ความรู้ (เช่น สิทธิบัตรและการพัฒนาแอป) เพื่อเจาะลึกถึงประเทศต่าง ๆ ที่สร้างผลกระทบมากที่สุดในด้านนี้ โดยผลลัพธ์ 10 อันดับแรก ได้แก่
- สวิตเซอร์แลนด์
- สวีเดน
- สหรัฐอเมริกา
- สิงคโปร์
- สหราชอาณาจักร
- เกาหลีใต้
- ฟินแลนด์
- เนเธอร์แลนด์
- เยอรมนี
- เดนมาร์ก
ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากประเทศชั้นนำ ต่างแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยปรับปรุงชีวิตประจำวันและเคล็ดลับในการสำรวจศูนย์กลางนวัตกรรมเหล่านี้ โดยประเทศเหล่านี้ไม่เพียงแต่จัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตของทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวได้อย่างไรอีกด้วย
สำนักข่าวบีบีซีได้พบปะพูดคุยกับบรรดาผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของการจัดอันดับดังกล่าว เพื่อเฟ้นหาคำตอบว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันอย่างไร และนี่คือคำตอบ
สวิตเซอร์แลนด์ : สวรรค์แห่งนวัตกรรม
สวิตเซอร์แลนด์ครองอันดับหนึ่งในดัชนีนวัตกรรมโลกอีกครั้ง ในปี 2024 และเป็นสถิติที่น่ายินดี เพราะเป็นการครองแชมป์ในฐานะประเทศที่มีนวัตกรรมมากที่สุด เป็นปีที่ 14 ติดต่อกันโดยผลงานที่โดดเด่นของประเทศยังสะท้อนให้เห็นจากการติดอันดับสูงในดัชนีเมืองอัจฉริยะและดัชนีความน่าอยู่อาศัยโลก ซึ่งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของสวิตเซอร์แลนด์ในการพัฒนาเทคโนโลยีและคุณภาพชีวิต
สิ่งที่ขับเคลื่อนความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของสวิตเซอร์แลนด์
- ผลลัพธ์ด้านความรู้และเทคโนโลยีรวมถึงสิทธิบัตร การส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง และการประเมินมูลค่าบริษัทเทคโนโลยี
- ผลงานเชิงสร้างสรรค์เช่น ภาพยนตร์แห่งชาติ การพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ และการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
- ความร่วมมือ อันแข็งแกร่งระหว่างมหาวิทยาลัยและอุตสาหกรรมในด้านการวิจัยและพัฒนา
สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้เป็นผู้นำแต่ในด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมวิธีคิดในการแก้ปัญหาเชิงปฏิบัติเพื่อพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นด้วย อีกทั้งยังเป็นดินแดนแห่งโอกาสมากมายสำหรับผู้ประกอบการและประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นสำหรับนักท่องเที่ยว
โรซามุนด์ ทาเกิล ชาวเมืองซูริค ผู้ก่อตั้ง Glow Concierge เน้นย้ำถึงวัฒนธรรมความคิดสร้างสรรค์และจริยธรรมในการทำงานที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เธอกล่าวถึงตัวอย่างของ บริษัท Climeworks ของสวิตเซอร์แลนด์ ที่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินออกจากอากาศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อแก้ปัญหาระดับโลก
ทาเกิลชื่นชมระบบนิเวศน์ของผู้ประกอบการในประเทศนี้ โดยเธอกล่าวว่าตอนที่เธอเริ่มต้นธุรกิจ มีแหล่งเงินทุนมากมาย รวมถึงโปรแกรมเร่งรัดและบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ตอัปให้เติบโต นอกจากนี้แล้ว รัฐบาลยังให้คำแนะนำทีละขั้นตอน ในการจัดตั้งธุรกิจ รวมถึงทรัพยากรเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน
ทางด้านนักท่องเที่ยวและผู้มาเยี่ยมชมที่เดินทางบ่อยครั้ง ต่างพากันชื่นชมว่านวัตกรรมของสวิตเซอร์แลนด์ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางของพวกเขา โดยซีโมเน ฮาร์วิน นักข่าวสายการเดินทาง ได้เน้นย้ำถึง แอพ SBB (รถไฟแห่งชาติของสวิตเซอร์แลนด์) ซึ่งรวมรถไฟ รถบัส และรถกระเช้าไว้ด้วยกัน ซึ่งช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างง่ายดาย เธอกล่าวว่ารู้สึกที่ได้เห็นว่ารถไฟขบวนไหนมีผู้โดยสารน้อยกว่า และรถไฟตู้รถไหนมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โซนเงียบสงบและร้านอาหาร
ฮาร์วินยังชื่นชมบริการรับฝากสัมภาระแบบถึงประตูบ้าน ของ SBB ที่ให้ผู้เดินทางสามารถฝากสัมภาระไว้ที่เคาน์เตอร์ชำระเงินและรับกลับที่เมืองอื่นได้ ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้เพลิดเพลินการนั่งรถไฟชมทัศนียภาพของสวิตเซอร์แลนด์โดยไม่มีสัมภาระมากวนใจ
สวีเดน : เมืองนวัตกรรมแห่งสแกนดิเนเวีย
สวีเดนอยู่ในอันดับที่สองในดัชนีนวัตกรรมโลก ด้วยความเป็นเลิศในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความซับซ้อนทางธุรกิจ และผลลัพธ์ทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาค AI และยานยนต์
สตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน ได้รับฉายาว่า"โรงงานยูนิคอร์น" เนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดและผลิตสตาร์ตอัปและยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Spotify และ Klarna ซึ่งนอกจากนครหลวงแล้ว แดเนียล แลงคิลเดอ ผู้ก่อตั้งบริษัท AI Kognic ได้เชิญชวนผู้มาเยือนให้ไปสำรวจ โกเธนเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสวีเดน เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมนวัตกรรมของเมืองอย่างเต็มที่
แลงคิลเดอ กล่าวว่า การได้อาศัยอยู่ที่โกเธนเบิร์ก ทำให้เขาได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่รายล้อมอยู่รอบตัวอยู่เสมอ ซึ่งตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางของบริษัทต่าง ๆ เช่น Volvo และสถาบันวิจัย AI โดยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์ของเมือง โกเธนเบิร์กคือกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นโดยรวมของสวีเดนในการผลักดันขอบเขตของเทคโนโลยีของประเทศ
นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่ทำให้นวัตกรรมของสวีเดนแตกต่าง คือการผสานรวมอย่างลึกซึ้งกับความยั่งยืน โดยสวีเดนไม่ได้คิดค้นนวัตกรรมเพียงเพื่อความก้าวหน้าเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นที่การทำให้ชีวิตดีขึ้นและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นคือความก้าวหน้าในเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า โซลูชันเมืองอัจฉริยะ และการวางผังเมืองที่ยั่งยืน
Lindholmen Science Park คือ หัวใจด้านนวัตกรรมของโกเธนเบิร์ก โดยเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์ การเคลื่อนที่ และเทคโนโลยีสีเขียว อุทยานแห่งนี้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับหัวข้อใหม่ ๆ เช่น การใช้ VR ในการศึกษา และยังมีร้านอาหารและโรงแรมอีกด้วย ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่พลาดไม่ได้ สำหรับทุกคนที่สนใจแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีของสวีเดน
สหรัฐอเมริกา : มหาอำนาจแห่งนวัตกรรม
สหรัฐ อยู่ในอันดับที่ 3 ในดัชนีนวัตกรรมระดับโลก ซึ่งช่วยตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก โดยสหรัฐอเมริกาเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะที่ตั้งของ Silicon Valley (อ่าน Silicon Valley จากทุกมุมโลก มีที่ไหนบ้าง? ) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของบรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น Google Apple และ Meta ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐยังได้คะแนนสูงสุดในด้านความซับซ้อนของตลาดและครองอันดับสองในด้านความซับซ้อนทางธุรกิจ ด้วยความโดดเด่นในด้านการยื่นขอสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ริชาร์ด โรบินส์ เจ้าของ The Technology Vault เชื่อมโยงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมเข้ากับรากเหง้าของประเทศ โดยเขากล่าวว่าเบนจามิน แฟรงคลิน หนึ่งในวีรบุรุษในประวัติศาสตร์ของเขา เป็นตัวอย่างทัศนคติที่ก้าวหน้าของบิดาผู้ก่อตั้งประเทศอเมริกา ซึ่งมุ่งเน้นในการแก้ปัญหาเพื่อปรับปรุงสังคม โดยวัฒนธรรมแห่งความก้าวหน้าได้หล่อหลอมให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นศูนย์กลางแห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดังเช่นปัจจุบัน
ในขณะที่ Silicon Valley ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของนวัตกรรมของสหรัฐ ซึ่งขับเคลื่อนโดยความใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดนั้น ภูมิภาคอื่น ๆ ก็กำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีเช่นกัน กล่าวคือ
- Silicon Alley ในย่านแฟลทิรอนดิสทริคของนิวยอร์กซิตี้ ก็เป็นแหล่งบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ตอัป เช่น Peloton
- ซีแอตเทิล ซึ่งมักเรียกถูกกันว่าเป็น "เมืองแห่งคลาวด์" เป็นที่ตั้งของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี เช่น Amazon
สหรัฐยังเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติในเมืองต่าง ๆ โดย ออสติน ลอสแองเจลิส และ ซานฟรานซิสโก กำลังทดสอบรถยนต์ไร้คนขับ จาก Waymo ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่พัฒนารถยนต์ไร้คนขับแห่งแรก ๆ โดยรถยนต์เหล่านี้งติดตั้งกล้องขั้นสูงและ AI สามารถเรียกใช้บริการได้ผ่านบริการเรียกรถผ่านแอป เช่น Uber
สหราชอาณาจักร : อีกดินแดนที่นวัตกรรมเติบโต
สหราชอาณาจักร อยู่ในอันดับที่ 5 ของดัชนีนวัตกรรมโลก ด้วยความโดดเด่นในด้านความซับซ้อนของตลาดและผลงานสร้างสรรค์ เฉกเช่นเดียวกับผลงานด้านความรู้และเทคโนโลยี นวัตกรรมที่นี่ช่วยปรับปรุงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้
ตัวอย่างที่ดีคือ ระบบบัตร Oyster ของมหานครลอนดอน ซึ่งปัจจุบันได้รวมเข้ากับบัตรเครดิตและบัตรดิจิทัลเพื่อการเดินทางที่ราบรื่น โดยระบบดังกล่าวได้ขยายขอบเขตให้ครอบคลุมถึงสถานีรถไฟแห่งชาติ เช่น สนามบินสแตนสเต็ด โดย จัสติน บากรี บล็อกเกอร์ด้านการท่องเที่ยวจาก Julina Explores ชื่นชมความสะดวกสบายของระบบนี้ว่า ไม่จำเป็นต้องไปต่อแถวเพื่อเติมเงิน หรือกังวลกับการซื้อตั๋วรายวันอีกต่อไป เพราะระบบจะคำนวณค่าโดยสารที่ดีที่สุดให้โดยอัตโนมัติ ทำให้การใช้ชีวิตในเมืองที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งนั้นง่ายขึ้นมาก
นวัตกรรมในสหราชอาณาจักรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบางพื้นที่เท่านั้น โดยการวางแผนเส้นทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับการจัดการขยะ กำลังปฏิวัติวงการโลจิสติกส์ในลอนดอน ซึ่งอีวี แกรแฮม จาก Waste Direct อธิบายว่า แนวทางเฉพาะของอังกฤษนี้ ได้ผสานข้อมูลในอดีตเข้ากับรูปแบบการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บขยะ โดยนักท่องเที่ยวสผู้เยี่ยมชมอาจสังเกตเห็นถังขยะอัจฉริยะที่บีบอัดขยะโดยอัตโนมัติ หรือระบบเก็บขยะใต้ดิน
นักท่องเที่ยวยังสามารถเยี่ยมชม Here East ในเมืองสแตรตฟอร์ด เพื่อสัมผัสกับนวัตกรรมล้ำสมัย ซึ่งเดิมสร้างขึ้นเพื่อใช้ในมหกรรมโอลิมปิกที่ลอนดอนในปี 2012 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบริษัทสตาร์ตอัป บริษัทเทคโนโลยีในช่วงเริ่มต้น และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยบริเวณนี้เป็นสถานที่จัดงานฟรีต่าง ๆ ตั้งแต่คลาสการเรียนการสอน VR ไปจนถึงการสาธิตการเล่นสเก็ตบอร์ด รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น บาร์เกม ร้านกาแฟ และโรงเบียร์คราฟท์
เกาหลีใต้ : ผู้นำนวัตกรรมแห่งเอเชีย
เกาหลีใต้ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก และเป็นผู้นำในเอเชียในดัชนีนวัตกรรมระดับโลก มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านทุนมนุษย์และการวิจัย และผลงานสร้างสรรค์ โดยเป็นที่ตั้งของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่างSamsung และLG รวมถึงผู้นำด้านยานยนต์อย่างKia และ Hyundai ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศนี้ยังเสริมสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัปของตนเองอีกด้วย โดยโครงการริเริ่มล่าสุด ได้แก่ Startup Korea ซึ่งเปิดตัวในปี 2023 ได้มีการลงทุนร่วมทุนที่เพิ่มขึ้นและมีการออกวีซ่าพิเศษสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ
แอล ฟาร์เรล คิงสลีย์ กล่าวถึงขั้นสูงของเกาหลีใต้ ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างลึกซึ้งและเป็นประโยชน์ต่อทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ซึ่งก็คือ
- พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี : เปิดประสบการณ์สัมผัสกับ QI หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งใช้การจดจำเสียงพูดเพื่อช่วยเหลือผู้เข้าชม โดย QI สามารถเดินเคียงข้างผู้ใช้ได้ ตอบสนองต่อคำสั่งเสียง และช่วยเหลือในหลายภาษา รวมถึงภาษาจีน อังกฤษ ญี่ปุ่น และแม้แต่ภาษามือสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน
- เทคโนโลยีที่สวมใส่ได้ที่น่าประทับใจ : ผู้เข้าชมสามารถใช้นาฬิกาที่ทำหน้าที่เป็นล่ามได้ด้วย โดยกระซิบที่ข้อมือเพื่อแปลคำถามหรือบทสนทนา มันให้ความรู้สึกสุดล้ำราวกับออกมาจากภาพยนตร์อย่าง James Bond
ในขณะที่โซลเป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ ปูซาน ซึ่งเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ก็กำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี โดยปูซานได้รับฉายาว่า"ซานฟรานซิสโกแห่งเกาหลีใต้" และกำลังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะและโครงการเมืองที่สามารถเดินเท้าถึงทีได้ภายใน 15 นาที ด้วยแผนงานมูลค่า 1.5 แสนล้านวอน เมืองนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างชีวิตในเมืองที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้ง่ายภายในปี 2027
บทสรุป
สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้ คือตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของคนเราได้อย่างไร โดยผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความยั่งยืน การเข้าถึง และความคิดสร้างสรรค์ ตั้งแต่หุ่นยนต์ AI และการวางแผนเมืองอัจฉริยะ ไปจนถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ราบรื่นและระบบนิเวศสตาร์ตอัปที่เจริญรุ่งเรือง โดยปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงผลักดันในการแก้ปัญหาความท้าทายในยุคใหม่ และเมื่อรวมกันแล้ว นวัตกรรมไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการปรับปรุงชีวิตและการกำหนดอนาคตที่ดีกว่าทั่วโลกอีกด้วย
อ้างอิง : bbc.com