โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพลย์ลิสต์เปี่ยมพลังใจของ ไอยู ศิลปินหญิงที่ส่งเสียงเชียร์ผู้ฟังผ่านเสียงเพลง

Sarakadee Lite

อัพเดต 30 ธ.ค. 2567 เวลา 06.50 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2567 เวลา 06.50 น. • สุกฤตา โชติรัตน์

“วันไหนที่ทุกคนเหนื่อยจนน้ำตาไหลออกมา นึกถึงไอยูคนที่ร้องเพลงและโบกแท่งไฟไปพร้อมกับทุกคนนะคะ”

ไอยู หรือชื่อจริงของเธอคือ อีจีอึน ศิลปินหญิงชาวเกาหลีใต้ได้กล่าวไว้ในช่วงท้ายของคอนเสิร์ต IU HEREH World Tour Concert in Bangkok เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งคอนเสิร์ตนี้เป็นการกลับมาเยือนประเทศไทยในรอบ 5 ปี หลังจากปล่อยมินิอัลบั้มชุดที่ 6 The Winning อันประกอบไปด้วย 5 บทเพลงที่ถ่ายทอดถึงความปรารถนาออกมาอย่างลึกซึ้ง แบบที่ไอยูมักบอกเล่ามุมมองของชีวิตผ่านผลงานเพลงมาเสมอ คล้ายกับว่าเธอเติบโตไปพร้อมการทำเพลงในทุกๆ อัลบั้ม จึงไม่แปลกใจที่คนจำนวนไม่น้อยจะบอกว่าเพลงและเสียงของไอยูเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของพวกเขา และไม่น้อยอีกเช่นกันที่มีบทเพลงของเธอคอยเป็นกำลังใจให้ผ่านช่วงเวลายากๆ ของชีวิตไปได้

สำหรับ HEREH เป็นเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตที่ไม่เพียงแค่พาไอยูกลับมาเจอ บังแอนา (ชื่อเรียกแฟนคลับไทยของไอยู) แต่ยังถือเป็นก้าวใหม่ของไอยูเองที่เริ่มต้นออกจากเซฟโซนไปทัวร์ยุโรปเป็น ครั้งแรกโดยที่บัตรจำหน่ายหมดทุกที่นั่ง และปิดฉากลงอย่างสวยงามด้วยคอนเสิร์ตครั้งที่ 100 แบบพอดิบพอดี ณ Seoul World Cup Stadium สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ไม่เท่านั้นเธอยังได้รับรางวัล Stage of The Year จากเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ซึ่งถือเป็นถ้วยรางวัลที่ 4 ที่คว้าจาก MelOn Music Awards 2024 ไปครอง แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่ยืนยันถึงความสำเร็จของไอยูในฐานะศิลปินหญิงเดี่ยว แม้จะผ่านการเดบิวต์มาแล้วกว่า 16 ปีท่ามกลางวงเกิร์ลกรุ๊ปบอยกรุ๊ปและศิลปินรุ่นใหม่ที่ตบเท้าก้าวเข้าสู่วงการ แต่ไม่ว่าจะพิชิตกี่ถ้วยรางวัลและสร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้คนยอมรับและจดจำเธอได้เสมอคือการเป็นศิลปินที่ถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้สึกผ่านบทเพลงได้อย่างจริงใจและสวยงามที่สุดคนหนึ่ง ในช่วงเวลาของการเริ่มต้นปีใหม่นี้ เราจึงอดไม่ได้ที่จะยกเพลงของเธอมาพูดถึงเพื่อส่งต่อพลังใจให้กับทุกคนอีกครั้ง

ไอยู

Holssi

ไม่จำเป็นต้องเป็นดอกไม้

เป็นอะไรก็ได้ที่เธอต้องการ

“หากมีใครถามว่าฉันเป็นยังไง ช่วยส่งข่าวบอกเขาไป เธอกลายเป็นสปอร์ไปแล้ว” เพลงนี้ไอยูเปรียบเทียบการใช้ชีวิตเหมือนกับ Dandelion Seed ที่โบยบินได้อย่างอิสระ เธอเล่าถึงไอเดียของเพลงนี้ว่าในตอนที่ยังเด็ก เธอคิดว่าวันหนึ่งจะต้องเบ่งบานและงดงามเหมือนดอกไม้ แต่เมื่อใช้ชีวิตมาจนถึงวัย 30 ปีกลับตระหนักได้ว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยที่ทุกคนบนโลกจะต้องการเป็นดอกไม้เสมอไป เธอจึงนึกถึงการใช้ชีวิตแบบ Dandelion Seed เพลงนี้เลยเป็นการเปรียบเทียบว่าแม้เราไม่เลือกที่จะหยั่งรากลงดินเหมือนคนอื่นๆ ก็สามารถเป็นเมล็ดแดนดิไลออนที่โบยบินไปตามสายลมและมีความทะเยอทะยานตามแบบของตัวเองได้เช่นกัน

ไอยู

อีกหนึ่งความพิเศษของเพลงนี้คือระหว่างการทัวร์ ไอยูได้ชวนเด็กๆ นักเต้นตัวจิ๋วของประเทศนั้นๆ มาร่วมโชว์บนสเตจด้วย โดยหลังจบคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยเธอก็ไม่ลืมที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์ส่งแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ด้วยการมอบอัลบั้มและข้อความภาษาไทยตัวขยึกขยือที่ตั้งใจเขียนถึงน้องๆ แต่ละคนเอาไว้อาทิ “ฉันกลายเป็นแฟนคลับของคุณโดยสิ้นเชิง” “ทำได้ดีจริงๆ สง่างาม” “ช็อคไปเลย นายเท่มาก” “100 คะแนนเลยอ่ะ สุดยอดเลย”

ไอยู

Shh…

แด่ผู้หญิง ตัวตน และชื่อที่แสนพิเศษ

สเตจของเพลง Shh… ได้รับการพูดถึงอย่างมากจากการฉายภาพ VCR ของศิลปินหญิงตั้งแต่ศิลปินในตำนานอย่างโจ วอน ซุน, แพตตี้ คิม ไปจนถึงศิลปินรุ่นใหม่อย่าง BLACKPINK, Aespa, TWICE, (G)I-DLE และอีกจำนวนมาก ซึ่งสเตจนี้เกิดขึ้นเพื่อยกย่องและชื่นชมศิลปินหญิงที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับไอยูมาตลอดชีวิต

สำหรับเพลง Shh… ไอยูตั้งใจเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง ไม่ว่าจะในฐานะแม่กับลูก เพื่อนกับเพื่อนหรือผู้หญิงที่เป็นดั่ง Role Model หรือต้นแบบให้กับผู้หญิงด้วยกัน โดยที่ยังมีการตีความถึงท่อนหนึ่งของเพลงนี้ซึ่งร้องว่า “그 이름은 shh… (ชื่อของเธอคือ Shh…)” ต่อการสะท้อนบทบาทของผู้หญิงในสังคมเกาหลีใต้ที่มักจะถูกแทนที่ชื่อและตัวตนของพวกเธอด้วยคำว่า แม่ หรือ ภรรยาของใครสักคน หรือแม้แต่การเกิดมาเป็นลูกสาวที่มักไม่ได้รับความสำคัญเท่าลูกชาย ดังปรากฏในบทสนทนาขณะพูดคุยถึงเพลงนี้ ไอยูถามคุณแม่ถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับแม่ของเธอเองว่าเป็นอย่างไร และได้รับคำตอบว่า “ฉันขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้เกี่ยวกับแม่ แต่แม่ของฉันสนใจแค่ลูกชาย…ฉันไม่เคยได้รับซุปสาหร่ายที่แม่ทำเลยสักครั้ง”

ไอยู

แรงบันดาลใจในการเขียนเพลงนี้ไอยูมองว่าความสัมพันธ์เหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความรักหรือมิตรภาพเท่านั้น แต่มีทั้งความกลัว ความขัดแย้ง ความเกลียด ความชอบ การยกย่องนับถือหรือแม้แต่การแข่งขัน เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนแต่ก็เชื่อมโยงและผลักดันกัน ซึ่งไอยูเองได้เรียนรู้หลายอย่างจากผู้คนเหล่านี้อันมีส่วนทำให้กลายมาเป็นไอยูในวันนี้ได้ และเพื่อถ่ายทอดความหมายของเพลงนี้อย่างสมบูรณ์ Shh… จึงมีผู้หญิงต่างเจเนอเรชันมาร่วมร้องถึง 4 คน นั่นคือ ไอยู ตามมาด้วย ฮเยอิน จาก NewJeans ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ โจ วอน ซุน ตัวแทนของศิลปินยุคก่อน และ แพตตี้ คิม นักร้องในตำนานที่มาร่วมบรรยายในตอนท้าย เกิดเป็นเพลง Shh… ที่มีความผสมผสานโทนเสียงและสไตล์การร้องของแต่ละคนทั้งในแบบ Soul Blues, R&B และแนวร็อกอยู่ในเพลงเดียวกัน

โดยในตอนท้ายของวิดีโอสัมภาษณ์ ไอยูได้ถามคุณแม่ว่ามี Shh…ของตัวเองไหม คุณแม่ตอบกลับในทันทีว่า “ไอยู…ฉันหมายความตามนั้นจริงๆ นะ แม่ชื่นชมหนูในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่เพราะว่าหนูเป็นลูกสาวของแม่ แต่เพราะว่าหนูท้าทายตัวเองอยู่เสมอ”

ไอยู

Unlucky

แค่ชีวิตเองนี่!

แม้ไม่มีโชค เราก็ใช้ชีวิตอย่างดีได้

ใจความของเพลง Unlucky จากอัลบั้ม Love Poem (2019) เป็นเพลงกึ่งสุขกึ่งเศร้าที่สื่อถึงการปลอบโยนตัวเองในยามเจอเรื่องร้ายๆ ในชีวิต “ฉันรักวันเวลาของฉัน ฉันรู้ บางทีชีวิตก็ใจร้ายกับเรา นั่นจริงที่สุด ฉันเลยพยายามอยู่” ไอยูเล่าว่าเพลงนี้ถือเป็นเพลงที่ยากสำหรับเธอ เมื่อเปรียบเทียบกับเพลงที่ต้องใช้เทคนิคยากๆ หรือต้องร้องด้วยโน้ตที่สูง เมสเสจของเพลงนี้กลับทำให้เธอร้องไห้ออกมาตอนที่อัดเพลง แต่ขณะเดียวกัน Unlucky ยังคงเป็นเพลงที่เธอรักและมอบให้กับผู้ฟังเพื่อบอกว่า แม้ชีวิตตอนนี้จะมีแต่เรื่องน่ากังวลในทุกวัน แต่วันดีๆ จะมาถึงอย่างแน่นอน วันดีๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่โชคอันผิวเผินแต่เป็นสิ่งตอบแทนที่สมควรได้รับสำหรับการอดทนรอ

นอกจากนี้ไอยูยังเคยตอบคำถามด้วยคอนเซปต์เดียวกันในหลายๆ ครั้งว่า“บางครั้งฉันก็แพ้ค่ะ” “ฉันเองก็พยายามใช้ชีวิตอย่างดีอยู่ แต่ชีวิตที่ดีพอเป็นยังไง ไม่มีใครรู้หรอก การใช้ชีวิตมันยากด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่เราก็ยังใช้ชีวิตต่อไปได้อยู่ แค่นี้ก็สุดยอดแล้วแหละ”

Shopper

ปล่อยความต้องการเป็นอิสระ

เติมความปรารถนา อยู่ในช็อปที่ไม่มีวันปิด

เพลงนี้ไอยูเขียนขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจมาจากช่วงเวลาที่อยู่ใน คอนเสิร์ต The Golden Hour: Under the Orange Sun ในปี 2022 เธอกล่าวว่าตอนที่รู้สึกเหนื่อยล้าหมดไฟจากการทำงาน เสียงของผู้ชมได้ปลุกความปรารถนาของเธอขึ้นมาใหม่ ความกล้าหาญและความปรารถนาเลยกลายมาเป็นประเด็นหลักของเพลงนี้รวมถึงธีมของอัลบั้ม The Winning เพื่อหวังว่าเสียงของเธอจะมอบความกล้าและความมั่นใจให้กับผู้ฟังในแบบเดียวกัน สำหรับ Shopper ไอยูเปรียบเทียบการเติมเต็มความปรารถนาออกมาเป็นเรื่องราวของนักช้อปที่อยู่ในช็อปที่ไม่มีวันปิด เธอมองหาแล้วหยิบสิ่งที่ต้องการใส่ลงรถเข็นไปเรื่อยๆ จนเต็มคัน โดยราคาสิ่งของเหล่านั้นขึ้นอยู่กับผู้ซื้อเป็นคนให้คุณค่าแม้ว่ามันจะเล็กหรือใหญ่ก็ตามในสายตาของผู้อื่น

หากใครติดตามเธออยู่บ้างจะเป็นที่ทราบกันว่าคอนเสิร์ตของไอยู คุณแม่จะเตรียมของที่ระลึกมามอบให้กับทุกที่นั่งเสมอ ซึ่งโดยปกติสำหรับประเทศเกาหลีใต้เบาะรองนั่งได้กลายเป็นของที่ระลึกที่เป็นสัญลักษณ์ของคอนเสิร์ตไอยูไปแล้ว เพราะคอนเสิร์ตของไอยูเรียกได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่นาน (3-5 ชั่วโมง) แต่สำหรับ HEREH ในสองรอบสุดท้าย เธอได้เตรียมของขวัญชิ้นพิเศษเป็นกล้องส่องทางไกล ซึ่งลิงก์กันกับเนื้อหาในมิวสิควิดีโอ โดยกล่าวว่า “ฉันมอบกล้องส่องทางไกลให้พวกคุณ ในมิวสิควิดีโอเพลง Shopper มีฉากที่ฉันมองผ่านกล้องส่องทางไกล ฉากนั้นมีความหมายว่าฉันค้นพบเป้าหมายของตัวเองและเริ่มต้นออกเดินทางค่ะ นี่เลยเป็นเหตุผลที่ฉันเตรียมกล้องส่องทางไกลมาให้ พวกคุณสามารถปรับโฟกัสได้เองตามที่ต้องการ ฉันหวังว่าคุณจะโฟกัสไปยังสิ่งที่คุณปรารถนานะ…ถ้าหากการทัวร์ครั้งนี้สามารถมอบความกล้าเพียงสักนิดให้กับคุณได้ ฉันคงมีความสุขที่สุดในคืนนี้เลยค่ะ”

I Stan U

ฉันจะคอยเป็นผู้ชมของคุณ และเชื่อมั่นในตัวคุณ

“ฉันเชื่อมั่นในตัวคุณมากนะ เพราะคุณยอดเยี่ยมและน่าทึ่งที่สุด” สำหรับ I Stan U เป็นเพลงที่ไอยูเขียนเพื่อมอบให้กับ ยูแอนา แฟนคลับของเธอ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากช่วงเวลาที่ศิลปินและแฟนคลับสื่อสารและมอบพลังให้แก่กันทั้งด้วยดวงตาที่เปร่งประกายและการส่งเสียงเชียร์อย่างกระตือรือร้นตลอดการแสดง เนื้อเพลงนี้เลยสื่อถึงการตอบแทนที่มากกว่าคำว่าขอบคุณ โดยการมอบพลังนั้นกลับมาให้ทุกคนเหมือนดังที่เธอกล่าวเอาไว้ว่า “ฉันเองก็จะขอเป็นผู้ชมคนหนึ่งที่โบกแท่งไฟเชียร์ทุกคนเลยค่ะ ขอบคุณที่มาเป็นผู้ชมของฉัน”

Through The Night

ขอให้คุณนอนหลับอย่างดีในคืนนี้

Through The Night เป็นเพลงที่ไอยูเขียนขึ้นจากอาการนอนไม่หลับ เพราะประสบปัญหานี้การนอนหลับจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเธอรวมถึงคนที่เธอรัก เธอคิดว่าคำสารภาพและสิ่งที่ดีที่สุดที่จะสามารถมอบให้กับคนที่รักได้คือคำอธิษฐานว่าเขาคนนั้นจะนอนหลับได้อย่างสบาย ด้วยเหตุผลนี้เพลง Through The Night จึงเกิดขึ้นมาด้วยความปรารถนาว่าผู้ฟังจะนอนหลับได้อย่างดี ซึ่งนอกจากเพลงนี้แล้วไอยูยังมีเพลงเกี่ยวกับการนอนหลับอีกหลายเพลง หนึ่งในนั้นคือเพลง Knees ที่เธอได้อินสไปร์มาจากช่วงเวลาในวัยเด็ก ยามนอนลงบนตักของคุณย่าและสามารถนอนหลับได้อย่างง่ายดายจากสัมผัสอันอบอุ่นของคุณย่าที่มอบให้กับเธอ

My Sea

แม้จะหลงทางอีกครั้ง ฉันก็รู้วิธีกลับมา

หนึ่งในเพลงบัลลาดของไอยูที่มีไฮโน้ตทรงพลังผสานเสียงคอรัสและออร์เคสตรา เพลงนี้ไอยูเล่าถึงการเติบโตในช่วงวัย 20 ปี เป็นการโอบอุ้มความรู้สึกของตัวเองในช่วงวัยรุ่น เธอเปรียบเทียบความฝันและจินตนาการของวัยเด็กเป็นเหมือนกับท้องทะเลที่ไม่มีวันแห้งเหือด แต่เมื่อเติบโตขึ้นเราพบกับความจริงของชีวิต ปัญหาและความเจ็บปวดที่สร้างรอยแผลระหว่างทาง จนอาจเผลอปล่อยมือจากความฝันไป ห่างเหินจากทะเลออกไปเรื่อยๆ จนบางทีอาจเหลือแค่เพียงร่องรอยที่ไม่สามารถสัมผัสมันได้อีก ช่วงเวลาของการไม่ชอบและไม่สามารถรักตัวเองได้อย่างเต็มที่ถูกถ่ายทอดออกมาในตอนต้น

ต่อด้วยช่วงเวลาของการทบทวนความคิดและเริ่มเข้าใจตัวเองขึ้นทีละน้อยในท่อน“เด็กน้อยที่ต้องเจ็บปวดมานานแสนนานขนาดนั้น เพียงเพื่อเติบโตมาเป็นฉันหรือเปล่า” จนมาถึงช่วงหลังของเพลงที่สื่อถึงการย้อนกลับไปยังความฝัน จินตนาการและความต้องการของตัวเองอีกครั้ง เปรียบเสมือนการค้นพบตัวเองและท้องทะเลที่อยู่กับเธอมาเสมอ แต่ไอยูกล่าวว่ามันอาจไม่เมคเซนต์ที่จะบอกว่าในท้ายที่สุดคนเราจะสามารถแก้ปัญหาและจัดการเรื่องต่างๆ ในชีวิตได้ทั้งหมด จึงเกิดมาเป็นถ้อยคำนี้ในตอนท้าย

“แม้จะเป็นเช่นนั้น ในบางครั้ง

ก็ยังมีวันที่พ่ายแพ้ให้กับชีวิต

แต่แม้ว่าฉันจะหลงทางอีกครั้ง

ฉันก็พบหนทางย้อนกลับมา”

My Sea จึงเป็นอีกเพลงส่งกำลังใจและหวังว่าความฝันของทุกคนจะไม่หล่นหายไประหว่างทาง

Love Poem

บทกวีรักอันเงียบงัน ที่เธอจะร้องมันเพื่อคุณเสมอ

“ฉันอยู่ตรงนี้ มองฉันไว้นะ ฉันจะไม่มีวันหายไป

จะยังร้องเพลงนี้จนถึงที่สุด เพลงที่จะไม่มีวันจบลง

หากค่ำคืนอันยาวนานของเธอสิ้นสุด

ฉันจะอยู่ตรงนี้ เงยหน้ามองขึ้นมาก็เจอ”

Love Poem เป็นเพลงที่อยู่ในมินิอัลบั้มชุดที่ 5 ในชื่อเดียวกัน โดยในข้อความแนะนำอัลบั้มกล่าวว่า Love Poem เป็นเหมือนการขอร้อง เธอใช้คำนี้เพราะจุดหนึ่งตระหนักได้ว่าคำปลอบโยนในบางครั้งที่เรามอบให้กับผู้อื่นเพื่อหวังให้เขาผ่านเรื่องร้ายๆ ไปได้อย่างรวดเร็วนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เรามอบให้แก่คนผู้นั้นเพียงฝ่ายเดียว แต่หมายถึงความปรารถนาต่อตัวเองด้วยที่อยากเห็นชีวิตที่สงบสุขของคนๆ นั้น Love Poem จึงเป็นบทกวีรักที่เขียนขึ้นเพื่อหวังจะปลอบโยนให้ผู้ฟังมีแรงใช้ชีวิตต่อไปได้ท่ามกลางวันคืนที่ยาวนาน

โดยระหว่างการทัวร์ครั้งล่าสุด ไอยูได้มอบเพลงนี้ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ในเซ็ตลิสต์หลักของคอนเสิร์ตให้กับผู้ชมชาวไต้หวัน เพื่อปลอบประโลมหัวใจหลังผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในเมืองฮวาเหลียน พร้อมกับขึ้นข้อความว่า “เพื่อแสดงความเสียใจอย่างจริงใจต่อครอบครัวของผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมืองฮวาเหลียน (Hualien) นอกจากนี้เพื่อแสดงความขอบคุณและสนับสนุนต่อผู้ที่มุ่งมั่นพยายามทำงานอย่างถึงที่สุดหลังเกิดเหตุการณ์ในครั้งนั้น”

Love Wins All

ความรักมีโอกาสชนะเสมอ

เราต้องการผู้ชนะแค่เพียงหนึ่งจริงๆ หรือเปล่า ? ทุกคนไม่สามารถเป็นผู้ชนะด้วยกันได้ใช่ไหม ? คือเมสเซจที่ไอยูส่งผ่านอัลบั้ม The Winning มาถึงผู้ฟัง โดยในอัลบั้มล่าสุดมี 2 เพลงที่เธอมอบให้กับแฟนๆ และคนที่เธอรัก หนึ่งในนั้นคือ Love Wins All เพลงที่บอกเล่าเรื่องราวของคนที่พยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อความรัก แม้อยู่ในโลกที่มีแต่สิ่งคอยกีดขวาง

มิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้ผู้กำกับมือทอง ออม แทฮวา (Uhm Tae-Hwa) เจ้าของรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์ Concrete Utopia (2023) มาช่วยถ่ายทอดเรื่องราว รวมถึง วี BTS หรือ คิมแทฮยอง ที่มาร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย มิวสิควิดีโอเล่าเรื่องของสองตัวละคร ไอยู และ วี ทั้งสองมีรอยบาดแผลเล็กๆ ทั่วตัว ไอยูคือหญิงสาวที่ไม่สามารถพูดได้และมีห่วงเล็กๆ ห้อยอยู่คล้ายกับการเจาะปากเพื่อตอกย้ำถึงความยากในการสื่อสาร ขณะที่วีเองใส่เลนส์สีขาวที่ตาข้างซ้ายเท่ากับการมีตาที่มองเห็นได้เพียงข้างเดียว ทั้งสองอาศัยอยู่ในโลกดิสโทเปียท่ามกลางซากปรักหักพัง โดยมีกล้องวิดีโอตัวหนึ่งฉายภาพถึงความสมบูรณ์ของโลกก่อนถูกทำลาย ทุกครั้งที่พวกเขามองผ่านกล้องตัวนี้จึงคล้ายกับการจินตนาการถึงชีวิตที่สมบูรณ์และความสุข โดยระหว่างที่เรื่องดำเนินไปทั้งคู่ต้องเผชิญกับการไล่ล่าจากกล่องปริศนา ที่ผู้กำกับใช้เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงกรอบทางสังคม การกดขี่และการเลือกปฏิบัติ ทั้งคู่พากันหลีกหนีจากการไล่ล่าซึ่งแม้ท้ายที่สุดจะถูกตามทันก็ยังคงปกป้องและอยู่ข้างกันจนถึงนาทีสุดท้าย ก่อนจะสลายหายไปพร้อมกับการเป็นอิสระจากการกดขี่ทั้งหมดที่เผชิญมา

ภายหลังจากมิวสิควิดีโอถูกปล่อยออกมาได้มีการตีความสัญลักษณ์ต่างๆ ออกไปหลายรูปแบบ ซึ่งผู้กำกับออมแทฮวาเอง ไม่จำกัดว่าเป็นแบบใด ขณะที่ไอยูได้เขียนเล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวเนื่องกับเพลงนี้เอาไว้ใน Track Intro โดยมีใจความว่าความรักนำพาให้เธอผ่านช่วงเวลาลบๆ ไปได้ เธอกล่าวย้อนไปถึงตอนอายุ 18 ปีที่ชีวิตพลิกผันในชั่วข้ามคืนและได้รับความรักอย่างล้นหลาม ในช่วงเวลาที่เป็นดั่งของขวัญนั้น เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เธอรู้สึกเปล่าเปลี่ยวและหวาดกลัวเมื่อคิดถึงจุดจบของเส้นทางนี้ แต่ด้วยความรักและความเชื่อมั่นจากแฟนๆ ที่มอบให้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทำให้เด็กที่มองโลกในแง่ร้ายและขี้กังวลคนนั้นเปลี่ยนความคิดไปได้ เธอไม่กลัวอีกแล้วและอยากขออยู่ข้างทุกคนแบบนั้นเช่นเดียวกัน

“เพราะได้รับความรักมากมาย…ฉันหวังด้วยใจจริงว่าอยากให้ชีวิตทุกคนเต็มไปด้วยความรักมากกว่าความเกลียดชัง ให้สมกับที่ทุกคนเป็นคนที่น่ารักและมอบความรักดีๆ แบบนี้ให้ฉันค่ะ”

อ้างอิง

ภาพ : EDAM ENT Official , IU Official

The post เพลย์ลิสต์เปี่ยมพลังใจของ ไอยู ศิลปินหญิงที่ส่งเสียงเชียร์ผู้ฟังผ่านเสียงเพลง appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...