โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.จังหวัดตาก ประชุมเตรียมรับมือผู้ป่วยจากค่ายลี้ภัยชายแดน หลังทรัมป์ระงับงบประมาณ IRC 5

News In Thailand

เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 01.51 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
สธ.จังหวัดตาก ประชุมเตรียมรับมือผู้ป่วยจากค่ายลี้ภัยชายแดน หลังทรัมป์ระงับงบประมาณ IRC 5

จากสถานการณ์หลัง โดนัลด์ ทัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยุติการสนันบสนุนงบประมาณช่วยเหลือองค์กรต่างประเทศชั่วคราว 90 วัน ส่งผลกระทบต่อค่ายลี้ภัยชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยผู้ลี้ภัยเหล่านี้ ซึ่งได้รับงบฯ สนับสนุนด้านสาธารณสุขจากองค์กร International Rescue Committee (IRC) ถูกระงับการให้รักษาผู้ป่วยทันที

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในค่ายผู้ลี้ภัยนุโพ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ระบุว่า ค่ายลี้ยภัยถูกระงับไปแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ป่วยทั้งหมดยกเว้นผู้ป่วยฉุกเฉินที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในค่ายผู้ลี้ภัย จะไม่สามารถเข้ารับบริการได้อีกต่อไปสำหรับค่ายลี้ภัยที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย มีอยู่ 9 ค่าย มีผู้ลี้ภัยอยู่ราว 9 หมื่นคน ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย โดยทั้งหมดได้รับความช่วยเหลือด้านงบประมาณจากสหรัฐฯและประเทศตะวันตก ซึ่งค่ายเหล่านี้ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับผู้หนีภัยจากพม่าเมื่อกว่า 30 ปีก่อน

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาล(รพ.) ชายแดนของไทยอย่างแน่นอน งบประมาณบัตรทองรักษาคนไทยยังไม่เพียงพอ ที่ผ่านมายังต้องดูแลคนต่างด้าวที่เข้ามาผิดกฎหมาย และหากมีกลุ่มคนลี้ภัยอีกกว่า 9 หมื่นคน ประเทศไทย บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขชายแดน จะรับมืออย่างไร แม้จะต้องให้บริการตามหลักมนุษยธรรมก็ตาม

นพ.พิทักษ์พงษ์ จันทร์แดง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก (นพ.สสจ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาได้มีการประชุมเพื่อเตรียมรับมือผลกระทบจากกรณีที่สถานพยาบาลในค่ายผู้พักพิงชายแดนไทยและสถานพยาบาลบริเวณแนวชายแดนปิดบริการ ซึ่งปกติทางศูนย์ฯ จะมีหน่วยบริการสาธารณสุขคอยตรวจรักษามาตลอด ซึ่งได้รับงบฯสนับสนุนจาก IRC แต่เมื่อถูกระงับงบฯชั่วคราว ทางสาธารณสุข จึงต้องมาพิจารณาว่า ต้องจะช่วยเหลือผู้ป่วยกรณีใดบ้าง อย่างผู้ป่วยโรคทั่วไป โรคเรื้อรัง หรือโรคเฉพาะ โรคจิตเวช วัณโรค เป็นต้น รวมไปถึงผู้ป่วยใน เดิมจะมีแอดมิทในศูนย์อพยพ ยกเว้นอาการหนักก็จะส่งโรงพยาบาลข้างเคียง หรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ คือ รพ.แม่สอด รวมทั้งการคลอด

“ที่ประชุมมีการพูดคุยว่า ทางสาธารณสุขจะช่วยจัดบริการอะไรบ้าง ซึ่งมีการปรึกษากับท่านผู้ตรวจราชการฯเขตสุขภาพที่ 2 ว่า ทางสาธารณสุขอาจต้องให้บริการระยะนี้ไปก่อน และทราบว่าผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ทั้งท่านรมต.สธ.และปลัดสธ. ให้ความสำคัญเรื่องนี้ ขณะนี้มีการวางแผนขอสนับสนุนงบประมาณจากเอ็นจีโอหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นๆเช่นกัน แต่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา แต่ระหว่างนี้เราก็ต้องจัดบริการสาธารณสุขไปช่วยเหลือตามจุดต่างๆ”

ปัจจุบันในจ.ตาก มีศูนย์อพยพฯ หรือ ศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 3 แห่ง มีผู้ลี้ภัยประมาณ 4-5 หมื่นคน โดย 3 ศูนย์พักพิงฯ คือ ศูนย์แม่หละ อยู่ที่อำเภอท่าสองยาง ศูนย์อุ้มเปี้ยม อยู่อำเภอพบพระ และศูนย์นุโพ อยู่อำเภออุ้มผาง โดยจุดใหญ่ๆ คือ ศูนย์แม่หละ ที่อำเภอท่าสองยาง ทั้งนี้ การจัดบริการสาธารณสุขของแต่ละโรงพยาบาลนั้น จะพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ ระยะห่างของการเดินทาง แต่รวมๆจะมีโรงพยาบาล(รพ.) 5 แห่ง คือ รพ.อุ้มผาง รพ.พบพระ รพ.ท่าสองยาง รพ.แม่ระมาด และ รพ.แม่สอด

ผอ.อุ้มผาง เสนอตั้งกองทุนระดับประเทศ

นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก เปิดเผยว่า จ.ตาก มีศูนย์พักพิง 3 แห่ง ที่อำเภอท่าสองยาง คือ ศูนย์พักพิงแม่หละ มีคนอยู่ 3.2 หมื่นคน ที่อำเภอพบพระ มีศูนย์พักพิงอุ้มเปี้ยม มีราว 8 พันคน และอำเภออุ้มผาง มีศูนย์พักพิงนุโพ ราว 7.5 พันคน โดยที่ประชุมตกลงร่วมกันให้โรงพยาบาล 5 แห่งดูแลผู้ลี้ภัย ซึ่งผู้ว่าฯ จ.ตาก และนพ.สสจ.ตาก ให้นโยบาย 1.เน้นหลักมนุษยธรรม และสิทธิมนุษยชน และ2.ไม่คิดเงิน เพราะชาวบ้านยากจนมาก ซึ่งปกติรพ.ไม่ได้คิดเงินอยู่แล้ว

ทั้งนี้ วันที่ 30 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา สรุปได้ว่าโรงพยาบาลใน 5 อำเภอชายแดนจะแบ่งกันดูแลศูนย์พักพิงชั่วคราว คือ รพ.อุ้มผาง ดูแลศูนย์พักพิงนุโพ รพ.พบพระ ดูแลศูนย์พักพิงอุ้มเปี้ยม รพ.ท่าสองยาง รพ.แม่ระมาด และรพ.แม่สอด ดูแลศูนย์พักพิงแม่หละ แต่รพ.แม่สอด จะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้กับทุกโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบจากนโยบายระดับโลก ส่วนงบประมาณ ทรัพยากรใช้ของ รพ.ในพื้นที่ดูแลเฉพาะหน้าก่อน อย่างไรก็ตาม ผมดีใจที่ท่านรมว.สาธารณสุข และรมว.มหาดไทย ย้ำเรื่องมนุษยธรรม ซึ่งทางสาธารณสุขเข้าใจ ซึ่งต้องร่วมกับการควบคุมโรคด้วย นพ.วรวิทย์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...