IVF เปิดจองซื้อ 29 พ.ย. – 3 ธ.ค. 67 เคาะราคา IPO 3.10 บาท
IVF เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 130 ล้านหุ้น ในราคา 3.10 บาทต่อหุ้นมูลค่าเสนอขาย 403 ล้านบาท ระดมทุนขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ พร้อมรุกธุรกิจเวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟู รับเทรนด์อุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยากทั่วโลกโตต่อเนื่อง
[caption id="attachment_142995" align="aligncenter" width="1000"]
นางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน)[/caption]
นางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ “IVF” เปิดเผยว่า “จากรายงานภาพรวมอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility) โดย Allied Market Research บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับข้อมูลการตลาด ได้ระบุว่า ในปี 2570 ตลาดท่องเที่ยวสำหรับผู้มีบุตรยาก (Fertility Tourism) ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 33.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 14.2% ต่อปี
ซึ่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงที่สุด ราว 5.62 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 14.7% ต่อปี (ปี 2562-2570) ซึ่ง ‘ประเทศไทย’ ถือเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของธุรกิจ Fertility Tourism ในเอเชีย ด้วยปัจจัยหนุนของรัฐบาลที่ผลักดันไทยเป็น Medical Hub รวมถึงศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ และค่ารักษาพยาบาลที่เข้าถึงได้”
“เรามีอัตราความสำเร็จย้อนหลัง 3 ปีตั้งแต่ 2564-2566 สูงกว่าค่าเฉลี่ยและสูงสุดถึง 70-76% จนเกิดเป็นการตลาดแบบ Word of Mouth ในกลุ่มผู้ใช้บริการเป็นวงกว้าง และขยายฐานลูกค้าต่างชาติได้มากกว่า 80% อาทิ อินเดีย จีน เวียดนาม และออสเตรเลีย”
การนำหุ้นบริษัทฯ เข้าซื้อขายในตลาด IPO จำนวนไม่เกิน 130 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 29.55 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด เป็นการระดมทุนเพื่อขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศ (New Market) รวมถึงการเพิ่มบริการเวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟู (New Service) ตามแผนการก้าวสู่ตำแหน่ง ‘ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากด้วยมาตรฐานสากลในระดับแนวหน้าของประเทศและระดับเอเชีย’ เพื่อรองรับตลาด Fertility Tourism ในอนาคต ตลอดจนสามารถมอบผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับพันธมิตรและนักลงทุน”
ด้าน นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ได้กล่าวเสริมว่า “IVF ถือเป็นหุ้นที่น่าจับตามอง และเลือกลงทุน โดยจัดเป็นหุ้นที่มีศักยภาพเป็น growth stock ที่มอบผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืน จากแผนการขยายโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ รวมถึงตัวเลขผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี (ปี 2564-2566) เท่ากับ 11.24 ล้านบาท 63.31 ล้านบาท และ 121.55 ล้านบาท ตามลำดับ
ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจกลุ่มรักษาผู้มีบุตรยาก ขณะที่งวด 9 เดือนของปี 2567 บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้จากการให้บริการถึง 83.28 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจรักษาผู้มีบุตรยาก 76.61 ล้านบาท (92%) และรายได้จากธุรกิจเวชศาสตร์ฟื้นฟูฯ 6.67 ล้านบาท (8%) ขณะที่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสัดส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสัดส่วนของทรัพย์สิน (ROA) จะอยู่ที่ 35.1% และ 19.9% ตามลำดับ”
"บริษัทฯ มีแผนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวมไม่เกิน 130,000,000 หุ้น คิดเป็น 29.55% ของจำนวนที่ออกและเรียกชำระทั้งหมด เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ร่วมเป็นเจ้าของเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ‘ผู้นำศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากด้วยมาตรฐานสากลในระดับแนวหน้าของประเทศและระดับเอเชีย’ ร่วมกันในราคาเสนอขายที่ 3.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวมไม่เกิน 403 ล้านบาท"
โดยราคานี้พิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจของบริษัทประกอบกับภาพรวมอัตราส่วนดังกล่าวของตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ (SERVICE) ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
โดยพร้อมเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้นได้ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 8.30 น. จนถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2567 เวลา 16.30 น. (หรือเวลาทำการของแต่ละสาขา) ผ่านทางช่องทางการจัดจำหน่ายของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์และตัวแทนจำหน่ายหลักทรัพย์ที่กำหนด ได้แก่
- บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)