กสิกรไทย ยกเครื่องคัดกรองสินเชื่อ ปรับ credit scoring ใช้ DATA เช็กย้อนหลัง 10 ปี
กสิกรไทย เสริมแกร่งกระบวนการคัดกรองสินเชื่อ ใช้ DATA ปรับ credit scoringใหม่ ดูประวัติย้อนหลังคนกู้ 10 ปี มั่นใจ JV AMC ทั้ง 2 แห่งช่วยบริหารคุณภาพหนี้ แอบสุ่มอัปเกรด Core Banking พร้อมรับธุรกรรมเท่าตัว
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2568 ธนาคารคาดว่าจะมีผู้ใช้ K PLUS เพิ่มอีกล้านราย เป็น 23.9 ล้านราย ซึ่งธนาคารมีปริมาณธุรกรรมค่อนข้างสูง ถือว่าเป็นหนึ่งในธนาคารที่มีปริมาณธุรกรรมสูงที่สุดในประเทศ โดยได้เพิ่มขีดความสามารถของระบบให้สามารถรองรับธุรกรรมปริมาณมากได้อีกเท่าตัวไปแล้ว
ส่วนเรื่องของ Core Banking สำหรับธนาคารถือว่าใหม่ เพราะเปลี่ยนไปเมื่อไม่นานมานี้ นับว่ามีอายุใช้งานไม่มากหากเทียบกับรายอื่นและมีการพัฒนาอยู่ตลอด ซึ่งการเปลี่ยน Core Banking เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 - 3 ปี ดังนั้นกระแสที่หลายธนาคารกำลังเปลี่ยน Core Banking ใหม่ในรอบนี้ธนาคารจะติดตามดูไปก่อน
“ระบบ Core Banking ของกสิกรไทยในปัจจุบันมีความพร้อมรองรับระบบโมบายแบงกิ้งหรือดิจิทัลแบงก์กิ้งมากที่สุดในประเทศวันนี้แล้ว ส่วนการเปลี่ยนใหม่อนาคตก็ต้องรอพิจารณาอีกที ซึ่งในอนาคตเทคโนโลยีจะใหม่ขึ้นอาจจะเอื้อให้การเปลี่ยนทำได้สะดวกขึ้น”
นางสาวขัตติยา กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ธนาคาร โดยบริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร ร่วมกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในนามบริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1,000 ล้านบาท เป็นการถือหุ้น KVISION ถือหุ้น 50% และ BAM ถือหุ้น 50%
ซึ่งมองว่าเมื่อมีโอกาสก็ตั้งขึ้นมาไว้ก่อน ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถร่วมลงทุนในกิจการร่วมทุน (Joint Venture) โดยกำหนดยื่นขอจัดตั้งกิจการร่วมทุนให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธ.ค. 2567
ทั้งนี้เมื่อปี 2565 ธนาคารกสิกรไทย ร่วมลงทุนกับ กลุ่มบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT) จัดตั้งบริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด (JK AMC) รวมเงินลงทุน 10,000 ล้านบาท โดยจะเน้นสินเชื่อไม่มีหลักประกัน
“การตั้ง อรุณ จะใช้ความเก่งของบสก.ซึ่งเป็นรายใหญ่ที่สุดในเรื่องการตามหนี้มีหลักประกัน ส่วน เจ เอ็ม ที ที่ตั้งร่วมกับเจเคยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ดี ซึ่งเก่งด้านหนี้ไม่มีหลักประกัน การมีพาร์ทเนอร์ที่ใหญ่ 2 อันดับแรกของประเทศเป็นเรื่องที่ดีมาก และเป็นการเสริมกันและกัน”
อย่างไรก็ดี ในด้านกระบวนการคัดกรองสินเชื่อต้องมีการปรับปรุงให้แข็งแกร่งขึ้น โดยธนาคารจะนำข้อมูล (DATA) มาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น เช่น การดูประวัติย้อนหลังของผู้ขอสินเชื่อให้มากกว่าเดิมอาจจะเป็น 10 ปีย้อนหลัง ซึ่งปัจจุบันได้ปรับเรื่อง credit scoring ใหม่ไปแล้ว ขณะเดียวกันได้พัฒนาทีมติดตามหนี้ใหม่ มีการใช้ข้อมูลมากขึ้น ปรับปรุงกระบวนการใหม่ให้ดีกว่าเดิม
“แม้จะมีบริษัทบริหารหนี้รองรับไว้แล้ว แต่สิ่งที่ต้องทำคือต้องไม่นำหนี้เสียเข้ามาเพิ่มอีก”