โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เศรษฐา นั่งคุยกับชาวนาสระบุรี ดีใจราคาข้าวดี รับปากจะหาตลาดใหม่ๆ วอนทำนาปรังปีละครั้ง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.พ. 2567 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2567 เวลา 07.58 น.

ลุย ‘เศรษฐา’ ลงพื้นที่สระบุรี ติดตามสถานการณ์น้ำในการเกษตร พร้อมรับฟังปัญหา พอใจหลังกรมชลฯ ทำงานประสานความต้องการเกษตรกร ลั่นจะพยายามทำราคาข้าวให้สูงขึ้น เปิดตลาดใหม่รองรับ ยอมรับปัญหาหนี้สินบั่นทอนจิตใจประชาชน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ต.หนองยาว อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง สวมเสื้อโปโลสีแดง และเสื้อแจ๊กเก็ตทับ พร้อมถุงเท้าแดง ในการตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาด้านชลประทาน

โดยมี นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายอรรถพล วงษ์ประยูร ส.ส.สระบุรี เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รวมทั้ง นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน ให้การต้อนรับ

เมื่อมาถึงนายกฯฟังสรุปการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมดูตารางแสดงผลประกอบการเพาะปลูกข้าว ก่อนเดินดูพื้นที่บริเวณคลองไส้ไก่ ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำขนาดเล็กเข้าไปยังพื้นที่เกษตรกรรม นายกฯได้สอบถามการบริหารจัดการน้ำที่จัดสรรให้กับเกษตรกร ซึ่งอธิบดีกรมชลประทานได้รายงานว่าได้จัดสรรและแบ่งพื้นที่ในการส่งน้ำให้กับเกษตรกรอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะช่วงทำนานอกฤดูกาล ทำให้ไม่มีปัญหาในการเพาะปลูก ทำให้นายกรัฐมนตรีพอใจอย่างมาก

จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชนว่า จากการที่ได้รับฟังรายงานและบรรยายสรุปก็ถือว่าดีราคาข้าวปัจจุบันกิโลกรัมละ 11 บาท คิดเป็นตันละ 11,000 บาท ค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จแล้วอยู่ที่ 5,000 บาท ทั้งนี้ เกษตรกรได้ร้องขอมาว่าค่าปุ๋ยปัจจุบันแพงไปสักนิด ถ้าเป็นช่วงที่ราคาพืชผลดีก็พอไหว แต่ก็ต้องระวังในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเดี๋ยวรัฐบาลก็จะไปดูในเรื่องของราคาของปุ๋ยต่างๆ

“เพราะฉะนั้นรายได้ที่เหลือจริงๆ ก็อยู่ที่ประมาณ 6,000 บาทต่อตัน ถือว่าเป็นราคาที่ใช้ได้ ในฤดูกาลนี้ต่อราคาผลผลิตตันละ 11,000 บาท แต่ผมจะพยายามหาตลาดเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งทำราคาให้สูงมากยิ่งขึ้น” นายกฯกล่าว

นายกฯกล่าวด้วยว่า รายจ่ายที่สูงอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องค่าไฟ ซึ่งได้มอบหมายให้กรมชลประทาน ศึกษาในเรื่องของโซลาร์เซลล์ ซึ่งตรงนี้ถือว่าสำคัญ ทั้งหมดก็ดี ดูจากสีหน้าและดวงตาของเกษตรกรมีความสุขดีจากราคาข้าวในปัจจุบันนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของน้ำในการใช้สำหรับเกษตรกรมีเพียงพอในการเพาะปลูกใช่หรือไม่ โดยเฉพาะการปลูกข้าวนอกฤดูกาล นายกฯกล่าวว่า ก็ได้หนหนึ่งแน่นอน เพราะราคาข้าวดี อยากให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ตรงนี้เข้าใจได้และหน้าที่ของกรมชลฯ จากการที่ได้ฟังรายงานและดูในรายละเอียดต่างๆ แล้ว เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็เข้าใจดีและเข้าใจถึงความต้องการของเกษตรกร ทำหน้าที่ตอบสนองให้กับประชาชนได้อย่างดีมาก ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณในเรื่องนี้ด้วย

จากนั้นนายกฯได้คุยกับผู้ว่าฯและได้ชื่นชมผู้ว่าฯ โดยระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เลือกคนได้ดี เอาคนในพื้นที่มาทำงาน และขอให้ช่วยกันทำงานในแต่ละหน้าที่ของตัวเองให้ดี และรู้สึกดีที่เห็นทุกคนมีรอยยิ้ม รวมทั้งขอบคุณทางกรมชลประทานด้วย

จากนั้นนายกฯเดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ ก่อนจะนั่งลงพูดคุยกับประชาชนว่า ราคาข้าวต้องให้ได้กำไรอย่างน้อย 6,000 บาทต่อไร่ให้อยู่ได้ เดี๋ยวจะพยายามทำให้สูงขึ้น และขอให้เหลือการทำนาปรังปีละ 1 รอบ ตนได้พูดคุยกับกรมชลประทานแล้ว เขาก็มั่นใจ ต้องขอให้ฟ้าฝนเป็นใจด้วยแล้วกันและถ้ามีปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะช่วยเหลือ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจภาค 1 ก็มา เราจัดตลาดนัดอยู่แล้ว ถ้าใครจ่ายดอกเบี้ยแล้วเกินเงินต้น ให้ยกเลิกอย่ากลัว

ทั้งนี้ ประชาชนยังถามนายกฯด้วยว่า หากเกษตรกรมีอาชีพเสริมเรื่องหนี้นอกระบบก็จะลดน้อยลง นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องหนี้เป็นตัวบั่นทอนชีวิตจิตใจ แต่ขอฝากเรื่องการเผาซังข้าวด้วย แต่ตนเชื่อว่าจะมีคนมารับซื้อตอข้าว ไปขายจะได้ราคาไร่ละ 50 บาท ถือเป็นรายได้เสริมที่ดี

“เรื่องหนี้นอกระบบเป็นหนึ่งนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล ทั้งนี้ ขอให้ชาวบ้านช่วยลดเรื่องการเผาเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยเช่นกัน” นายกฯกล่าว

จากนั้นประชาชนถามอีกว่า อะไรก็ไม่ว่า ขอให้มีการทำนาปรังต่อเนื่องจากนาปี เกษตรกรจะอยู่รอด นายกฯ ยิ้มก่อนตอบว่า “ราคาข้าวสำคัญ ถ้าทำนา 2 หนราคาข้าวไม่ดี เหนื่อยฟรีนะ ก็ต้องพยายามเปิดตลาดใหม่ๆ เมื่อเดือนที่แล้วก็ขายให้อินโดนีเซีย 2 ล้านตัน เยอะมาก ก็พยายามทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้เหนื่อยมาก จะพยายามทำราคาข้าวให้ดีขึ้น”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่สระบุรี-ลพบุรี ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เพื่อสั่งการให้บริหารจัดการน้ำให้จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท-จังหวัดอ่างทอง-จังหวัดลพบุรี-จังหวัดสิงห์บุรี-จังหวัดสระบุรี-จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากปัจจุบันมีเกษตรทำนาปรังเกือบ 6 ล้านไร่ จากเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดให้ทำเพียง 3 ล้านไร่ แต่เมื่อข้าวราคาดีทำให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวมากขึ้น ซึ่งหากไม่บริหารจัดการน้ำจะทำให้พื้นที่นานอกเขตชลประทานมีความเสี่ยงยืนต้นตายในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง และทำให้เกษตรต้องไปขอเงินชดเชยจากรัฐบาล ฉะนั้น การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีจะเป็นการบริหารงานเชิงรุก เพื่อป้องกันก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นด้วย

จากนั้นเวลา 15.15 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางต่อด้วยขบวนรถยนต์เพื่อตรวจติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองลำสนธิ พร้อมรับฟังปัญหาในพื้นที่ชัยบาดาล ณ วัดสิงหาราม จ.ลพบุรี ก่อนที่ในช่วงเย็นเวลา 18.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปชมขบวนประวัติศาสตร์ (ขบวนนบพระ) ที่เทวสถานปรางค์แขก อำเภอเมืองลพบุรี ก่อนเดินทางต่อไปเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐา นั่งคุยกับชาวนาสระบุรี ดีใจราคาข้าวดี รับปากจะหาตลาดใหม่ๆ วอนทำนาปรังปีละครั้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...