โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

วัยรุ่นเบิ้ลรถเสียงดังเกิดปากเสียงกัน ก่อนยกพวกนับ 10 คน มาเคลียร์

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 11 ก.ค. 2566 เวลา 10.23 น.

(11 ก.ค. 66) เวลา 13.00 น. ที่บริเวณวินรถจยย.รับจ้าง หน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปและข้อความระบุว่า "พวกเยอะกว่าจะทำอะไรก็ได้แล้วจะอยู่กันไง ไทรน้อย พฤกษา 38"
.
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณดังกล่าว พบกับน.ส.พิมพ์พิชา หรือ พี่วี อายุ 48 ปี (อาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์) แฟนของนายดำ (นามสมมุติ) เจ้าของเสื้อวินเบอร์ 17 ที่อยู่ในคลิปขณะเกิดเหตุมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน ที่นัดรวมตัวกันเข้ามาเคลียร์ปัญหาเบิ้ลท่อรถจยย.ใส่กัน และมีการมองหน้าเขม่นกันเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาช่วงเวลา 19.00 น. ก่อนหน้านี้
.
น.ส.พิมพ์พิชา เล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ได้มีน้องที่ขายน้ำกระท่อมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้าน ขี่รถจยย.เข้ามาส่งของภายในหมู่บ้านและได้มีการเบิ้ลรถบริเวณก่อนทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งตรงนี้มีพวกตนซึ่งเป็นกลุ่มวินนั่งอยู่เป็นประจำคอยรับส่งผู้โดยสาร ในกลุ่มวินเห็นน้องเขาเบิ้ลรถก็มีการพูดคุยกันว่าจะเบิ้ลทำไมเสียงมันดัง
.
ต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. นายดำ (นามสมมุติ) แฟนของตนได้ขับรถกลับมาที่วิน และได้จอดรถคุยกับน้องที่รู้จักกันอยู่ริมถนน จังหวะพอดีกับที่น้องวัยรุ่นขี่รถออกจากหมู่บ้านมาพอดี แฟนของตนเลยเบิ้ลรถเสียงดัง ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาเบิ้ลรถใส่ใครหรือเบิ้ลทำไม แต่น้องวัยรุ่นคงคิดว่าเบิ้ลใส่พวกเขา จึงได้ทำการเบิ้ลรถกลับมาเสียงดัง ก่อนจะขับรถกลับไปที่ร้านของเขาซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หลังจากนั้นตนเห็นน้องวัยรุ่นเขาไปคุยกับเพื่อนของเขา ตนกลัวจะมีเรื่องจึงรีบให้แฟนเข้าบ้านก่อน
.
น.ส.พิมพ์พิชา เล่าต่ออีกว่า ต่อมาเวลา 22.45 น. มีน้องที่รู้จักกันทักข้อความเข้ามาทางไลน์บอกว่า มีน้องๆจะขอเข้าไปเคลียร์ที่หน้าบ้านให้ออกมาหาหน่อย ตอนนั้นเขาเข้ามาที่หน้าบ้าน 2-3 คน แต่ตนไม่ได้ออกไป จนกระทั่งวันจันทร์ที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา ช่วงเวลา 21:00 น. มีกลุ่มวัยรุ่น10 กว่าคน เดินข้ามมาจากฝั่งตรงข้ามเพื่อเข้ามาขอเคลียร์ปัญหา ซึ่งขณะนั้นที่วินมีคนนั่งอยู่ 5-6 คน และตนนั่งอยู่ที่วินพร้อมกับลูกสาวอายุ 8 ขวบ ด้วยน้องๆเข้ามาก็มาเคลียร์ปัญหา
.
ตนกลัวแฟนจะโดนทำร้ายจึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย แต่พ่อของทางวัยรุ่นเห็นจึงเดินเข้ามาปัดโทรศัพท์ทำให้โทรศัพท์ตกลงพื้นเสียหาย ก่อนที่จะมี 1 ในกลุ่มวัยรุ่นใช้มือตบหน้าแฟนเราไป 1 ที แต่หลังจากนั้นก็มีการขอโทษกัน แฟนตนก็ยกมือไหว้ขอโทษไปแล้ว สุดท้ายจบลงด้วยดี ส่วนในคลิปที่ได้ยินเสียงเด็กร้องเป็นเสียงของลูกสาวตนเอง ตอนนั้นน้องกลัวมากจนต้องวิ่งไปหลบหลังร้านก๋วยเตี๋ยว น้องกลัวว่าพ่อจะโดนทำร้ายเลยร้องไห้
.
ทางด้าน นายขวัญ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี คู่กรณี อาชีพขายน้ำกระท่อม (เสื้อยืดสีเทา) เล่าว่า ตอนที่เกิดเรื่องตนขี่รถออกจากหมู่บ้านมา เห็นพี่เขา (นายดำ) ขับรถย้อนศรมาแล้วจอดคุยกับคนรู้จัก พอตนขี่รถสวนออกมาเขาก็เบิ้ลรถใส่และยังหันมามองตนอีก ซึ่งตอนนั้นมีตนแค่คนเดียว แถมยังมองหน้าอีก ตนก็ยอมรับว่ามีเบิ้ลรถใส่คืน ก่อนจะกลับมาที่ร้านแล้วมาเล่าให้เพื่อนฟัง คืนนั้นก็จะเข้าไปเคลียร์ที่บ้านแต่พี่เขาไม่ยอมออกมา จึงต้องมาเคลียร์อีกวัน ส่วนพวกเพื่อนๆที่เดินตามไป
.
ตนไม่ได้ยกพวกไปเพียงแต่เพื่อนๆแค่ตามไปดูเท่านั้น ในขณะที่คุยกันเพื่อนของตนพลั้งมือไปตบพี่เขา ตนก็ห้ามเพื่อนของตนแล้วว่าให้ใจเย็นๆ สุดท้ายเราก็คุยกันลงตัวพี่เขาก็ขอโทษ ก็เลยไม่ติดใจอะไรเพราะต่างคนต่างก็ทำอาชีพทำงานของตนไป แถมยังอยู่ใกล้ๆกันเลยไม่อยากให้มีเรื่องผิดใจกัน
.
นาย ปี๊ด (สงวนชื่อนามสกุล) อายุ 56 ปี พ่อนายขวัญ คนที่ตบโทรศัพท์ทิ้งตามในคลิป เล่าว่า ตนเข้ามาเป็นคนกลางให้ เรื่องเบิ้ลรถทางวินจยย.เขาเบิ้ลใส่ลูกชายตนก่อน ตนก็อยากให้มาเคลียร์กันให้รู้เรื่องรู้ราวคนทำมาหากินด้วยกัน ไม่อยากให้มีเรื่องมีราวกัน แล้วก็กลัวว่าถ้าลำพังเด็กๆมากันเองอาจจะมีเรื่องชกต่อยกัน ตนจึงต้องมาด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้หัวหน้าวินก็เคยมีเรื่องชกค่อยกับน้องๆกลุ่มนี้มาก่อน ก็กลัวว่าเดียวเรื่องมันจะเลยเถิดไปกันใหญ่ ตนจึงต้องมาช่วยเคลียร์ แต่สุดท้ายทุกอย่างจบลงด้วยดีก็โอเคแล้ว คนผิดก็ขอโทษก็เคลียร์กันลงตัวไม่มีเรื่องอะไรกัน
.
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...