โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดผัง นิคมฯ ‘เอส อ่างทอง’ พร้อมเต็มรูปแบบปลายไตรมาส 3 ปีนี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 ก.ค. 2566 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2566 เวลา 07.31 น. • The Bangkok Insight

สิงห์ เอสเตท เดินหน้าเปิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ "เอส อ่างทอง" รองรับดีมานด์ Eco Factory & Green industry ดันสู่ทำเลยุทธศาสตร์ลงทุนใหม่

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S กล่าวถึงความคืบหน้าของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม หลังจากที่สิงห์ เอสเตท ได้ขยายธุรกิจของบริษัทไปสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน โดยได้เปิดตัวนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ไปเมื่อไม่นานมานี้

เอส อ่างทอง

ทั้งนี้ ล่าสุดการปรับพื้นที่โครงการและงานระบบมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% โดยระหว่างพัฒนาพื้นที่ได้รับความสนใจจากบริษัทต่าง ๆ เข้ามาดูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้า 2 แห่งในพื้นที่นิคมฯ จะสามารถจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบได้ช่วงปลายไตรมาส 3 และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ทันที

นอกจากนี้ เอสอ่างทอง ยังได้ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อเปิดศูนย์บริการแบบครบวงจรด้านการประกอบกิจการนิคมฯ อย่างเต็มรูปแบบในเดือนกันยายนนี้

สำหรับนิคม เอสอ่างทอง ถูกพัฒนาขึ้นด้วยแนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสำหรับเกษตร อาหาร และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เพื่อตอกย้ำการเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ Eco Factory & Green industry

พร้อมกันนี้ ยังยึดตามวิสัยทัศน์ของบริษัท คือสร้างความหลากหลายที่สมดุล เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสนับสนุนชุมชน สังคม และส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน

ฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์

ด้านความคืบหน้าในเฟสแรก งานถนนและระบบรางระบายน้ำในพื้นที่โดยรอบนิคมฯ ทั้งสายหลักและสายรองก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ปัจจุบันอยู่ในเฟสที่ 2 ซึ่งจะแล้วเสร็จในไตรมาสนี้

ขณะที่แนวกำแพงป้องกันน้ำท่วมรอบพื้นที่โครงการ ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจหลักที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดจากเหตุอุทกภัย ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการที่ระดับความสูง 10.5 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

ระบบรางระบายน้ำและแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วมรอบพื้นที่นิคมฯ นี้ได้ถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสม ตามข้อกำหนดและแนวทางในการระบายน้ำ ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)

นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับผลการศึกษาด้านอุทกศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อป้องกันน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพและที่สำคัญไม่สร้างผลกระทบต่อชุมชนรอบข้าง

ในส่วนของระบบผลิตน้ำประปา และระบบบำบัดน้ำเสีย ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยสามารถผลิตน้ำประปาได้ถึง 9,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ด้วยระบบอัลตร้าฟิลเทรชั่น ที่สามารถกรองสิ่งสกปรกได้ละเอียดมากกว่า 0.1 ไมครอน ส่งผลให้น้ำประปาที่นิคมฯ ผลิตได้ มีคุณภาพสูง สะอาด เหมาะสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารเป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำความจุ 6.12 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อสำรองน้ำที่เพียงพอกับความต้องการของผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

ส่วนระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นระบบที่ใช้กระบวนการ Activated Sludge ที่สามารถรองรับและบริหารจัดการน้ำเสียได้ที่ 6,610.9 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน พร้อมบ่อพักน้ำทิ้งขนาดใหญ่จำนวน 2 บ่อ พื้นที่รวมกว่า 13,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมระบบบริหารจัดการกาก ตะกอนที่เหมาะสมตามข้อกำหนดของกระทรวงอุตสาหกรรม

ด้านความคืบหน้างานก่อสร้างโรงไฟฟ้าบี.กริม เพาวเวอร์ (อ่างทอง) 2 และ 3 ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมฯ บนพื้นที่กว่า 77 ไร่ ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 80% โดยมีกำหนดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในช่วงต้นไตรมาส 4 ปี 2566 นี้ ให้กำลังการผลิตสูงสุด 280 เมกะวัตต์

สำหรับโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรง เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม หรือ Co-Generation Power Plant ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งมีข้อดีคือ ให้กำลังการผลิตสูง มีความยืดหยุ่นในการเดินเครื่อง มลภาวะต่ำ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลกได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญผลผลิตที่ได้เป็นกระแสไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ (Low carbon emission) ซึ่งจากการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัย เข้ามาช่วยจัดการการอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ผู้ประกอบการที่เข้ามาตั้งโรงงานในนิคมฯ มีต้นทุนค่าไฟฟ้าต่ำกว่าทั่วไป ประมาณ 3%

นอกจากศักยภาพของจังหวัดอ่างทอง ที่มีความโดดเด่นเรื่องทำเลที่ตั้งอยู่แล้ว ตัวนิคมเอส อ่างทอง ยังอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ ที่เป็นจุดศูนย์กลางระหว่างแหล่งวัตถุดิบ และเส้นทางการขนส่งอีกด้วย

สิงห์ เอสเตท ตั้งใจออกแบบนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ เพื่อสนับสนุผู้ประกอบการ ต่อยอดธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ Eco Factory & Green industry ของไทยต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...