อบจ.สกลนคร เสียหาย แจงยิบ โต้เพจดัง แฉดูงานแฝงเที่ยว ตั้งฝ่าย กม. เตรียมฟ้อง
อบจ.สกลนคร เสียหาย แจงยิบ โต้เพจดัง แฉดูงานแฝงเที่ยว ตั้งฝ่าย กม. เตรียมดำเนินการทางกฎหมาย เรียกร้องความเป็นธรรม-ปกป้องศักดิ์ศรี
กรณี เพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน โพสต์ภาพพร้อมข้อความเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2566 เผยแพร่ข้อมูลอบจ.สกลนคร ดูงานสมาร์ทซิตี้บนเรือยอชต์ จนเกิดกระแสดราม่า
ต่อมา ดร.ชูพงษ์ คำจวง นายก อบจ.สกลนคร ออกมาโต้ว่า เรือยอชต์ดังกล่าว เป็นเพียงเรือเช่ารับส่งระหว่างเกาะราคาหลักพัน ส่วนเช็กอินที่เที่ยวเป็นนอกเวลานอกราชการหรือเวลาอบรม
- เพจดังแฉ! อบจ.สกลนคร ขนเจ้าหน้าที่ดูงานบนเรือยอชต์ ค่าใช้จ่าย 1.7 ล้าน
- นายกฯ แจงแล้ว หลังถูกแฉ อบจ.สกลนคร เหมาเรือยอชต์ดูงาน ยันคุ้มค่า
ล่าสุด วันที่ 7 ก.ค.2566 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)สกลนคร มีการจัดแถลงชี้แจงการเข้าร่วมศึกษาดูงานในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรระยะสั้นการพัฒนาเมืองและสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งการเป็นเมืองอัจฉริยะ ระหว่างวันที่ 15 -19 มิถุนายน 2566 ณ จ.นครศรีธรรมราช และภูเก็ต โดยมี ดร.ชูพงษ์ คำจวง นายก อบจ.สกลนคร พร้อมด้วยนายวุฒิพงษ์ พันธุมนันท์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียนมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) สกลนคร พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกันแถลงข่าวในประเด็นดังนี้
1.ทำไมค่าลงทะเบียน คนละ 28,800 บาท จำนวน 60 คน ยอด 1.7 ล้านบาท ชี้แจงว่าโครงการอบรมฯ ดังกล่าว เป็นโครงการจัดทำสมาร์ทชิตี้ ของอบจ.สกลนคร ซึ่งจัดโดย มรภ.สกลนคร โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1.วันที่ 25 – 26 พฤษภาคม 2566 อบรมเชิงปฏิบัติการ 2.วันที่ 15 – 18 มิถุนายน 2566 ศึกษาดูงานสมาร์ทชิตี้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราชและภูเก็ต 3.วันที่ 7 กรกฎาคม 2566 สรุปบทเรียนและพัฒนาแผนสู่การนำแผนแม่บทการพัฒนาเมืองอัจฉริยะซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าวิทยากร ค่าตั๋วเครื่องบิน 3 ไฟล์ต จากสกลนคร–ดอนเมือง–นครศรีธรรมราช–ภูเก็ต-อุดรธานี ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าโรงแรมจัดอบรม ซึ่งใช้เวลาหลายวันกว่าการดูงานทั่วไปและมีการทำงานต่อเนื่องอีก 1–2 ปี กว่าโครงการจะสำเร็จเพื่อของบจากกระทรวงดิจิทัลในการทำสมาร์ทชิตี้ต่อไป
2. การไปไหว้พระวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นการไปไหว้ในเวลา 18.00 น. หลังจากดูงานเสร็จในฐานะชาวพุทธถือว่าเป็นสิริมงคลกับชีวิต
3.ชิม ช้อป ใช้ ทุเรียนสาลิกาที่ จ.พังงา อบจ.สกลนคร เข้าเยี่ยมชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาจังหวัด โดยอบจ.พังงาได้นำทุเรียนสาลิกามาให้ชิมจำนวน 10 ลูก เพื่อโปรโมททุเรียนพันธุ์พื้นเมืองที่มีชื่อเสียงในห้องประชุมอบจ.พังงา โดยไม่ได้มีการซื้อขายแต่อย่างใด
4.ล่องเรือยอชต์เหมาลำเกาะเฮและเกาะราชา เป็นการดูงานด้านการท่องเที่ยว Smart tourism ซึ่งอยู่ภายใต้งานด้าน Smart Economy เรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของภูเก็ต เพื่อนำแนวคิดมาพัฒนาทะเลสาบหนองหารสกลนคร เขื่อนน้ำอูน และเขื่อนน้ำพุง โดยเรือที่ เดินทางเป็นเรือยอชต์ประเภทโดยสาร บรรจุคนได้ 60- 80 คน นำชมเกาะไป-กลับ ไม่ใช่เรือยอชต์หรูอย่างที่สังคมเข้าใจ
5.ถ่ายรูปเช็กอินแหลมพรหมเทพ เป็นการถ่ายรูปไปเช็กอิน นอกเวลาและเป็นทางผ่านแวะลงเพียง 30 นาที หลังการอบรมเสร็จ
6.งานเลี้ยงรับรองช่วงเย็น และท่องราตรีภูเก็ต การอบรมดูงานต่างจังหวัดทุกแห่ง ช่วงเย็นย่อมมีการรับประทานอาหารและหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็แยกย้ายพักผ่อนกันตามอัธยาศัยเพราะเป็นเวลาส่วนตัวของผู้มาอบรม
จากข้อกล่าวหาทุกประเด็น อบจ.สกลนครและมรภ.สกลนคร ขอยืนยันว่าการอบรมในหลักสูตรนี้มีความคุ้มค่า ได้รับประโยชน์ต่อการนำมาพัฒนาจังหวัดสกลนครในอนาคตได้อย่างแน่นอน โปร่งใส ตรวจสอบได้
ด้าน นายวุฒิพงษ์ พันธุมนันท์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มรภ.สกลนคร กล่าวว่า ภายหลังจบโครงการ อบจ.มีทิศทางบริหารงานที่ชัดเจนมากขึ้น และบุคลากรมีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างองค์กร การศึกษาวิเคราะห์มีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทั้งผู้ปฏิบัติและผู้กำหนดนโยบาย หวังเข้าถึงเป้าหมายอย่างยั่งยืน
ส่วนสมาร์ทซิตี้คือการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างมีความสุขกับการประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยแนวคิดนี้ทำให้องค์กรเอกชนร่วมมือกับมรภ.สกลนคร เข้ามาผลักดันความรู้ไปยังองค์การส่วนท้องถิ่น อีกทั้งยังมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองด้านสมาร์ทซิตี้มาเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาดูงาน 2 จังหวัด คือ จ.นครศรีธรรมราช และ ภูเก็ต
จากการไปศึกษาดูงานได้ข้อสรุป ดังนี้ ด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เช่น โรงงานกำจัดขยะ ผลิตพืชปุ๋ยสดจากผักตบชวาทะเลสาบหนองหาร ส่วนด้านสุขภาพ อบจ.สกลนครมีนโยบายส่งเสริมให้เป็นเมืองด้านสุขภาพครบวงจร และด้านเศรษฐกิจ การดูแลเกษตรกรให้เข้าใจระบบสมาร์ทฟาร์มเมอร์และการท่องเที่ยวที่ต้องการให้มีเรือที่เหมาะสมในด้านความปลอดภัยบริการแก่นักท่องเที่ยว ทั้งนี้อบจ.สกลนครได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาร์ทซิตี้ตั้งเป้าหมาย 6 เดือน เพื่อให้ได้รับธงตราสัญลักษณ์สมาร์ทซิตี้ และพร้อมขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง
ด้านดร.ชูพงษ์ คำจวง นายก อบจ.สกลนคร กล่าวว่า ประเด็นดราม่าที่เพจดังได้ออกมาเผยแพร่บนสื่อออนไลน์นั้น เราไม่นิ่งนอนใจ ได้ออกมาชี้แจงกับสังคม สร้างความเข้าใจเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อบจ.สกลนคร ถือว่าเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากกรณีเพจดังกล่าว ซึ่งได้รับข้อมูลแค่ด้านเดียว ไม่สอบถามข้อมูลทั้งสองฝ่าย แล้วเอาไปสรุปประเด็นแค่ 5 บรรทัดว่าไปดูงานแค่นิดเดียว ท่องราตรีลงสื่อออนไลน์ จนทำให้เกิดความเสียหายและเข้าใจผิดเป็นวงกว้าง จึงแต่งตั้งฝ่ายกฎหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ปกป้องศักดิ์อบจ.สกลนคร และเตรียมดำเนินการทางกฎหมายต่อไป