โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลาโหม กรุ่น หลังมีชื่อ 'บิ๊กชาย' ชิงปลัด กห. จับตา ตท.24 ทิ้งทวน กับมิชชั่น 'ทรงวิทย์' 'แม่ทัพอมฤต-แม่ทัพไก่' และทัพหน้า ตท.28

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 03.26 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 03.26 น.

รายงานพิเศษ

กลาโหม กรุ่น

หลังมีชื่อ ‘บิ๊กชาย’ ชิงปลัด กห.

จับตา ตท.24 ทิ้งทวน

กับมิชชั่น ‘ทรงวิทย์’

‘แม่ทัพอมฤต-แม่ทัพไก่’

และทัพหน้า ตท.28

กองทัพคึกคัก ในฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลกลางปี ที่เริ่มขึ้นแล้วเพราะจะต้องทำเสร็จสิ้น และนำเข้าที่ประชุมบอร์ด 7 เสือกลาโหม ก่อน 15 มีนาคมนี้ เพื่อที่จะมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน หรือที่เรียกว่า โผเมษายน ที่จะเป็นโผแรกของบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. แบบอำนาจเต็ม หลังขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.

และเป็นโผที่ 2 ของนายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะ รมว.กลาโหม หลังจากที่มาเป็นรองนายกฯ ควบ รมว.กระทวงปืนใหญ่ เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2567 ที่เป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างการเปลี่ยนตัวนายกฯ และเปลี่ยนจากนายสุทิน คลังแสง มาเป็นนายภูมิธรรม

จนทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายนายพลเมื่อกันยายนที่ผ่านมา กลายเป็นโผสองน้ำ โผข้าม ครม. ที่ในเวลานั้น นายภูมิธรรมยังไม่ทันตั้งตัว

แต่โผนี้ นายภูมิธรรมนั่งเก้าอี้สนามไชย 1 มาแล้วกว่า 4 เดือน ตั้งหลักได้แล้วพอควร รวมทั้งจัดทีมงานหน้าห้องใหม่ ที่มีทั้งทีม ตท.10 เพื่อนร่วมรุ่นของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเตรียมทหารรุ่น 25 เพื่อนร่วมรุ่นของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่กลายเป็นมือขวาของนายทักษิณไปแล้ว

จนทำให้มีการจับตามองไปที่เก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่มาแทนบิ๊กหนุ่ม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ที่จะเกษียณราชการ 30 กันยายน 2568 นี้

แม้จะมีการวางตัวบิ๊กหนุ่ย พล.อ.ธราพงศ์ มะละคำ รองปลัดกลาโหม ที่ข้ามจากผู้ช่วย ผบ.ทบ.ไปจ่อคิวขึ้นแทนอยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอน หลังจากมีกระแสข่าวว่ากองทัพบกจะส่งบิ๊กชาย พล.อ.วสุ เจียมสุข ผู้ช่วย ผบ.ทบ. แกนนำเตรียมทหารรุ่น 25 ข้ามไปชิงเก้าอี้ปลัดกลาโหมด้วยอีกคน

โดยมีการพุ่งเป้าไปที่สายสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.สนิธชนก กับ พล.อ.กธราพงษ์ ที่นอกจากจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 24 ด้วยกันแล้ว ยังเป็นสายบ้านป่ารอยต่อฯ ด้วยกัน แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว พล.อ.ธราพงษ์ ไม่ใช่สายตรงของบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่อย่างใด

แต่เป็นน้องรักของบิ๊กตู่ พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา อดีตรองปลัดกลาโหม สายบูรพาพยัคฆ์ น้องรักของบิ๊กป้อมเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มีเสียงสะท้อนออกมาจากกองทัพแล้วว่า แม้ตำแหน่งปลัดกระทรวงจะเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงในการเลือก แต่ทว่า กระทรวงกลาโหมไม่เหมือนกระทรวงอื่น

อีกทั้งการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งถือเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ 1 ใน 5 คน ยังต้องเป็นไปตามอำนาจของ 7 เสือกลาโหม และหาก พล.อ.สนิธชนกไม่เห็นด้วยและไม่ยินยอม ก็ไม่อาจที่จะเปลี่ยนรายชื่อที่ พล.อ.สนิธชนกเสนอขึ้นมาได้

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นายภูมิธรรมจะไม่เลือก พล.อ.ธราพงษ์ หาก พล.อ.สนิธชนกเสนอมา หากตราบใดที่ยังมีบอร์ด 7 เสือกลาโหมอยู่ ซึ่งนายภูมิธรรมก็ได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของบอร์ดชุดนี้มาแล้ว

อีกทั้ง พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. ก็เป็นเพื่อนเตรียมทหาร 24 ด้วยกันก็ย่อมต้องรวมกันสู้อยู่แล้ว

ยิ่งหากเป็นไปตามกระแสข่าวลือ เรื่องอนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ทรงวิทย์ หลังเกษียณราชการ 30 กันยายนนี้ ปลัดกลาโหมก็ควรจะต้องเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.24 ของ พล.อ.ทรงวิทย์ อย่าง พล.อ.ธราพงษ์นั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม พล.อ.ทรงวิทย์ไม่เคยได้ยินข่าว หรือมีใครมาทาบทาม เพราะหลังเกษียณ พล.อ.ทรงวิทย์ตั้งใจจะไปปฏิบัติธรรมเป็นแรมเดือน และไม่ได้สนใจงานการเมือง อีกทั้งยังต้องเว้นวรรคทางการเมือง 2 ปี หลังจากพ้นสภาพการเป็นสมาชิกวุฒิสภาตั้งแต่พฤษภาคม 2567

เพราะในเวลานี้มีรายงานข่าวในสนามเสือป่าว่า พล.อ.ทรงวิทย์ก็เตรียมนับถอยหลังที่จะเกษียณราชการ และเตรียมปลีกวิเวก โดยมีสูตรการทำงาน 8:2:2 ขึ้นมา คือ เหลือเวลาในการทำงานอย่างเต็มที่ในการสปีดเร่งรัดงานตามนโยบายให้เสร็จสิ้นภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และจากนั้น 2 เดือน เป็นห้วงของการเตรียมผ่องถ่ายงานให้ ผบ.ทหารสูงสุดคนใหม่

ที่คาดว่าจะเป็นบิ๊กหยอย พล.อ.อุกฤษฏ์ บุญตานานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 24 ที่ข้ามมาจากกองทัพบก เมื่อโยกย้ายตุลาคม 2567 และมีอายุราชการถึงกันยายน 2570 นั่งต่อได้ 2 ปี

และในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของการอำลาและส่งมอบงานให้ ผบ.ทหารสูงสุดคนใหม่

มีการจับตามองว่าอำนาจกองทัพจะยังคงอยู่ในมือ ตท.24 เพราะหาก พล.อ.ธราพงษ์ได้ขึ้นเป็นปลัดกลาโหมคนใหม่ และ พล.อ.อุกฤษฎ์ได้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่

และคาดว่า บิ๊กปั้น พล.อ.ไพบูลย์ วรวรรณปรีชา รอง เสธ.ทหาร จะขึ้นเป็นเสนาธิการทหาร แทน พล.อ.มนัส จันดี เพื่อนร่วมรุ่นที่จะเกษียณราชการ กันยายน 2568 นี้

ดังนั้น ผบ.เหล่าทัพชุดนี้ จะยังคงแท็กทีมแน่นปึ้กกันอยู่ในการจัดโผทิ้งทวนสุดท้ายก่อนเกษียณ โดยเฉพาะ พล.อ.สนิธชนก พล.อ.ทรงวิทย์ และ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 24 ด้วยกัน และจะเกษียณไปพร้อมกัน

อีกทั้ง พล.อ.สนิธชนกมีประสบการณ์ในการจัดทำโผทหารมาหลายครั้ง และสามารถที่จะเดินเกมให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้องการได้เสมอ

ขณะที่ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 มีรายงานว่า แม่ทัพใหญ่ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ไม่ได้มีการเสนอโยกย้ายตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นไปยังบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.

หลังมีกระแสข่าวว่า จะมีการขยับ รองมด พล.ต.อาจิณ ปัทมจิตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 สายทหารม้าคอแดง ไปเป็นพลโท เช่น เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก หรือรองเสนาธิการทหารบก

เพราะ ทบ.มีคำสั่งย้าย พล.ท.ณรงค์ สวนแก้ว พ้นตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษา ทบ.ไปก่อนหน้านี้ จากการถูกร้องเรียน และมีกระแสข่าวว่า จะขยับ รอง เสธ.ตั้ง พล.ท.ธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล รอง เสธ.ทบ. ไปเติบโตที่ บก.ทัพไทย

แต่มีรายงานว่า พล.อ.พนาได้มีการวางตัว พล.ต.อาวุธ พุทธอำนวย ผบ.ศูนย์การทหารราบ (ศร.) เพื่อน ตท.26 ไว้แล้ว ขณะที่ไม่มีการยืนยันว่า พล.ท.ธวัชชัยจะขยับไป บก.ทัพไทย ในโผเมษายน เพราะอาจไม่มีตำแหน่งว่างรองรับ

อีกทั้ง พล.ต.อาจิณ ยังทำหน้าที่สำคัญ เพราะเป็นเสนาธิการ ฉก.ทม.รอ.904 หรือ ฉก.ทหารคอแดง ในส่วนของกองทัพบกด้วย แม้จะเป็นทหารม้า แต่ พล.ต.อาจิณ ก็อยู่ใน ฉก.ทม.รอ.904 มาหลายปี มีประสบการณ์มากกว่ารองแม่ทัพภาคที่ 1 คนอื่นๆ

ดังนั้น ในการโยกย้ายเมษายนนี้ อาจยังไม่มีการขยับระดับรองแม่ทัพภาคที่ 1

แต่อย่างไรก็ตาม มีการจับตาไปที่ตำแหน่งที่อาจจะว่างลงในโผเมษายนนี้ เช่น ผบ.หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) ที่ พล.ท.ทวีพูล ริมสาคร จะเกษียณกันยายน 2568 นึ้แล้ว ตามหลักการ ก็จะต้องขยับขึ้นพลเอก ก่อนเกษียณ ที่จะทำให้ตำแหน่ง ผบ.นรด. เป็นตำแหน่งรองรับอย่างดี ในการขยับนายทหารระดับพลตรี มาลงตำแหน่ง โดยเฉพาะรองแม่ทัพภาคที่ 1

ด้วยเพราะมีการจับตาไปที่ รองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพน้อยที่ 1 ที่ตามวิถีแล้ว จะขยับขึ้นรองแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อเป็นแคนดิเดตแม่ทัพภาคที่ 1 ในโยกย้ายกันยายน 2568 นี้ เพราะเป็นที่รู้กันดีถึงความแรงของ OV คอนเน็กชั่น ที่กำลังขยายวงกว้างในกองทัพ

แม้ พล.ต.สิทธิพรจะเป็น ตท.30 ไม่ใช่ ตท.28 ก็ตาม แต่การสวิตช์เส้นทางจากทหารคอเขียว พล.ร.9 มาเป็นทหารคอแดง เป็น ผบ.พล.1 รอ. ก่อนหน้านี้ได้ ย่อมถือว่าไม่ธรรมดา

แต่แน่นอนว่า พล.ต.สิทธิพร อาจต้องรอคิวให้รุ่นพี่ ตท.28 ขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 ไปก่อน เพราะยังมีแคนดิเดตสายแกร่ง อย่างรองกอล์ฟ พล.ต.สราวุธ ไชยสิทธิ์ แกนนำ ตท.28 รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่ก็ไม่ธรรมดา เพราะเติบโตในสายวงศ์เทวัญ พล.1 รอ. แต่ขยับไปเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. บูรพาพยัคฆ์คอแดง ได้มาแล้วเช่นกัน แถมมีอายุราชการถึงกันยายน 2573

รวมทั้ง รองแอ้ม พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ รองแม่ทัพภาคที่ 1 จาก ตท.28 ที่ดูเงียบๆ เรียบๆ แต่ก็ไม่อาจมองข้ามไปได้เลย เพราะเส้นทางที่ผกผันจาก ร.11 รอ. ไปศูนย์การทหารราบ ไปอยู่ดุริยางค์ ทบ. มา มทบ.11 แล้วมาเป็นทหารคอแดง ขึ้น ผบ.พล.1 รอ. ตำแหน่งท็อปสุดของทหารวงศ์เทวัญมาแล้ว โดยมีอายุราชการถึงกันยายน 2572 เท่ากับ พล.ต.สิทธิพร

แต่แน่นอนว่า หาก ตท.28 ขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 ก่อน พล.ต.สิทธิพร ก็ยังมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ต่อได้ แล้วไปชิงกันตอนเป็นห้าเสือ ทบ.

หาก พล.ต.สิทธิพร มาแรง ขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 ก็ย่อมหมายถึงว่า รุ่นพี่ ตท.28 ก็ต้องแยกทางเดิน ออกไปจากกองทัพภาคที่ 1 สู่ บก.ทบ. หรือกรมฝ่ายเสนาธิการ

ยิ่งหากมีการวางเกมให้ พล.ท.อมฤต นั่งแม่ทัพภาคที่ 1 ต่อ 2 ปี เพื่อรอส่งไม้ต่อให้ พล.ต.สิทธิพร รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ต่อ ก็ย่อมเป็นเกมสกัด ตท.28 เพราะหาก พล.ท.อมฤต ขึ้น 5 เสือ ทบ.ในโยกย้ายกันยายน 2568 นี้ ก็ต้องไปวนรอใน 5 เสือ ทบ.ถึง 2 ปี ก่อนที่จะเป็น ผบ.ทบ.ต่อจาก พล.อ.พนา ที่เกษียณกันยายน 2570

เกมนี้ อาจเป็นผลดีกับ พล.ต.สิทธิพร แต่ในขณะเดียวกัน สำหรับ พล.ท.อมฤต แล้ว การนั่งแม่ทัพภาคที่ 1 ต่อเนื่อง 2 ปี แม้จะสกัด ตท.28 ได้ แต่จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการขึ้นชิงเก้าอี้ ทบ.1 เพราะยังครองยศพลโท

และเชื่อกันว่า พล.ท.อมฤต ก็ไม่ต้องการที่จะนั่ง 2 ปีเพื่อสกัดใคร

ในขณะที่แกนนำ ตท.28 คนสำคัญที่อยู่ในความเงียบมาตลอด อย่างแม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1 ที่มีอายุราชการถึงกันยายน 2571 เท่ากับ พล.ท.อมฤต รุ่นพี่ ตท.27 ก็ยังคงน่าจับตามอง หลังจากที่เคยมีกระแสข่าวลือว่า พล.ท.วรยส ถอดใจและหนุนเพื่อน ตท.28 คนอื่นให้เติบโตแทน

แต่ประการสำคัญคือ นอกจาก พล.ท.วรยส จะเคยเป็น ผบ.พล.1 รอ.มาก่อนแล้วเช่นกัน ใน ตท.28 รู้กันดีว่า เป็นเพื่อนรักของคีย์แมนทหารคอแดง นอก ทบ.คนสำคัญของรุ่นเลยทีเดียว

เพราะหาก ตท.28 รวมพลังกันในการดัน พล.ท.วรยส ขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 ในโยกย้ายกันยายน 2568 นี้ จากนั้น ในโยกย้ายกันยายน 2569 ก็จะขึ้น 5 เสือ ทบ. ไปชิง ผบ.ทบ. กับ พล.ท.อมฤต แห่ง ตท.27 เพราะคนใดคนหนึ่งเท่านั้นที่จะเป็น ผบ.ทบ. เพราะ พล.ท.อมฤต และ พล.ท.วรยส เกษียณกันยายน 2671 พร้อมกัน

หาก ตท.28 ผนึกกำลัง ไม่ชิงกันเอง และ พล.ท.วรยสกรุยทางได้ ก็ย่อมต่อด้วย พล.ต.ณัฐเดช หรือโดยเฉพาะ พล.ต.สราวุธ ที่เกษียณ 2572 และ 2573 ตามลำดับ

แต่ทว่า ในเวลานี้ พล.ท.อมฤต คือแม่ทัพภาคที่ 1 นำ พล.ท.วรยสไป 1 ก้าวแล้ว หากนั่งแม่ทัพภาคที่ 1 ต่อเป็นปีที่ 2 ปิดทางทั้ง พล.ท.วรยส และ พล.ต.สราวุธ เมื่อนั้น พล.ท.วรยสก็จะต้องฉีกตัวออกไปจากกองทัพภาคที่ 1 และอาจจะไปติดยศพลเอกก่อน เพื่อครองอาวุโส

ส่วน พล.ต.สราวุธ อาจขยับขึ้นพลโท แม่ทัพน้อยที่ 1 แทน หรืออาจถูกส่งเข้า บก.ทบ. นั่งเก้าอี้รอง เสธ.ทบ. ก็เป็นได้ หากเพลี่ยงพล้ำ

แต่ทว่า ก็ยังมีสัญญาณเชิงบวก ระหว่างความสัมพันธ์ของ พล.อ.พนา และ พล.ท.อมฤต กับแกนนำ ตท.28 โดยเฉพาะ พล.ต.สราวุธ ที่ได้รับหน้าที่สำคัญ เป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ในส่วนของ ทบ.

ขณะที่ในส่วนของกองทัพเรือมี พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) และในส่วนของกองทัพอากาศมี พล.อ.ท.ศรัณย์ สมคะเณ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.) เป็น ผบ.ฉก.ทม.รอ.904/ ทร. และ ทอ.ตามลำดับ

นาทีนี้ พล.ท.อมฤต น้องรักสายทหารเสือฯ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และบิ๊กต่อ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ อดีต ผบ.ทบ. ยังคงมีความได้เปรียบมากกว่า พล.ท.วรยส

เกมชิงเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบ.ทบ. ในโยกย้ายกันยายน 2568 นี้จึงเข้มข้นยิ่ง และส่งผลให้โผเมษายนนี้ระอุไปด้วย เพราะมีความพยายามจะชิงความได้เปรียบ และสกัดกั้นกันอยู่ อีกทั้งมีบางตำแหน่งว่าง เป็นช่องโหว่ให้ขยับหมากได้ จากโครงการลาออกก่อนเกษียณ 6 เดือนของกลาโหม เพื่อขอรับพระราชทานยศที่สูงขึ้น

และถือเป็นโผนายพลโผแรก ใน 6 โผที่ พล.อ.พนา ในฐานะ ผบ.ทบ.มีอำนาจเต็มในการจัดทัพ และวางตัวคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้บริหาร ทบ.ในอนาคตอันใกล้ ที่จะเป็นปีทองของ ตท.26 ที่จะขึ้นมาคุมอำนาจใน ทบ. เคียงข้างและรองรับ พล.อ.พนา

นอกจากต้องอ่านความคิดของ พล.อ.พนา ที่เป็นทั้งนายทหารสายบู๊และบุ๋นมา และในฐานะ ตท.26 ที่ก็เติบโต เบียดแข่งกับ ตท.27 มานั้น จะส่งไม้ต่อให้ พล.ท.อมฤต หรือไม่ เพราะมีการมองไปที่สายสัมพันธ์ของ พล.อ.พนา กับแกนนำ ตท.28 ทั้งที่เป็นทหารคอแดง นอก ทบ. และใน ทบ.

จึงทำให้ชื่อของ พล.ท.วรยส ยังอยู่ในโฟกัส และมีโอกาสในการชิง ผบ.ทบ. กับ พล.ท.อมฤต หลังจากที่เกิดกระแสข่าวลือว่า พล.ท.วรยส ถอดใจและพร้อมเป็นทัพหลัง ดัน พล.ต.สราวุธ หรือ พล.ต.ณัฐเดช ให้เป็นทัพหลวง ทัพหน้า ในการชิงการเป็นผู้บริหารกองทัพบก

ข่าวบางกระแสมีการลดดีกรีเกมแห่งอำนาจ ด้วยการให้แกนนำ ตท.28 บางคน ให้ฉีกไปเติบโตที่กองบัญชาการกองทัพไทย ไปชิงเก้าอี้ ผบ.ทหารสูงสุดในอนาคต

เพราะหากส่องไปที่สนามเสือป่า แจ้งวัฒนะ เมื่อ พล.อ.ทรงวิทย์ เกษียณราชการ ก็ต้องเตรียมส่งนายทหารจาก ทบ. ข้ามไป บก.ทัพไทย เพื่อกลายสภาพจากคน ทบ.เป็นทหารเสือป่า และจ่อคิวเป็น ผบ.ทหารสูงสุดในอนาคต หลัง พล.อ. อุกฤษฎ์ เกษียณในปี 2570 เช่น พล.ทธวัชชัย ตั้งพิทักษ์กุล รอง เสธ.ทบ. จาก ตท.27 หรือนายทหาร ตท.28 ที่พลาดหวังจากเก้าอี้ ผบ.ทบ.

ที่อาจไม่ต้องรอโผใหญ่ปลายปี แต่อาจได้ลุ้น ได้เห็นเค้าลางกันในโผเมษายนนี้เลยก็เป็นได้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กลาโหม กรุ่น หลังมีชื่อ ‘บิ๊กชาย’ ชิงปลัด กห. จับตา ตท.24 ทิ้งทวน กับมิชชั่น ‘ทรงวิทย์’ ‘แม่ทัพอมฤต-แม่ทัพไก่’ และทัพหน้า ตท.28

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...