โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไม Liberation Day ถึงรุนแรงปานนี้ ?

77kaoded

อัพเดต 06 เม.ย. 2568 เวลา 22.17 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2568 เวลา 13.10 น. • 77Kaoded

ในทุกครั้งที่ผมได้สัมภาษณ์ผ่านรายการต่างๆ รวมถึงใน Live ของผมทุกเช้า

ผมย้ำเสมอว่าอย่าดูแคลนคำว่า “Liberation Day” ถ้าคนอย่างทรัมป์ใช้คำนี้ แปลว่ามันจะน่าสยดสยอง ซาดิสต์ อย่างที่คุณนึกไม่ถึงมาก่อน

ที่ผ่านมาเรามักประเมินทรัมป์ต่ำไป และมองเค้าเป็นเพียงพ่อค้าที่ต้องการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม และเพื่อหารายได้เพิ่ม

นั่นเป็นการมองเพียงผิวเผิน… ความจริงแล้ว นี่คือความพยายามการจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ ซึ่งใน 100 ปีที่ผ่านมาเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง

ลดการขาดดุลการค้า ลดการขาดดุลงบประมาณ ให้บริษัทขนาดใหญ่ย้ายฐานการผลิตกลับมา บีบให้โรงงานทั่วโลกต้องมาที่สหรัฐ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็กในประเทศ

ทำไมต้องทำแบบนั้น ?

ตอบได้เลย “ไม่ทำก็ตาย”

ปัจจุบันสหรัฐมีหนี้สาธารณะราว 35.5 ล้านล้านเหรียญฯ (แบ่งเป็น 7.3 ล้านล้านเหรียญฯ ถือโดยหน่วยงานรัฐ และ 28.2 ล้านล้านเหรียญถือโดยสาธารณะทั้งในและต่างประเทศ) หนี้รวมทั้งหมดจะคิดเป็น 123% ของ GDP โดยหนี้ที่ถือโดยสาธารณะจะคิดเป็น 98% ของ GDP ในหนี้เหล่านี้เกือบหนึ่งในสามเจ้าหนี้คือต่างประเทศ

ในแต่ล่ะปีสหรัฐมีภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงปรี๊ด ปี 2024 มีภาระดอกเบี้ยจ่าย 8.82 แสนล้านเหรียญ (+35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า)

ภาระดอกเบี้ยจ่ายคิดเป็น 13% ของงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐ และเป็นเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ต้องขาดดุลงบประมาณถึง 1.83 ล้านเหรียญฯ หรือ 27% ของงบประมาณทั้งหมด หรือคิดเป็นการขาดดุล 6.4% ของ GDP

ปี 2024 รัฐบาลสหรัฐจัดเก็บรายได้ 4.92 ล้านล้านเหรียญฯ แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 8.82 แสนล้านเหรียญฯ คิดเป็นเกือบ 18% ของเงินที่หามาได้
.
จะอยู่ยังไง กับภาระหนี้สินล้นพ้นตัว และที่สำคัญนับวันมีแต่ก่อหนี้เพิ่มมากขึ้น มีการคาดการณ์กันว่าอีก 10 ปีข้างหน้า หนี้ที่ถือโดยสาธารณะจะพุ่งขึ้นเป็น 42 ล้านล้านเหรียญฯ หรือ 120% ของ GDP (ดูจากรูปด้านล่าง จะเห็นถึงเส้นแดงการคาดการณ์ที่สูงชัน)

Scott Bessent รมต.คลังของสหรัฐ เคยพูดที่สถาบันแมนฮัตตัน เมื่อ 6 มิ.ย. 2024

“ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดาในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และผมมองว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราอาจจำเป็นต้องมีการจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ครั้งใหญ่ อะไรบางอย่างที่เทียบได้กับข้อตกลง Bretton Woods ใหม่ หรือหากจะย้อนกลับไปก็อาจคล้ายกับข้อตกลงเหล็กกล้า หรือแม้แต่สนธิสัญญาแวร์ซายส์ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเราจำเป็นต้องทำแบบนั้นภายในสี่ปีข้างหน้า และผมอยากมีส่วนร่วมในกระบวนการนั้น”

อ่านที่เค้าพูดแล้วรู้สึกยังไง

แปลว่าทุกวันนี้เค้าอยากทำให้เกิดข้อตกลงใหม่ในระดับเดียวหรือมากกว่า Bretton Woods (ข้อตกลงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่าเงินของแต่ละประเทศผูกกับดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์จะผูกกับทองอีกทีที่ $35 ต่อทรอยออนซ์ และก่อกำเนิด IMF,World Bank)

………………………………………………………………….

สถานะเดิมไม่อาจคงอยู่ได้อีกต่อไป สหรัฐจะไม่ยอมปล่อยให้ต่างชาติมาเป็นเจ้าหนี้ และสหรัฐขาดดุลอย่างไม่มีที่สิ้นสุดต่อไปอีกแล้ว

ดังนั้น ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับนโยบายสุดโต่งแบบนี้ ทรัมป์ก็จะไม่ยอมยกเลิก หรือต่อให้ยกเลิก มันก็จะมีนโยบายสุดโต่งอันใหม่มาแทน

เพราะคำตอบที่เป็นไปไม่ได้คือ การยอมย้อนกลับไปสู่เส้นสีแดงในแผนภาพข้างล่างอีกครั้ง

อ้างอิงข้อมูลจาก Jim Bianco

โดย : ประกิต สิริวัฒนเกตุ
กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด(มหาชน)

ที่มา : ประกิต สิริวัฒนเกตุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...