โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สคบ. ชวนดูข้อกำหนดธุรกิจปล่อยเงินกู้ ผู้บริโภคเช็กเลยตรงตามหรือไม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 เม.ย. 2568 เวลา 18.32 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2568 เวลา 15.26 น.

สคบ. ชวนดูข้อกำหนดธุรกิจปล่อยเงินกู้ ผู้บริโภคเช็กเลยตรงตามหรือไม่

เมื่อวันที่ 15 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้มีการสรุปสาระสำคัญการประกอบธุรกิจกู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565

(1) การคิดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงวิธีการคิดคำนวณแนบท้ายสัญญาด้วย

(2) ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ โดยผู้ให้กู้เรียกเก็บได้ ตามอัตราที่กฎหมายว่าด้วยการทวงถามหนี้กำหนด และต้องมีเอกสารหลักฐาน การทวงถามหนี้ให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้

(3) ผู้ให้กู้สามารถปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยได้ แต่การ เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยใด ๆ ผู้ให้กู้ต้องแจ้งให้ผู้กู้ทุกรายทราบเป็นหนังสือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้กู้ทราบก่อนล่วงหน้า เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ในกรณีเร่งด่วนให้แจ้งทางจดหมายหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือ ประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยที่แพร่หลาย และแจ้งเป็นหนังสือซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ถึงผู้กู้ทุกรายทราบ แต่หากผู้กู้มีความประสงค์จะรับเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบธุรกิจสามารถแจ้งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้

(4) กรณีข้อสัญญาที่ผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกสัญญาจะต้องเป็น ตัวอักษรสีแดงหรือตัวสีดำหนาหรือตัวเอนหรือขีดเส้นใต้ หรือโดยประการอื่นที่เห็นเด่นชัดกว่าข้อความทั่วไป และก่อนบอกเลิกสัญญาต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้กู้ ไม่น้อยกว่า 30 วัน เพื่อให้ผู้กู้แก้ไขการผิดสัญญาดังกล่าว และหากไม่แก้ไขผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกสัญญากู้ยืมเงินได้

(5) สิทธิในการจำหน่ายหรือการโอนสิทธิเรียกร้องในสัญญา กู้ยืมเงิน ผู้ให้กู้และผู้รับโอนสิทธิต้องแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้กู้และผู้ค้าประกัน (ถ้ามี) ทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 1 งวด

(6) หากผู้กู้จะชำระหนี้ทั้งหมดในคราวเดียว ผู้ให้กู้ต้องไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระตามสัญญา และให้คืนทรัพย์หลักประกันหรือสิ่งยึดหน่วง (ถ้ามี) ให้แก่ผู้กู้หรือผู้ค้ำประกัน แล้วแต่กรณี ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ ผู้ให้กู้ได้รับชำระหนี้ครบถ้วน ทั้งนี้ ให้จัดทำตารางแสดงภาระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินด้วย

(7) กรณีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ หากนำข้อมูลนั้นไปเปิดเผยให้บุคคลที่สาม ผู้ให้กู้จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ โดยผู้กู้มีสิทธิจะให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

(8) กรณีสัญญากู้ยืมเงินกำหนดให้ผู้กู้ต้องจัดหาผู้ค้ำประกันการกู้ยืมเงิน ผู้ให้กู้ต้องตกลงกับผู้กู้ว่าจะจัดให้มีการทำสัญญาค้ำประกัน ซึ่งมีคำเตือนสำหรับผู้ค้ำประกันไว้หน้าสัญญาค้ำประกันนั้น ตามแบบคำเตือนแนบท้ายสัญญา

ผู้ประกอบธุรกิจห้ามใช้ข้อสัญญา

1. จำกัดความรับผิดจากการผิดสัญญา
2.ให้สิทธิผู้ประกอบธุรกิจบอกเลิกสัญญาโดยผู้บริโภคไม่ได้สัญญา
3. บอกเลิกสัญญาผู้บริโภคโดยไม่ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือ
4. สามารถเปลี่ยนค่าบริการ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้
5. กำหนดต้องทำกรมธรรม์ประกันชีวิต ยกเว้นการกู้ยืมเงินที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน โดยผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องส่งมอบสัญญาให้กับผู้บริโภค หากเป็นการกู้ยืมเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแฟลตฟอร์มดิจิทัลเป็นคนกลาง ให้ผู้ให้กู้ต้องส่งมอบสัญญาและปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ ได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 หรือสามารถร้องทุกข์ ได้ทาง www.ocpb.go.th และทางแอพพลิเคชัน OCPB Connect

สคบ.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สคบ. ชวนดูข้อกำหนดธุรกิจปล่อยเงินกู้ ผู้บริโภคเช็กเลยตรงตามหรือไม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...