สำนักข่าว UtusanTV มาเลเซีย ได้เขียนบทความ 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน : ความฝันของชาวไทยมุสลิมจังหวัดชายแดนของประเทศไทยบรรลุผลสำเร็จหรือไม่?
หนึ่งวันก่อนหน้านี้ คนร้ายซุ่มยิงกำลังพลในฐานที่ฐานปฏิบัติการบ้านรอตันบาตู ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ทำให้ ส.ต.ท.ก่อพงศ์ บุญอ่อน ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่42 (ผบ.หมู่ กก.ตชด.42) ถูกกระสุนปืนเข้าที่บริเวณใต้ราวนมด้านซ้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส
การโจมตีทั้งสองเหตุการณ์ พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า ฝ่ายแบ่งแยกดินแดนของแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ(BRN) ไม่เคยมีความตั้งใจที่จะหยุดการกระทำที่รุนแรงของพวกเขาแม้ในช่วงเดือนรอมฎอนที่เต็มไปด้วยผลบุญในการปฏิบัติติตนที่ดีงาม
คําถามคือการโจมตีและการสังหารเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและชาวไทยมุสลิมผู้บริสุทธิ์จะดำเนินต่อไปตลอดใน10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนซึ่ง ได้เริ่มในวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา
แน่นอนว่าชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยต้องการนมัสการอย่างสงบรวมถึงการนมัสการในมัสยิดและสุเหร่า แต่เจตนาอันสูงส่งนั้นจะถูกทำลายโดยกลุ่มBRN ที่ต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงแข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับรัฐบาลไทยหรือไม่
ในช่วง10 คืนสุดท้าย สิ่งที่ชาวไทยมุสลิมต้องการได้ยินคือเสียงการอ่านอัลกุรอานแทนที่จะเป็นเสียงร้องไห้ของสมาชิกในครอบครัวที่ญาติมิตรถูกสังหารโดยBRN สิ่งที่ชาวไทยมุสลิมต้องการได้ยินคือ เสียงประทัดที่เชียร์พวกเขาเพื่อเฉลิมฉลองวันรายอแทนที่จะเป็นเสียงระเบิดที่คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียระบุว่าการกระทำของBRN ในการเปิดฉากการโจมตีในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นเดือนรอมฎอนปีนี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยได้รับการคัดค้านจากประชากรไทยมุสลิมทั่วประเทศ
พวกเขาจะยิ่งโกรธมากยิ่งขึ้น หากBRN ยังคงก่อการร้ายด้วยการโจมตีใน10วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน
“เพราะการกระทำของBRN ขัดแย้งกับการแถลงการณ์ของจุฬาราชมนตรีว่า“ประเทศไทยให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา และเผยแผ่ศาสนา อันเป็นปกติ ดังนั้นถือเป็นดินแดนแห่งสันติภาพ(ดารุสลาม) และไม่ใช่ดินแดนให้สงคราม(ดารุ้ลฮัรบี) ชนต่างศาสนิก ถือเป็นมิตร และต้องปฏิบัติกับพวกเขาอย่างสันติ ซึ่งพระองค์อัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้า มิได้ทรงห้ามอิสลาม ในการปฏิบัติการที่ดีและดำรงความยุติธรรมด้วย”
แต่ผู้เขียนเชื่อว่าBRN ไม่สนใจเรื่องทั้งหมดนั้น และจะเปิดฉากโจมตีต่อไปโดยมีจุดประสงค์เพื่อกดดันรัฐบาลไทยให้ยอมจำนนต่อความปรารถนาและข้อเรียกร้องของพวกเขา
นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่าผู้นําBRN ในต่างประเทศไม่สามารถควบคุมสมาชิกในภาคสนามได้จนทำให้ความรุนแรงปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในกรณีนั้น เป็นที่แน่นอนว่ากระบวนการสันติภาพใด ๆ ที่เข้าใจ ผู้นําBRN เป็นที่พึงปรารถนามากผู้นําBRN จะไม่คืบหน้า เพราะพวกเขาไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้สมาชิกในพื้นที่หยุดการโจมตีและการสังหาร
สถานการณ์จะย่างแย่ลง เพราะยังมีการพูดว่าBRN ต้องการแสดงความแข็งแกร่งผ่านการโจมตีต่อชาวไทยมุสลิมและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เป็นชาวไทยมุสลิม
สถานการณ์ภายในกลุ่มBRN ดูวุ่นวายมาก ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริงและมีคุณสมบัติที่จะพูดคุยกับรัฐบาลไทย หากต้องการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
แต่ในความจริงแล้วคือ ชาวไทยมุสลิมเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตในสภาวะที่หวาดกลัวและอยู่ภายใต้การคุกคามอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่การกระทำของรัฐบาลไทยที่ผู้นําBRN ถือว่าเป็นผู้รุกราน แต่เป็นการกระทำของกลุ่มBRN ที่อ้างว่าต่อสู้เพื่อชาวไทยมุสลิม
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนหวังว่าในหัวใจของผู้นําBRN จะมีความรู้สึกเพียงเล็กน้อย ที่จะอนุญาตให้ชาวมุสลิมได้ประกอบศาสนกิจอย่างสงบสุข และห่างไกลจากภัยอันตรายใด ๆ ที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มที่ยึดถือในหลักการศาสนาที่บิดเบือนที่เกี่ยวข้องกับญิฮาด
หวังว่าวันที่1 ของเดือน ซาวัล(วันรายอ) ของปีนี้จะมีการเฉลิมฉลองด้วยความยินดีและเปิดโอกาสให้เราได้เห็นชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย สวมชุดมลายูและชุดประเพณีมลายูอย่างร่าเริง ซึ่งชุดดังกล่าวกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอ้างว่าถูกห้ามสวมใส่โดยรัฐบาลไทย รัฐบาลไทยให้การรับรองเสมอว่าประชาชากรไทยมุสลิมสามารถเฉลิมฉลองวันอีดิลฟิตรีด้วยความสุขและ“รัฐบาลไทยพร้อมที่จะสนับสนุนการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองต่าง ๆ ของพี่น้องมุสลิมในห้วงดังกล่าวอย่างเต็มที่”
ความจริงก็คือทั้งหมดนี้เป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อ รัฐบาลไทยไม่ได้โง่เขลาที่จะห้ามชาวไทยมุสลิมสวมเสื้อผ้าชุดมลายู รัฐบาลไทยให้การรับรองเสมอว่าประชากรไทยมุสลิมสามารถเฉลิมฉลองวันอีดิลฟิตรีด้วยความสุข
ในทางตรงการข้าม ผู้ที่ปล้นความสงบของชาวไทยมุสลิมการประกอบศาสนกิจ และปล้นความสุขในการเฉลิมฉลอง1 ซาวัล ของชาวไทยมุสลิมคือกลุ่มแบ่งแยกดินแดนBRN
หากหลักการนี้ถูกต้อง กลุ่มBRN จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า ในช่วง10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง และ1 ซาวัล ไม่มีการฆาตกรรมในหมู่ประชากรไทยมุสลิม! ถ้ามันยังเกิดขึ้น… แสดงว่าการพูดคุยกับกลุ่มBRN นั้น เป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์..