โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KResearch คาดผ่อนคลาย LTV ช่วยหนุนสินเชื่อบ้านปี 68 หลังปี 67 โตต่ำที่สุดในรอบ 23 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 17.05 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2568 เวลา 09.35 น.

KResearch ชี้ มาตรการ LTV อาจปรับ เพื่อช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย คาดสินเชื่อบ้านระบบแบงก์ไทยปี 68 โต 0.5%

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) วิเคราะห์ถึง มาตรการ LTV ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเสนอจากเวทีหารือร่วมกันระหว่าง ธปท. และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ในการผ่อนปรนหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับการซื้อบ้านหลังที่ 2 และหลังที่ 3 เพื่อช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์

โดยเมื่อมองภาพรวมสินเชื่อบ้านของสถาบันการเงินปิดปี 2567 ด้วยการเติบโตของยอดคงค้างสินเชื่อบ้านเพียง 2.6% นับเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 23 ปี นำโดยการชะลอตัวของสินเชื่อบ้านในระบบธนาคารพาณิชย์ (เติบโต 0.3%) และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (เติบโต 5.4%)

ซึ่งหากย้อนกลับไปใน 2 ช่วงสำคัญที่มีการผ่อนคลายมาตรการLTV คือปี 2552 และปี 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าการตอบรับของสถานการณ์สินเชื่อบ้านในระบบแบงก์ไทย ต่อการผ่อนปรนหลักเกณฑ์LTV ทั้ง 2 ช่วงเวลา มีลักษณะที่แตกต่างกัน

โดยภายหลังการผ่อนคลายเกณฑ์LTV ปี 2552 สินเชื่อบ้านระบบแบงก์เร่งตัวกลับมาขยายตัวสูง ขณะที่หลังการผ่อนคลาย LTV ปี 2564 แม้ยอดคงค้างสินเชื่อบ้านยังคงชะลอการเติบโตลง แต่การผ่อนคลายมาตรการLTV มีผลช่วยสนับสนุนให้สินเชื่อปล่อยใหม่ให้ทยอยฟื้นตัวกลับมา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การผ่อนปรนมาตรการLTV สำหรับสัญญาสินเชื่อที่ 2-3 อาจช่วยกระตุ้นโอกาสการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าศักยภาพที่มีรายได้ระดับกลาง-บน ที่สถาบันการเงินสามารถจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตได้ แต่ผลต่อสินเชื่อบ้านโดยรวมยังอยู่ในกรอบจำกัด เพราะเศรษฐกิจในภาพใหญ่ที่ฟื้นตัวช้ามีผลต่อรายได้ อำนาจซื้อ และหนี้สินของภาคครัวเรือน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าสินเชื่อบ้านระบบแบงก์ไทยในปี 2568 จะขยายตัว 0.5% ภายใต้สมมติฐานที่เศรษฐกิจไทยประคองการเติบโตได้ต่อ เนื่องและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้มีโอกาสปรับลดลงในระหว่างปี (กรณี Baseline ที่ยังไม่มีการปรับมาตรการLTV) เทียบกับที่ขยายตัว 0.3% ในปี 2567

แม้ว่า ธปท.จะไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ของการปรับเกณฑ์LTV แต่ก็ยังต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ อย่างรอบคอบ ทั้งสัญญาณการเก็งกำไร ความต้องการที่อยู่อาศัย อุปทานคงเหลือในตลาด

แต่คงต้องติดตามรายละเอียดของมาตรการLTV และจังหวะเวลาที่มาตรการจะเริ่มมีผลอีกครั้ง เพราะจะมีผลต่อผู้กู้ยืมสำหรับบ้านหลังที่ 2-3 และบ้านที่มีมูลค่าสูงกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันราว 10% ของตลาด

โดยหากสัดส่วนของผู้กู้ยืมกลุ่มนี้ขยับเพิ่มขึ้นทุก ๆ 1% ของภาพรวมตลาด ก็อาจช่วยหนุนอัตราการเติบโตของสินเชื่อบ้านให้ขยับเพิ่มขึ้นประมาณ 0.1-0.2% จาก Baseline ภายใต้สมมติฐานที่คาดว่ามาตรการจะเริ่มมีผลในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...