“เอมี่ กลิ่นประทุม” ควงเพื่อนรัก “พอร์ช ศรัณย์” เผยเหตุการณ์เกือบตัดเพื่อน น้อยใจกันนานเกือบ 2 ปี
“เอมี่ กลิ่นประทุม” ควงเพื่อนรัก “พอร์ช ศรัณย์” เผยเหตุการณ์เกือบตัดเพื่อน น้อยใจกันนานเกือบ 2 ปี
อีกหนึ่งคู่เพื่อนซี้ เพื่อนรักของวงการที่ไม่มีใครไม่รู้จัก สำหรับ “พอร์ช ศรัณย์ ศิริลักษณ์” นักแสดงรุ่นพี่อย่าง “เอมี่ กลิ่นประทุม” ที่ล่าสุดทั้งคู่ควงกันมาเปิดเผยจุดเริ่มต้นความสนิทและเหตุการณ์เกือบตัดเพื่อน น้อยใจกันนานเกือบ 2 ปีผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow
สนิทกันกี่ปีแล้ว? พอร์ช : เป็นสิบปีแล้ว
เริ่มต้นรู้จักกันได้ยังไง? เอมี่ : จริงๆ เจอพอร์ชสมัยที่อยู่ช่อง 7 ด้วยกัน แต่เราไม่เคยได้ร่วมงานกัน ช่อง 7 เราไม่ได้คุยกัน เจอหน้าครั้งแรกไม่ชอบด้วย (หัวเราะ) เพราะเขาจะนิ่งๆ หยิ่งๆ หน่อย แต่แค่นางไม่เห็นเราเฉยๆ แต่พอเราไปเจออีกครั้ง นางก็สวัสดีโน่นนั่นนี่ ไม่เชิงเชิ่ดแต่ไม่สนใจ
พอร์ช : ประเด็นคือเราไม่เคยร่วมงานกันไง บางทีเราไม่ทักใครก่อน เราเป็นคนธรรมดา เขาเป็นนางเอกดัง จะคุยกับเรามั้ย
เอมี่ : แต่ที่มาสนิทมาเจอกันก็เพราะพี่เป็กแหละ พอร์ชก็น้องพี่เป็ก
กินน้ำละลายพฤติกรรมก็สนิทกัน? เอมี่ : ใช่ เจอบ้านพี่เป็ก
ก่อนซี้ ได้ยินชื่อเสียงผู้ชายคนนี้ยังไง? เอมี่ : เขาเป็นรุ่นน้องเราด้วย เราได้ยินเรื่องเจ้าชู้ แต่เราเป็นรุ่นพี่ ก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เราก็ได้ยินกิตติศัพท์มาเยอะ พอเจอก็ตามนั้นแหละ (หัวเราะ) นางก็เป็นแนวเฮฮาๆ ซะมากกวา พอร์ชเป็นคนอารมณ์ดี เล่นมุก เวลากินอะไรด้วยกัน เราก็ชอบเล่นเกมกัน ต้องแบ่งทีม แล้วต้องอยู่ด้วยกันและต้องชนะ
พอร์ชมีปัญหาไม่ค่อยปรึกษาคนอื่น แต่ปรึกษาเอมี่? พอร์ช : กับมี่ก็ไม่ค่อยได้ปรึกษา ถ้าปรึกษาเรื่องซีเรียส ส่วนใหญ่จะปรึกษาพี่ซี เพราะพี่ซีเขาชอบคุยเรื่องซีเรียสอยู่แล้ว เขามีสติ กับมี่เวลาไปไหนด้วยกันเราไม่เอาเรื่องเครียดมาปน เราสนุกอย่างเดียว
เอมี่ : ถ้าพอร์ชปรึกษาเรื่องการงาน ทำงานก็จะคุยกับพี่ซี จะได้สาระมากกว่า ถ้าเขามีปัญหาก็ดูออกว่ามีอะไรในใจ เราก็ไม่ถาม เขาก็ไม่พูด ถ้าเขาจะพูดเขาจะพูดเอง ถ้าถามจะยิ่งไม่พูดใหญ่เลย ถ้าเขาอยากพูดเขาจะมาเอง เขาต้องสบายใจกับเรา เวลาเขามีอะไร ก็มีบ้างที่มาคุยด้วย แต่น้อย
พอร์ช : ฟีลพี่ซีอยู่บ้านมั้ย พรุ่งนี้จะไปหาที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้คุยอะไร บางทีไปนั่งเฉยๆ
ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจจะหายไปเลย? เอมี่ : ก็ไม่ได้หายไป แต่ถ้าเรานั่งกับกลุ่มเพื่อนแล้วเขาต้องกลับก่อน หรือเขามีเรื่องเครียด เขาจะเลือกที่จะกลับเลย ไม่บอกใครทั้งนั้น เราก็อ้าว อีพอร์ชอยู่ไหน แต่เราก็ไม่ตาม นางกลัวถ้าบอกคนอื่นเดี๋ยวคนอื่นรั้งนาง เราก็บอกว่าบอกนิดนึง เพราะบางทีหาว่าอยู่ไหน แค่บอกเฉยๆ ไม่รั้ง แต่หลังๆ เริ่มบอก เราก็ไม่บอกใคร คนเราถ้าอยากกลับก็กลับ ไม่สบายใจที่จะอยู่ เหนื่อย หรือมีธุระ ก็กลับ แต่รู้ว่ามีปัญหาอะไรสักอย่าง ก็กลับเถอะ รั้งไว้ก็ไม่สนุกแน่
เรื่องน้องโฮมส์ ทำไมพอร์ชเลือกบอกเอมี่คนแรก? พอร์ช : เวลาคุยกับมี่เราไม่อยากให้มีเรื่องเครียด เราคุยแต่เรื่องดีๆ เราแค่รู้สึกว่าพอเรามีลูกก็เป็นเรื่องที่ดี แค่อยากบอกเพื่อนแค่นั้นเอง แค่อยู่ดีๆ ก็วิดีโอคอลบอกเลย มันนั่งกินเหล้าอยู่
เอมี่ : วิดีโอคอลแล้วบอกว่า มีอะไรอยากให้ดู แล้วแพนกล้อง เราถามว่าลูกใครวะ เขาบอกลูกกู (หัวเราะ) เราก็จริงเปล่าเนี่ยเป็นช่วงนางไม่ได้บอกใคร มี่ก็โอเค แม้แต่พี่ซีก็ไม่ได้บอก เรารู้สึกว่าเป็นโมเมนต์ที่ควรบอกเอง
เป็นตราบาป พอรู้ความลับเพื่อนไม่สามารถเล่าใครได้? เอมี่ : ก็อยากพูด เหมือนเราอยากจะบอก บางทีก็อยากไปหา แล้วช่วงหลังๆ พี่ซีก็อยู่บ้านตลอด เราก็คิดว่าหรือเราจะบอกเลย แต่ไม่รู้ควรจะบอกหรือไม่บอก สุดท้ายนางก็บอกพี่ซีเอง อยากให้พี่ซีได้โมเมนต์ดีใจกับพอร์ช เขาอึดอัด อยากพูด เห่อหลาน พอพอร์ชบอกซีก็ไม่เหมือนมี่บอก ก็อยากให้เขาได้โมเมนต์นั้น
ช่วงห่างกันไป งอนๆ อะไรกัน? พอร์ช : ไม่ได้งอนอไรมากหรอก เราไม่ค่อยได้ดื่มด้วย เราคิดกับตัวเองแทน ว่าที่เพื่อนไม่ได้มาเจอเรา เพราะเราไม่ได้ไปดื่มเหมือนเมื่อก่อน เราไม่ได้ปาร์ตี้เพื่อนจะมาเจอเราทำไม
คิดว่าเขางอนมั้ย? เอมี่ : งอน ตอนยังไม่ไปเยี่ยมหลาน นางตามว่ามาเยี่ยมสิ เราก็บอกว่าโอเค เดี๋ยวไป แต่ช่วงนั้นเราเป็นโควิด แล้วเป็นลองโควิด เราไม่รู้ว่าเราหายดีหรือยัง ก็ยังไม่ไปซะที นางเป็นคนไม่เคยงอนจริงจัง ไม่เคยโกรธเลยนะ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่คุยกับมี่เลย เราก็ตายแล้ว มันโกรธจริงๆ จนมันหายโกรธ เอาหลานมาหาที่บ้านเองเลย
พอร์ช : แค่อยากให้เจอ เพราะบอกเขาคนแรก แค่นั้นเอง
เอมี่ : เขาบอกว่านี่คนแรกที่บอก แล้วยังจะไม่มาอีก เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิต แล้วทำไมถึงไม่สนใจมัน ก็รู้สึกผิดมาก ไม่มีอะไรจะพูด จุกๆ
งอนเองหายเอง? พอร์ช : ก็พยายามเข้าใจ ช่วงนั้นเราหลายอย่าง เราเลี้ยงลูกด้วยก็เครียด ลูก 6-7 เดือน ตอนบอกมี่ลูก 4-5 เดือน
เป็นห่วงอะไรกัน อยากบอกอะไร? เอมี่ : กับพอร์ชพูดกันได้ตลอด เมื่อก่อนเราเป็นห่วง แต่ตอนนี้มันน่าเป็นห่วงมี่มากกว่า (หัวเราะ) รู้สึกภูมิใจที่เป็นแบบนี้ ภูมิใจและดีใจที่นางเจอจุดมุ่งหมายในชีวิต ทำอะไรก็นึกถึงลูกตลอด เราก็ดีใจด้วย
พอร์ช : ไม่ต้องคิดมาก ไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอนขนาดนั้น เราแค่รู้สึกว่าเวลามีเรื่องดีๆ เราแค่อยากบอกเพื่อน บางทีเลี้ยงลูกเราก็เหงาบ้าง บางทีได้เจอเพื่อน มาหาบ้างก็ได้ ไม่กินเหล้าก็มานั่งได้นะ บางทีเพื่อนมาหาที่บ้าน ผมไม่ดื่มคนเดียว เพื่อนนั่งกินไปสิ ผมก็อยู่ได้