โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอมี่ กลิ่นประทุม” ควงเพื่อนรัก “พอร์ช ศรัณย์” เผยเหตุการณ์เกือบตัดเพื่อน น้อยใจกันนานเกือบ 2 ปี

มาดามเม้าท์

เผยแพร่ 03 พ.ค. 2568 เวลา 06.24 น.

“เอมี่ กลิ่นประทุม” ควงเพื่อนรัก “พอร์ช ศรัณย์” เผยเหตุการณ์เกือบตัดเพื่อน น้อยใจกันนานเกือบ 2 ปี

อีกหนึ่งคู่เพื่อนซี้ เพื่อนรักของวงการที่ไม่มีใครไม่รู้จัก สำหรับ “พอร์ช ศรัณย์ ศิริลักษณ์” นักแสดงรุ่นพี่อย่าง “เอมี่ กลิ่นประทุม” ที่ล่าสุดทั้งคู่ควงกันมาเปิดเผยจุดเริ่มต้นความสนิทและเหตุการณ์เกือบตัดเพื่อน น้อยใจกันนานเกือบ 2 ปีผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow

สนิทกันกี่ปีแล้ว? พอร์ช : เป็นสิบปีแล้ว

เริ่มต้นรู้จักกันได้ยังไง? เอมี่ : จริงๆ เจอพอร์ชสมัยที่อยู่ช่อง 7 ด้วยกัน แต่เราไม่เคยได้ร่วมงานกัน ช่อง 7 เราไม่ได้คุยกัน เจอหน้าครั้งแรกไม่ชอบด้วย (หัวเราะ) เพราะเขาจะนิ่งๆ หยิ่งๆ หน่อย แต่แค่นางไม่เห็นเราเฉยๆ แต่พอเราไปเจออีกครั้ง นางก็สวัสดีโน่นนั่นนี่ ไม่เชิงเชิ่ดแต่ไม่สนใจ

พอร์ช : ประเด็นคือเราไม่เคยร่วมงานกันไง บางทีเราไม่ทักใครก่อน เราเป็นคนธรรมดา เขาเป็นนางเอกดัง จะคุยกับเรามั้ย

เอมี่ : แต่ที่มาสนิทมาเจอกันก็เพราะพี่เป็กแหละ พอร์ชก็น้องพี่เป็ก

กินน้ำละลายพฤติกรรมก็สนิทกัน? เอมี่ : ใช่ เจอบ้านพี่เป็ก

ก่อนซี้ ได้ยินชื่อเสียงผู้ชายคนนี้ยังไง? เอมี่ : เขาเป็นรุ่นน้องเราด้วย เราได้ยินเรื่องเจ้าชู้ แต่เราเป็นรุ่นพี่ ก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เราก็ได้ยินกิตติศัพท์มาเยอะ พอเจอก็ตามนั้นแหละ (หัวเราะ) นางก็เป็นแนวเฮฮาๆ ซะมากกวา พอร์ชเป็นคนอารมณ์ดี เล่นมุก เวลากินอะไรด้วยกัน เราก็ชอบเล่นเกมกัน ต้องแบ่งทีม แล้วต้องอยู่ด้วยกันและต้องชนะ

พอร์ชมีปัญหาไม่ค่อยปรึกษาคนอื่น แต่ปรึกษาเอมี่? พอร์ช : กับมี่ก็ไม่ค่อยได้ปรึกษา ถ้าปรึกษาเรื่องซีเรียส ส่วนใหญ่จะปรึกษาพี่ซี เพราะพี่ซีเขาชอบคุยเรื่องซีเรียสอยู่แล้ว เขามีสติ กับมี่เวลาไปไหนด้วยกันเราไม่เอาเรื่องเครียดมาปน เราสนุกอย่างเดียว

เอมี่ : ถ้าพอร์ชปรึกษาเรื่องการงาน ทำงานก็จะคุยกับพี่ซี จะได้สาระมากกว่า ถ้าเขามีปัญหาก็ดูออกว่ามีอะไรในใจ เราก็ไม่ถาม เขาก็ไม่พูด ถ้าเขาจะพูดเขาจะพูดเอง ถ้าถามจะยิ่งไม่พูดใหญ่เลย ถ้าเขาอยากพูดเขาจะมาเอง เขาต้องสบายใจกับเรา เวลาเขามีอะไร ก็มีบ้างที่มาคุยด้วย แต่น้อย

พอร์ช : ฟีลพี่ซีอยู่บ้านมั้ย พรุ่งนี้จะไปหาที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้คุยอะไร บางทีไปนั่งเฉยๆ

ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจจะหายไปเลย? เอมี่ : ก็ไม่ได้หายไป แต่ถ้าเรานั่งกับกลุ่มเพื่อนแล้วเขาต้องกลับก่อน หรือเขามีเรื่องเครียด เขาจะเลือกที่จะกลับเลย ไม่บอกใครทั้งนั้น เราก็อ้าว อีพอร์ชอยู่ไหน แต่เราก็ไม่ตาม นางกลัวถ้าบอกคนอื่นเดี๋ยวคนอื่นรั้งนาง เราก็บอกว่าบอกนิดนึง เพราะบางทีหาว่าอยู่ไหน แค่บอกเฉยๆ ไม่รั้ง แต่หลังๆ เริ่มบอก เราก็ไม่บอกใคร คนเราถ้าอยากกลับก็กลับ ไม่สบายใจที่จะอยู่ เหนื่อย หรือมีธุระ ก็กลับ แต่รู้ว่ามีปัญหาอะไรสักอย่าง ก็กลับเถอะ รั้งไว้ก็ไม่สนุกแน่

เรื่องน้องโฮมส์ ทำไมพอร์ชเลือกบอกเอมี่คนแรก? พอร์ช : เวลาคุยกับมี่เราไม่อยากให้มีเรื่องเครียด เราคุยแต่เรื่องดีๆ เราแค่รู้สึกว่าพอเรามีลูกก็เป็นเรื่องที่ดี แค่อยากบอกเพื่อนแค่นั้นเอง แค่อยู่ดีๆ ก็วิดีโอคอลบอกเลย มันนั่งกินเหล้าอยู่

เอมี่ : วิดีโอคอลแล้วบอกว่า มีอะไรอยากให้ดู แล้วแพนกล้อง เราถามว่าลูกใครวะ เขาบอกลูกกู (หัวเราะ) เราก็จริงเปล่าเนี่ยเป็นช่วงนางไม่ได้บอกใคร มี่ก็โอเค แม้แต่พี่ซีก็ไม่ได้บอก เรารู้สึกว่าเป็นโมเมนต์ที่ควรบอกเอง

เป็นตราบาป พอรู้ความลับเพื่อนไม่สามารถเล่าใครได้? เอมี่ : ก็อยากพูด เหมือนเราอยากจะบอก บางทีก็อยากไปหา แล้วช่วงหลังๆ พี่ซีก็อยู่บ้านตลอด เราก็คิดว่าหรือเราจะบอกเลย แต่ไม่รู้ควรจะบอกหรือไม่บอก สุดท้ายนางก็บอกพี่ซีเอง อยากให้พี่ซีได้โมเมนต์ดีใจกับพอร์ช เขาอึดอัด อยากพูด เห่อหลาน พอพอร์ชบอกซีก็ไม่เหมือนมี่บอก ก็อยากให้เขาได้โมเมนต์นั้น

ช่วงห่างกันไป งอนๆ อะไรกัน? พอร์ช : ไม่ได้งอนอไรมากหรอก เราไม่ค่อยได้ดื่มด้วย เราคิดกับตัวเองแทน ว่าที่เพื่อนไม่ได้มาเจอเรา เพราะเราไม่ได้ไปดื่มเหมือนเมื่อก่อน เราไม่ได้ปาร์ตี้เพื่อนจะมาเจอเราทำไม

คิดว่าเขางอนมั้ย? เอมี่ : งอน ตอนยังไม่ไปเยี่ยมหลาน นางตามว่ามาเยี่ยมสิ เราก็บอกว่าโอเค เดี๋ยวไป แต่ช่วงนั้นเราเป็นโควิด แล้วเป็นลองโควิด เราไม่รู้ว่าเราหายดีหรือยัง ก็ยังไม่ไปซะที นางเป็นคนไม่เคยงอนจริงจัง ไม่เคยโกรธเลยนะ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่คุยกับมี่เลย เราก็ตายแล้ว มันโกรธจริงๆ จนมันหายโกรธ เอาหลานมาหาที่บ้านเองเลย

พอร์ช : แค่อยากให้เจอ เพราะบอกเขาคนแรก แค่นั้นเอง

เอมี่ : เขาบอกว่านี่คนแรกที่บอก แล้วยังจะไม่มาอีก เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิต แล้วทำไมถึงไม่สนใจมัน ก็รู้สึกผิดมาก ไม่มีอะไรจะพูด จุกๆ

งอนเองหายเอง? พอร์ช : ก็พยายามเข้าใจ ช่วงนั้นเราหลายอย่าง เราเลี้ยงลูกด้วยก็เครียด ลูก 6-7 เดือน ตอนบอกมี่ลูก 4-5 เดือน

เป็นห่วงอะไรกัน อยากบอกอะไร? เอมี่ : กับพอร์ชพูดกันได้ตลอด เมื่อก่อนเราเป็นห่วง แต่ตอนนี้มันน่าเป็นห่วงมี่มากกว่า (หัวเราะ) รู้สึกภูมิใจที่เป็นแบบนี้ ภูมิใจและดีใจที่นางเจอจุดมุ่งหมายในชีวิต ทำอะไรก็นึกถึงลูกตลอด เราก็ดีใจด้วย

พอร์ช : ไม่ต้องคิดมาก ไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอนขนาดนั้น เราแค่รู้สึกว่าเวลามีเรื่องดีๆ เราแค่อยากบอกเพื่อน บางทีเลี้ยงลูกเราก็เหงาบ้าง บางทีได้เจอเพื่อน มาหาบ้างก็ได้ ไม่กินเหล้าก็มานั่งได้นะ บางทีเพื่อนมาหาที่บ้าน ผมไม่ดื่มคนเดียว เพื่อนนั่งกินไปสิ ผมก็อยู่ได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...