โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปลี่ยนแบบสุดขั้ว! Vitalik แนะเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน หลังพบปัญหาฉุดการเติบโต ท่ามกลางค่าแก๊สดิ่งสุดใน 5 ปี

efinanceThai

เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 06.18 น.

เปลี่ยนแบบสุดขั้ว! Vitalik แนะเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน หลังพบปัญหาฉุดการเติบโต ท่ามกลางค่าแก๊สดิ่งสุดใน 5 ปี

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 เม.ย. 68 13:18 น.

Vitalik เสนอเปลี่ยนโครงสร้างคำสั่งพื้นฐานของ Ethereum จาก EVM เป็น RISC-V ขณะที่ค่าธรรมเนียมร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี

Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้เสนอแนวคิดให้เปลี่ยนโครงสร้างคำสั่งพื้นฐานของระบบประมวลผล Ethereum จาก Virtual Machine (EVM) ไปใช้ RISC-V ซึ่งเป็นชุดคำสั่งแบบเปิดที่สามารถอัปเกรดได้ โดย Buterin เสนอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเดือนเมษายน 2025

RISC-V คือชุดคำสั่งพื้นฐานของระบบประมวลผลที่เปิดให้ใช้งานฟรีและไม่มีลิขสิทธิ์ ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและความยืดหยุ่นสูง ซึ่ง Buterin เชื่อว่าหากนำมาใช้กับ Ethereum จะช่วยยกระดับ ชั้นการดำเนินการ (execution layer) ให้มีประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

Buterin ระบุว่า Ethereum ยังมีปัญหาคอขวดหลายจุดที่ฉุดการเติบโต อย่าง ระบบการสุ่มตัวอย่างข้อมูลที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอและควรทำให้ดีขึ้น การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตบล็อกที่ยังไม่มากพอ และเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof ที่ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา

โดยการเสนอแนวคิดนี้ของ Buterin ได้รับความสนใจในชุมชน Ethereum มากโดยนักพัฒนาบางส่วน มองว่านี่เป็นการเตรียมความพร้อมของ Ethereum ในระยะยาว และอาจช่วยให้เครือข่ายสามารถแข่งขันกับบล็อกเชนรุ่นใหม่อย่าง Solana และ Sui ได้

อย่างไรก็ตาม บางคนยังแสดงความกังวลว่า การออกแบบ execution layer ใหม่เป็นโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่อาจกินเวลาหลายปี ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล และอาจก่อให้เกิดช่องโหว่ใหม่ รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการย้ายสัญญาอัจฉริยะเดิมเข้าสู่ระบบใหม่

โดยชุมชน Ethereum ได้จัดทำร่างข้อเสนอเพื่อเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะ ซึ่งหากได้รับการตอบรับ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Ethereum

ขณะเดียวกัน Ethereum ก็กำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนเมษายน 2025 ค่าธรรมเนียมเฉลี่ยต่อธุรกรรมบนเลเยอร์หลักอยู่ที่เพียง 0.16 ดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2020

ค่าธรรมเนียมจากเลเยอร์ 2 อย่าง blob fees ก็ลดลงอย่างรุนแรง โดยในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 มีนาคม มีรายได้เพียง 3.18 ETH หรือราว 5,000 ดอลลาร์ ลดลงมากถึง 95% จากช่วงกลางเดือนเดียวกัน

แม้ว่าการหันมาใช้เลเยอร์ 2 อย่าง Arbitrum และ Optimism จะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมให้ผู้ใช้งาน แต่ยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของ Ethereum โดยตรง ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่า หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป Ethereum อาจเผชิญปัญหาทางการเงินในระยะยาว โดยบางรายประเมินว่า ราคา ETH อาจปรับตัวลงถึงระดับ 1,100 ดอลลาร์

ที่มา: cryptopolitan

* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงาน โดย พิชชาพร กิติยานุภาพ เรียบเรียง โดย พิชชาพร กิติยานุภาพ
อีเมล์. pitchaporn@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...