โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระทรวงเกษตรฯ ลุยเปิดตลาดอินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 01 มี.ค. 2568 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2568 เวลา 03.40 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 1 มี.ค.-“รัฐมนตรีนฤมล” เผยข่าวดี กรมปศุสัตว์เจรจาอินโดนีเซียเปิดตลาดส่งออกไก่พื้นเมืองมีชีวิต คาดจะส่งออกครั้งแรกได้ในเดือนเมษายนนี้ ส่วนผลการหารือกับรัฐมนตรีเกษตรฯ ฟิลิปปินส์ ฝ่ายฟิลิปปินส์กำลังพิจารณาเรื่องการนำเข้า “เนื้อสัตว์ปีก-ลำไยสด” เพิ่มเติมจาก“ข้าว-เนื้อสุกร”

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า มอบหมายให้นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์เดินทางไปหารือกับ Dr.drh. Agung Suganda อธิบดีกรมปศุสัตว์และบริการสุขภาพสัตว์แห่งอินโดนีเซีย (DGLASH) ณ กระทรวงเกษตร กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ ในด้านอุตสาหกรรมการผลิตปศุสัตว์และด้านวิชาการในการควบคุมป้องกันโรคระบาดสัตว์

ทั้งนี้นายสัตวแพทย์สมชวนได้หารือประเด็นความก้าวหน้าในการขอเปิดตลาดส่งออกไก่พื้นเมือง (Ayam Bangkok) มายังอินโดนีเซียซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบต่อร่างเอกสารรับรองสุขภาพสัตว์ (Veterinary Health Certificate; VHC) ตามที่ฝ่าย DGLASH เสนอมาเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้อธิบดีกรมปศุสัตว์จึงได้ส่งมอบเอกสารเห็นชอบต่อร่างฯ VHC ดังกล่าวให้อธิบดีกรมปศุสัตว์และบริการสุขภาพสัตว์แห่งอินโดนีเซียโดยตรง โดยฝ่าย DGLASH จะรีบออกประกาศขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการส่งออกไก่พื้นเมืองของไทยโดยเร็วและหลังจากประกาศฯ แล้ว ประเทศไทยจะสามารถส่งออกไก่พื้นเมือง (Ayam Bangkok) ไปยังอินโดนีเซียได้ในทันที คาดว่า จะส่งออกครั้งแรกได้ภายในเดือนเมษายนนี้

ผลการเจรจาดังกล่าว จะเป็นการเสริมสร้างโอกาสให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองของไทย ในการเพิ่มรายได้จากการเลี้ยงไก่พื้นเมืองและพัฒนาการเลี้ยงไก่พื้นเมืองของไทยให้เป็น soft power ที่จะสร้างรายได้และชื่อเสียงต่อประเทศไทยต่อไป ประมาณการว่า ในช่วงปีแรกจะมีปริมาณการส่งออกไก่พื้นเมืองมีชีวิตไปอินโดนีเซียปีละไม่ต่ำกว่าจำนวน 12,000 ตัว คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ DGLAHS ยังได้แสดงความสนใจในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับความร่วมมือด้านแนวทางการจัดทำพื้นที่เขตปลอดโรค (Compartmentalization) โดยเฉพาะโรคปากและเท้าเปื่อย (Foot and Mouth disease) รวมถึงความรู้ทางวิชาการด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ซึ่งต้องการเรียนรู้จากประสบการณ์ของไทย ตลอดจนอินโดนีเซียยังมีความต้องการสินค้ากลุ่มโคเนื้อและโคนมอีกมาก โดยยินดีต้อนรับกลุ่มนักลงทุนไทยที่สนใจในเรื่องนี้

ข้อมูลในปี 2567 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังอินโดนีเซียมูลค่า 4,600 ล้านบาท โดยสินค้าหลักที่ส่งออกได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ศ.ดร. นฤมลกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้หารือกับ H.E. Francisco P. Tiu Laurel, Jr. Secretary of the Department of Agriculture รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบให้เร่งรัดการปรับแก้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือด้านการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของทั้งสองประเทศ และเทคโนโลยีการเกษตรในปัจจุบัน รวมทั้งเร่งรัดการปรับแก้ข้อตกลงระหว่างกรมประมงแห่งประเทศไทย และกรมประมงและทรัพยากรสัตว์น้ำแห่งฟิลิปปินส์ เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU)

ไทยต้องการเปิดตลาดสินค้าเกษตรคือ เนื้อสัตว์ปีกและผลลำไยสดไปยังฟิลิปปินส์ สินค้าทั้ง 2 ชนิดอยู่ระหว่างการพิจารณาจากหน่วยงานของทางฟิลิปปินส์ โดยฟิลิปปินส์มีการติดตามความคืบหน้าเพื่อให้ไทยสามารถขยายตลาดสินค้าเกษตรไปได้มากขึ้น รวมทั้งแสดงความสนใจนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของประชากรของฟิลิปปินส์ที่กำลังเติบโต โดยสินค้าที่ฝ่ายฟิลิปปินส์ให้ความสนใจจะนำเข้า ได้แก่ ข้าว และเนื้อสุกร”

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 15 ของไทย ในระหว่างปี 2565-2567 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตร คิดเป็นร้อยละ 1.87 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. น้ำตาล 2. ข้าว 3. อาหารสุนัขหรือแมว 4. ซอสและเครื่องปรุงรส และ 5. สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง.-512.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...