โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 3 ข้อสันนิษฐาน สาเหตุตึก 30 ชั้นถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 29 มี.ค. 2568 เวลา 04.18 น. • สยามนิวส์
เปิด 3 ข้อสันนิษฐาน สาเหตุตึก 30 ชั้นถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว

จากกรณีเหตุการณ์การเกิดแผ่นดินไหว ศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ส่งผลให้แรงสั่นสะเทือนมาถึงประเทศไทย และผู้อยู่ในตึกสูงในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับผลจากแรงสั่นสะเทือน ตลอดจนทำให้อาคาร 30 ชั้นที่พังถล่มในเขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทำให้มีคนงานเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งมีการตั้งคำถามถึง สาเหตุการถล่มของตึกที่กำลังก่อสร้างดังกล่าว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศ.ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยและนักวิจัย สกสว. วิเคราะห์ข้อสังเกตถึงจุดเริ่มต้นของการถล่มว่า จุดที่พังทลายที่สำคัญ 3 จุดได้แก่

1. เสาชลูดชั้นล่างหักที่บริเวณกลางเสา

2. รอยต่อระหว่างพื้นไร้คานกับเสาชั้นบนเฉือนขาดในแนวดิ่ง

3. การพังที่เกิดจากปล่องลิฟต์

โดยในขณะนี้ยังไม่สรุปว่า จุดเริ่มต้นการถล่มเกิดที่จุดใด แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากจุดใดก่อน ก็สามารถทำให้อาคารถล่มราบคาบลงมาเป็นทอด ๆ ได้ ซึ่งในทางวิศวกรรมเรียกว่า Pancake collapse ปัจจัยหนึ่งที่อาจเป็นสาเหตุการถล่มได้คือการสั่นพ้อง (resonance) ระหว่างชั้นดินอ่อนกับอาคารสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวระยะไกลจากเมียนมา

เมื่อคลื่นแผ่นดินไหวเดินทางมาถึงชั้นดินอ่อนกรุงเทพฯ จะเป็นแผ่นดินไหวแบบคาบยาว (long period) ซึ่งจะกระตุ้นอาคารสูงได้ เนื่องจากมีคาบยาวที่ตรงกันระหว่างอาคารกับชั้นดินอ่อน และอาจมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณา เช่น ตัวปั้นจั่นที่ติดตั้งในปล่องลิฟต์ มีการสะบัดตัวและส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอย่างไร ยังต้องพิสูจน์

ส่วนอีกประเด็นสำคัญคือ คุณภาพวัสดุก่อสร้าง เช่น คอนกรีต และเหล็กเสริมว่ามีกำลังรับน้ำหนักเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล็กเส้นที่นำมาใช้ ได้มาตรฐานและมีความเหนียวเพียงพอหรือไม่ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบทุกปัจจัย ก่อนจะสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...