โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผีเสื้อมอร์โฟสีน้ำเงินที่สวยไม่แพ้ AI ช่วยเข้าใจวิวัฒนาการยิ่งขึ้น

Environman

เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 11.00 น.

ผีเสื้อมอร์โฟสีน้ำเงิน (Blue Morpho Butterfly) ผีเสื้อสีน้ำเงินที่สวยไม่แพ้ AI และมีคุณค่าทางวิวัฒนาการในมุมมองวิทยาศาสตร์

สีน้ำเงินสดใสของปีกผีเสื้อมอร์โฟนี้ดึงดูดใจไม่เพียงแต่ผู้ที่ศึกษาผีเสื้อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนทั่วไปที่อาจจะไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตสีน้ำเงินมาก่อน ซึ่งนอกจากจะมีสีน้ำเงินที่สวยงามแล้วผีเสื้อมอร์โฟยังมีความพิเศษอีกอย่างนั่นคือลักษณะที่เรียกว่า "Gynandromorph" หรือก็คือผีเสื้อที่มีทั้งเซล์เพศผู้และเพศเมีนอยู่ในตัวเดียวกัน

แม้ Gynandromorphism จะพบได้ในนกและสัตว์จำพวกกุ้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะพบได้ชัดเจนที่สุดในผีเสื้อและผีเสื้อกลางคืน (moths) ซึ่งเกิดจากการขาดโครโมโซมเพศระหว่างการแบ่งเซลล์ หรืออีกวิธีคือมีอสุจิ 2 ตัวปฏิสนธิกับไข่ที่มีนิวเคลียส 2 ตัวอยู่ภายในทำให้เกิดการปฏิสนธิซ้ำ

ทั้ง 2 กระบวนการนี้ทำให้สิ่งมีชีวิตดังกล่าวประกอบด้วยเซลล์เพศผู้และเพศเมียรวมกัน สิ่งนี้ทำให้ปีกผีเสื้อมอร์โฟเกิดการผสมผสานสีสันและลวดลายที่เกิดจากทั้งตัวผู้และตัวเมีย ซึ่งมันยังให้ข้อมูลอีกอย่างนั่นคือการวิวัฒนาการของผีเสื้อตัวนี้

“รูปแบบสีที่เห็นบนปีกมีความสำคัญในด้านต่าง ๆ เช่นสีที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนสี การเลียนแบบ การคัดเลือกตามเพศ และการพรางตัว” Nipam Patel นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ กล่าว “การสร้างรูปแบบเหล่านี้ให้ถูกต้องมีความสำคัญต่อการอยู่รอดและความสำเร็จในการสืบพันธุ์ของผีเสื้อหรือผีเสื้อกลางคืน”

ภาพที่เห็นข้างต้น ผีเสื้อที่เห็นในภาพส่วนใหญ่มีลักษณะเป็น Gynandromorph (ยกเว้น 2 ตัวแรกที่เป็นตัวผู้และตัวเมียปกติ) จากสีปีกที่ผสมกันนี้ นักวิจัยคิดว่าในระยะเริ่มแรกของการเจริญเติบโตของปี เซลล์จะแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนในหลายบริเวณที่แตกต่างกัน

จากนั้นเมื่อเซลล์ในแต่ละบริเวณเติบโตถึงขอบเขตโมเลกุลที่ป้องกันไม่ให้เซลล์ขยายตัวต่อไปได้ ก็จะมีการหลั่งสัญญาณเคมีที่กระตุ้นยีนชุดหนึ่งที่บอกเซลล์แต่ละเซลล์ว่าจะพัฒนาเป็นเซลล์ประเภทใดในที่สุด อย่างไรก็ตามสำหรับสัตว์ที่ลักษณะเพศผู้และเพศเมียแตกต่างกันชัดเจนนั้น เซลล์จะตีความสัญญาณการพัฒนานั้นขึ้นอยู่กับเซลล์เพศ

ดังนั้นหากมีเพศผู้และเพศเมียรวมกัน นักวิทยาศาสตร์ก็จะสามารถตรวจสอบ ‘ขอบเขตโมเลกุล’ ได้ง่ายขึ้นและนั่นทำให้เราเข้าใจกระบวนการที่ผีเสื้อพัฒนาปีกของมันได้ดีขึ้น แม้ในปัจจุบันพวกเขาจะยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นมากนัก แต่การศึกษามันต่อไปจะทำให้แผนที่ขอบเขตโมเลกุลเหล่านี้ชัดเจนขึ้น

“และหากเราเข้าใจโมเลกุลที่เป็นเส้นขอบ” Patel บอก “เราก็อาจจะเข้าใจขั้นตอนแรก ๆ ของการสร้างปี”

ที่มา

https://www.sciencefriday.com/…/the-curious-case-of…/

https://www.scientificamerican.com/…/a-butterflys…/

https://www.rainforest-alliance.org/…/blue-morpho…/….

https://www.science.org/doi/10.1126/science.abh2620

Photo: Nipam Patel

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...