สรุปจุดเด่นและสเปค Samsung Galaxy Tab S8 Series พร้อมโปรโมชั่นจองสุดพิเศษ
เปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สำหรับแท็บเล็ตไฮเอนด์ซัมซุงอย่าง Samsung Galaxy Tab S8 Series ได้แก่ Samsung Galaxy Tab S8, Samsung Galaxy Tab S8 Plus และ Samsung Galaxy Tab S8 Ultra โดยทั้งสามรุ่นต่างเข้าไทย ดังนั้นในบทความนี้จะสรุปจุดเด่นและสเปคให้ได้ทราบกัน รวมถึงข้อแตกต่างด้วย เผื่อว่าใครกำลังจดจ้องอยู่ แต่เลือกไม่ถูกว่าจะเอารุ่นไหนดี บทความนี้มีคำตอบ นอกจากนี้จะมีโปรโมชั่นจองสุดพิเศษอีกด้วย
Samsung Galaxy Tab S8 Series สามพี่น้องมีอะไรเหมือนกันบ้าง
เริ่มที่ดีไซน์ ต้องบอกว่า Samsung สามารถสร้างความน่าประหลาดใจได้อย่างมาก ด้วยการดีไซน์ตัวเครื่องที่สุดจะบาง ไม่หนาเทอะทะเลย บางกว่าสมาร์ทโฟนซะอีก ในขณะที่แบตเตอรี่ก็มีมากกว่า สื่อถึงกระบวนการผลิตที่ประณีตและใช้นวัตกรรมขั้นสูง
ขนาดตัวเครื่อง
Galaxy Tab S8 : 253.8 x 165.3 x 6.3 มิลลิเมตร
- Galaxy Tab S8 Plus : 285.0 x 185 x 5.7 มิลลิเมตร
- Galaxy Tab S8 Ultra : 326.4 x 208.6 x 5.5 มิลลิเมตร
น้ำหนัก
Galaxy Tab S8 : 503 กรัม (Wi-Fi) 507 กรัม (5G)
- Galaxy Tab S8 Plus : 567 กรัม (Wi-Fi) 572 กรัม (5G)
- Galaxy Tab S8 Ultra : 726 กรัม (Wi-Fi) 728 กรัม (5G)
วัสดุการผลิตคุณภาพสูง ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงทนทาน เนื่องจากตัวเครื่องมีความบาง จึงต้องใช้วัสดุกรอบเป็นโครงสร้างให้มีความสมมาตร ทำให้ลดโอกาสบิดงอจากการใช้งานถึง 40% นอกจากนี้กระจกหน้าจอยังใช้ Gorilla Glass Victus Plus ทำให้ป้องกันรอยขีดข่วนจากการใช้งาน หรือการกระแทกได้อีก 30% เมื่อเทียบกับแท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S7 Series
รอบเครื่องของแท็บเล็ตทั้งสามรุ่น แน่นอนว่าจุดประสงค์หลัก นอกจากใช้งานคอนเทนต์ความบันเทิงแล้ว ยังเป็นแท็บเล็ตที่ใช้ทำงานได้ทุกอย่างเลย ทำให้ Samsung ให้ช่องไมโครโฟนมาสามตัว เหมาะแก่การสนทนาวิดีโอคอล หรือประชุมต่างๆ ได้ยินเสียงชัดเจน ลดเสียงรบกวน
รอบเครื่องมีลำโพง 4 ตัว ซึ่งทั้ง 4 จุด มีปรับจูนเสียงโดยแบรนด์เสียงชื่อดัง AKG กับเทคโนโลยีเสียง Dolby ATMOS มาพร้อมระบบยืนยันตัวตนสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ (Tab S8 Plus/Tab S8 Ultra) ส่วนรุ่นน้อง Tab S8 จะสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power อย่างไรก็ตามคุณใส่หน่วยความจำภายนอกได้ สูงสุด 1TB เลยทีเดียว ทำให้แท็บเล็ตของคุณเครื่องนี้เปรียบเหมือนคลังข้อมูลคู่ใจของคุณ
อย่างที่เกริ่นข้างต้นว่าแท็บเล็ตทั้งสามรุ่นเน้นใช้งานหลากหลายสไตล์ หนึ่งในนั้นคือ การประชุม การวิดีโอคอลต่างๆ แน่นอนว่าคงดีไม่น้อยที่มีเลนส์กว้างมาช่วยขยาย เพราะ Samsung Galaxy Tab S8 Ultra คือแท็บเล็ตรุ่นแรกของโลกเลยก็ว่าได้ที่มีกล้องหน้าสองเลนส์ และมีเลนส์กล้องมุมกว้างมากถึง 120 องศา จึงเป็นจุดแตกต่างแรก
อีกหนึ่งจุดเด่นของแท็บเล็ตรุ่นนี้ คือ ด้านหลังตัวเครื่องบริเวณแถบสีดำ เป็นจุดวางปากกา S-Pen ซึ่งเป็นลักษณะแม่เหล็ก สำหรับยึดติด และชาร์จไฟในตัว
ปากกา S-Pen เจ๋งขึ้นไปอีกขั้น
ต่อด้วยจุดแตกต่างข้อที่สอง การพัฒนาปากกา S-Pen ที่ขีดเขียนได้ไวขึ้นระดับ 2.8 ms. ทำให้ลื่นไหลไม่สะดุด (เฉพาะรุ่น Galaxy Tab S8 Plus และ Galaxy Tab S8 Ultra แต่ถ้าเป็นรุ่นน้อง Galaxy Tab S8 จะมีค่าความหน่วงที่ 6.2 ms. ถือว่าน่าเสียดายที่ไม่รวดเร็วเท่ากัน แต่ซัมซุงก็ใจดี เพราะไม่ต้องซื้อเพิ่มมีมาให้ในกล่องแล้ว ที่สำคัญใช้งานขีดเขียนได้โดยไม่ต้องชาร์จแบตฯ ยกเว้นกรณีจะใช้งานลักษณะ Gesture Control ก็ต้องชาร์จแบตฯ ของปากกาหน่อย
ถ้าจะมีแค่ปากกา คงไม่ค่อยน่าดึงดูด ทว่า Samsung ได้ร่วมมือกับ LumaFusion เป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการอีกด้วย เพิ่มความพิเศษของแท็บเล็ตทั้งสามรุ่นมากขึ้น เรียกได้ว่าใครทำงานสายออกแบบ สไตล์ลิส หรืองานกราฟิกต่างๆ ตอบโจทย์ได้ดี ทั้งมี PenUP, Clip Studio Paint มาเสริมทัพด้วย
หน้าจอแสดงผลแท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S8 Series เป็นอย่างไร
เป็นจุดแตกต่างข้อที่สาม เพราะหน้าจอจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่มาพร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz เหมือนกัน
- Samsung Galaxy Tab S8 : ประเภทหน้าจอ LTPS TFT ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด 2560X1600 พิกเซล มีความหนาแน่นต่อพิกเซล 276ppi
- Samsung Galaxy Tab S8 Plus : ประเภทหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 12.4 นิ้ว ความละเอียด 2800X1752 พิกเซล มีความหนาแน่นต่อพิกเซล 266ppi
- Samsung Galaxy Tab S8 Ultra : ประเภทหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2960X1848 พิกเซล มีความหนาแน่นต่อพิกเซล 240ppi
แท็บเล็ตที่ไม่ด้อยด้านการถ่ายภาพ และเป็นจุดแตกต่างกันอีกประเด็นเช่นกัน
อีกหนึ่งอรรถประโยชน์ของ Samsung Galaxy Tab S8 Series ที่มีคุณสมบัติบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ทำให้การสร้างสรรค์คอนเทนต์เป็นไปอย่างง่ายดาย คมชัด ทั้งสามรุ่น จะมีกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส มาพร้อมเลนส์มุมกว้าง 6 ล้านพิกเซล ส่วนรุ่นพี่ Tab S8 Ultra มีข้อแตกต่างคือ กล้องหน้าเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แบ่งเป็นเลนส์ Wide กับ Ultra Wide มุมมองมากถึง 120 องศา
แน่นอนว่าด้วยความละเอียด 4K ทำให้การใช้งานบันทึกสื่อการสอน สไลด์ต่างๆ เป็นเรื่องง่าย และคมชัด รวมถึงการ Live หรือสตรีมมิ่งก็มั่นใจมากยิ่งขึ้น
มิติใหม่ของแท็บเล็ต Samsung
ขึ้นชื่อเป็นแท็บเล็ต Samsung Tab S Series แน่นอนว่าต้องมีความจุแบตเตอรี่เยอะ ถ้าคุณมีแท็บเล็ต Tab S8 Series คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ Reverse Charge หรือชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นได้ด้วย ผ่านพอร์ต USB Type-C เลย …. ส่วนการชาร์จเร็วก็มีความเร็วมากถึง 45 วัตต์ ที่สำคัญมีแถมมาให้ในกล่อง แต่แค่ 25 วัตต์นะ ก็ยังดีที่ไม่ต้องซื้อเพิ่มเช่นกัน
- Samsung Galaxy Tab S8 : ความจุแบตเตอรี่ 8000mAh
- Samsung Galaxy Tab S8 Plus : ความจุแบตเตอรี่ 10090mAh
- Samsung Galaxy Tab S8 Ultra : ความจุแบตเตอรี่ 11020mAh
สรุปสเปคแท็บเล็ตทั้งสามรุ่น
- ระบบปฏิบัติการ : Android 12 ครอบทับ ONEUI 4.1
- ชิปเซ็ตประมวลผล : Snapdragon 8 Gen 1
- GPU : Adreno 730
- RAM : 8GB LPDDR5
- พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน : 128GB UFS 3.1
- MicroSD Card : สูงสุด 1TB
- ระบบเชื่อมต่อ : 5G / 4G / Wi-Fi 802.11 b/g/n/ac/ax (Wi-Fi 6E), Bluetooth 5.2
- พอร์ต : USB Type-C 3.2
สรุปราคาไทย Samsung Galaxy Tab S8 Series
- โมเดล WiFi : 23,900 บาท
- โมเดล 5G : 30,900 บาท
- โมเดล WiFi : 31,900 บาท
- โมเดล 5G : 38,900 บาท
- โมเดล WiFi : 38,900 บาท
- โมเดล 5G : 46,900 บาท
โปรโมชั่นช่วงจองมีอะไรบ้าง ระหว่าง 9 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2565
ทุกรุ่นรับฟรี Keyboard Cover
- Samsung Galaxy Tab S8 รับฟรี Keyboard Cover มูลค่า 3,990 บาท
- Samsung Galaxy Tab S8 Plus รับฟรี Keyboard Cover มูลค่า 4,990 บาท
- Samsung Galaxy Tab S8 Ultra รับฟรี Keyboard Cover มูลค่า 8,990 บาท
นอกจากนี้ยังรับฟรี อะแดปเตอร์ Fast Charge Adapter 25 วัตต์ มูลค่า 490 บาท ส่วนรุ่น Galaxy Tab S8 Ultra รับเพิ่ม Micro SD Card 128GB มูลค่า 490 บาท รวมถึงการรับประกันตัวเครื่อง Samsung Care+ มูลค่า 2,939 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี
ถ้าใครอยากมีอุปกรณ์เพิ่มเติมใช้งานให้จบครบ ทาง Samsung ประเทศไทย ได้มอบ E-Vocher มูลค่า 1,500 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลด ซื้อ Galaxy Watch 4 หรือ Galaxy Bud2 ก็ได้