โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับบริษัทลักลอบขายสารเคมีการเกษตรเถื่อน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 24 ก.พ. 2565 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2565 เวลา 07.03 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 24 ก.พ.  -กรมวิชาการเกษตรร่วมกับตำรวจปคบ. จับบริษัทลักลอบขายสารเคมีโดยไม่มีทะเบียนและไม่มีใบอนุญาตขายเป็นการหลอกลวงเกษตรกร พบทั้งสารกำจัดแมลงและกำจัดโรคพืชซึ่งไม่มีทะเบียนวัตถุอันตราย เจ้าพนักงานอายัดแล้วดำเนินคดีตามตามพ.ร.บ. วัตถุอันตราย

นายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรสืบพบสถานที่ต้องสงสัยว่า มีการจำหน่ายสารเคมีทางการเกษตรไม่ถูกต้องตามกฎหมายในจังหวัดปทุมธานี โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวระบุจัดจำหน่ายโดยบริษัท กรีนแพลนท์เนอร์ กอล์ฟ 2556 จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 98/184 ม.4 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรีเพื่อเข้าตรวจค้น

ทั้งนี้เจ้าพนักงานพบวัตถุอันตรายทางการเกษตร 20 รายการ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์สารกำจัดแมลง ชื่อการค้า ซีมพอสซ์  ชื่อสามัญ คาร์โบซัลแฟน บรรจุในขวดแก้ว สีชา ขนาดบรรจุ 1,000  ซีซี 36 ขวด และผลิตภัณฑ์สารป้องกันและกำจัดโรคพืช ชื่อการค้า ซิมลีเอท  ชื่อสามัญ ฟอสอีทิล-อลูมิเนียม บรรจุในซองฟอยด์ สีบร์อน ขนาดบรรจุน้ำหนัก 1 กิโลกรัม 12 ซอง โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไม่มีเลขทะเบียนวัตถุอันตราย ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งตรวจพบผลิตภัณฑ์สารป้องกันกำจัดโรคพืชและผลิตภัณฑ์สารกำจัดแมลง 3 รายการ ทะเบียนวัตถุอันตรายหมดอายุด้วย 

นอกจากนี้ยังพบว่า สถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายแต่อย่างใด  ซึ่งผู้ประกอบกิจการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร ต้องได้รับอนุญาตครอบครองจากพนักงานเจ้าหน้าที่และต้องมีผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เป็นผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร หากฝ่าฝืน ต้องได้รับโทษ ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวต่อว่า เจ้าพนักงานอายัดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไว้ในที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมูลค่าของกลางประมาณ 400,000 บาท เจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยส่งตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการกองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตรเพื่อดำเนินการตามกฎหมายเพิ่มเติมอีกด้วย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...