โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“แอร์บัส” ชี้การบินฟื้นทั่วโลก เครื่องบิน “ทางเดินเดี่ยว” อนาคตสดใส

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ธ.ค. 2566 เวลา 15.18 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2566 เวลา 08.36 น.

“แอร์บัส” ชี้การบินฟื้นทั่วโลก ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกน่าจับตา เผยอนาคตเครื่องบินทางเดินเดี่ยวยังสดใส เร่งยกระดับขีดความสามารถในการผลิต จับมือ “คาร์บอน แอโร่สเปซ” ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินป้อนซัพพลายเชนผลิตแอร์บัส A320-A350

นายเบิร์ท พอร์เทอแมน (Bert Porteman) ผู้แทนแอร์บัสประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แอร์บัสเห็นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและปริมาณการจราจรทางอากาศทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดยแอร์บัสคาดการณ์ว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตมากที่สุด

ทั้งนี้ ประเมินว่าในอีก 2 ทศวรรษข้างหน้า ปริมาณการจราจรทางอากาศของภูมิภาคนี้จะเติบโตเฉลี่ยที่ 5% ต่อปี และมีความต้องการอากาศยานจำนวน 19,000 ลำ ใน 2 ทศวรรษ และจากจำนวนดังกล่าว 15,000 ลำ จะเป็นเครื่องบินทางเดินเดี่ยว

“การเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน ทำให้แอร์บัสต้องยกระดับขีดความสามารถในการผลิต และการตอบสนองต่อลูกค้าเพื่อให้ทันกับความต้องการของตลาด”

สอดคล้องกับนายแมทธิว กอเดียน (Matthew Gaudion) ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท คาร์บอน แอโร่สเปซ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาเห็นการฟื้นตัวของธุรกิจการบินกลับสู่ระดับก่อนโควิดอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องบินทางเดินเดี่ยวที่มีการเติบโตสูงทั่วโลก

ล่าสุดแอร์บัส แอโร่สตรัคเจอร์ (Airbus Aerostructures) บริษัทในเครือของแอร์บัส ได้เลือกบริษัท คาร์บอน แอโร่สเปซ (ประเทศไทย) (Qarbon Aerospace (Thailand)) เป็นพันธมิตรในการผลิตขอบหน้าของปีกแพนหางดิ่ง (Vertical Tail Plane (VTP) leading edge) ของเครื่องบินตระกูลเอ320 (A320) ส่วนนี้คือส่วนประกอบด้านหน้าของพื้นผิวแนวดิ่งในส่วนหางของเครื่องบิน

“ความร่วมมือระหว่างแอร์บัสและคาร์บอน แอโร่สเปซ ในประเทศไทย และถือเป็นความร่วมมือที่ใหญ่ที่สุดของทั้ง 2 บริษัท”

นายแมทธิวกล่าวว่า สัญญาดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากงานผลิตที่บริษัท คาร์บอนฯ ทำให้แอร์บัสในปัจจุบัน ด้วยการผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนและส่วนประกอบต่าง ๆ สำหรับเครื่องบินตระกูล เอ320 ตระกูล เอ330 และเอ350 ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย

สำหรับการประกอบ VTP เมื่อแล้วเสร็จ ชิ้นส่วนเหล่านี้จะถูกส่งไปยังโรงงานผลิตของแอร์บัส แอโร่สตรัคเจอร์ ในเมืองชตาเดอ (Stade) รัฐฮัมบรูก ประเทศเยอรมนี จากนั้นจะส่งไปยังโรงงานประกอบเครื่องบินเอ 320 ทั่วโลก โดยกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจบจบในโรงงานแห่งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์

แอร์บัส

“ทีมงานของเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบส่วนประกอบคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจของแอร์บัส เราหวังว่าจะได้รับความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จ และสร้างการเติบโตต่อไปในภาคการบินและอวกาศของไทย”

นายแมทธิวกล่าวด้วยว่า การลงนามครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาทักษะแรงงานชาวไทย สร้างความต้องการงานให้กับกลุ่มที่มีทักษะ STEMs มากขึ้น อีกทั้งส่งเสริมซัพพลายเออร์ในระบบนิเวศ ให้ตอบสนองต่อดีมานด์ซึ่งใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

ทั้งนี้ STEM คือ การศึกษาอย่างบูรณาการ ผสมผสานศาสตร์ 4 ด้าน ประกอบด้วยวิทยาศาสตร์ หรือ S (science), เทคโนโลยี หรือ T (technology), วิศวกรรมศาสตร์ หรือ E (engineering) และคณิตศาสตร์ หรือ M (mathematics) เข้าด้วยกัน

“ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้มีการจ้างพนักงานราว 192 คน และผลของการลงนามครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีก 25%”

ผู้แทนแอร์บัสประจำประเทศไทยกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การลงนามครั้งนี้ เป็นการเน้นย้ำความมั่นใจที่แอร์บัสมีต่อขีดความสามารถของคาร์บอน แอโร่สเปซ อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของแอร์บัสในการพัฒนาความร่วมมือภายในท้องถิ่นของแอร์บัสกับบริษัทในประเทศไทย ซึ่งบริษัทยังรอคอยและมองหาโอกาสที่จะต่อยอดความสำเร็จของแอร์บัสในประเทศร่วมกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ของแอร์บัสต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...