โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคา น้ำตาล โลกพุ่ง ทำตลาดในประเทศป่วน ขึ้นราคาขายปลีกกดดันปัญหากักตุนปะทุ

BTimes

อัพเดต 03 พ.ย. 2566 เวลา 23.10 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2566 เวลา 06.59 น. • BTimes.Biz
ราคา น้ำตาล โลกพุ่ง ทำตลาดในประเทศป่วน ขึ้นราคาขายปลีกกดดันปัญหากักตุนปะทุ

ราคาน้ำตาลโลกพุ่ง ทำตลาดในประเทศป่วน ขึ้นราคาขายปลีกกดดันปัญหากักตุนปะทุ พาณิชย์ต้องทิ้งสมอดึงน้ำตาลทรายเข้าบัญชีสินค้าควบคุมตามเดิม สกัดราคาแพงห้ามขายเกินกฎหมายกำหนด คลี่คลายด้านราคา แต่จะเพิ่มปมลักลอบส่งออกอีกหรือไม่?

จำได้หรือไม่ว่าน้ำตาลทรายที่เราซื้อกันครั้งล่าสุด ราคาอยู่ที่เท่าไร? หลายคนอาจจะตอบไม่ได้ เพราะราคาน้ำตาลทรายตามท้องตลาดอาจจะไม่ได้ปรับขึ้นแบบก้าวกระโดดได้บ่อยนัก และอาจจะไม่ได้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเดือดร้อนของผู้บริโภคเท่ากับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้

มีรายงานข่าวว่า โรงงานน้ำตาลมีการปรับราคาไปแล้วถึง 4 รอบ 4–5 บาทต่อกิโลกรัม มาเป็น 23–24 บาท โดยอ้างว่าเพื่อสอดคล้องกับราคาตลาดโลกและเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับขึ้นตามไปเป็น 27–28 บาทต่อกิโลกรัม

นายสมชาย พรรัตนเจริญ อดีตนายกสมาคมค้าส่งค้าปลีกไทย เปิดเผยว่าในปี 2566 ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายได้ทยอยปรับราคาน้ำตาลทราบขึ้นมาแล้วประมาณ 4 ครั้ง รวม 100 บาทต่อกระสอบ (50 กิโลกรัม) ครั้งล่าสุดขึ้นมาอีก 2 บาทต่อถุง (1 กิโลกรัม) ซึ่งแต่ละครั้งไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทำให้ร้านค้าย่อยต้องปรับราคาขึ้นตาม

และเมื่อย้อนเส้นทางการปรับขึ้นราคาน้ำตาล ก็ปรากฏว่าเกิดจากการที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ที่เห็นว่าปัจจุบันต้นทุนการผลิตน้ำตาลทรายที่สูงขึ้นมาก จากราคาอ้อยที่สูงขึ้น เพราะผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตลดลง ซึ่งคาดว่าการหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 66/67 ผลผลิตอ้อยอาจเหลือเพียง 75–80 ล้านตัน หรือลดลงประมาณ 10% จากปี 65/66 รวมถึงมีความต้องการทำให้ราคาน้ำตาลของไทยเท่ากับราคาตลาดโลกที่กิโลกรัมละ 27 บาท

สอน. ก็เลยเสนอเรื่องให้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กำหนดราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานใหม่ โดยจะปรับราคาน้ำตาลทรายขาวอยู่ที่กิโลกรัมละ 19 บาท เป็นราคากิโลกรัมละ 23 บาท และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จากเดิมกิโลกรัมละ 20 เป็นกิโลกรัมละ 24 บาท หรือขึ้นมาทันที กิโลกรัมละ 4 บาท

ซึ่งพอราคาหน้าโรงงานขึ้น ก็จะทำให้ราคาน้ำตาลทรายขายปลีกปรับราคาขึ้นตามไปด้วย อยู่ที่กิโลกรัมละ 28 บาท และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จำหน่ายปลีกอยู่ที่กิโลกรัมละ 29 บาท นับว่าเป็นการขึ้นราคาน้ำตาลทรายรวดเดียวที่สูงมากๆ และอาจจะกระทบไปยังอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำตาล หรือแม้แต่ร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ ผู้ประกอบการรายย่อยที่จำเป็นต้องใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลักด้วย ส่วนผู้บริโภคก็จะต้องซื้อน้ำตาลแพงขึ้น ซื้อสินค้าในราคาแพงขึ้น

เรื่องนี้เกิดชุลมุนวุ่นวาย เพราะสุดท้ายแล้ว กอน. ได้ออกประกาศปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานในวันที่ 27 ตุลาคม 2566 โดยให้มีผลบังคับใช้วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2566 ทำให้ราคาน้ำตาลขึ้นพรวด แน่นอนว่าเสียงบ่นจากผู้บริโภครู้ถึงหูนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้หาแนวทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ทันที

ขณะเดียวกัน ร้านขนมไทยเจ้าดังในนครราชสีมา ได้ประกาศขึ้นราคาขนมถึง 50% เพราะต้นทุนที่สูงขึ้น โดยนางสาวสุภรทิพย์ ส่งเสริม เจ้าของร้านขนมไทยไพจิตต์ ต.ในเมือง อ.เมืองนคราชสีมา จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากที่วัตถุดิบหลายอย่างมีราคาเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะน้ำตาล และยังมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่แพงขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นร้านจะปรับราคาขึ้น เพราะร้านไม่สามารถแบกรับราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นได้จริงๆ

ร้านขนมไทยไพจิตต์เปิดขายมานานกว่า 50 ปีเริ่มตั้งแต่รุ่นแม่มาถึงปัจจุบัน โดยตั้งราคาขายกล่องละ 20 บาท ซึ่งเป็นความตั้งใจของแม่ที่ต้องการให้ชาวบ้านได้กินขนมไทยในราคาถูก จึงยืนราคาขายกล่องละ 20 บาทมากว่า 20 ปี แต่จากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ทำให้ทางร้านต้องปรับราคาของขนมทุกชนิด จากเดิมเริ่มต้นที่ 20 บาท ก็จะขายเริ่มต้นตั้งแต่ 30 บาท ถ้าขนมที่มีส่วนประกอบของไข่ก็จะเพิ่มเป็นกล่องละ 35 บาท

อย่างไรก็ตาม ต่อมาไม่นาน “รัฐมนตรีภูมิธรรม” ก็ได้เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ในช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2566 จนได้ข้อสรุปว่าจะมีการประกาศให้สินค้าน้ำตาลทรายเป็นสินค้าควบคุมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน โดย กกร. ได้กำหนดราคาหน้าโรงงาน น้ำตาลทรายขาว ราคา 19 บาท/กิโลกรัม น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ราคา 20 บาท/กิโลกรัม และราคาจำหน่ายปลีกในท้องที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ราคาจำหน่ายน้ำตาลทรายขาวธรรมดา ราคา 24 บาท/กิโลกรัม น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ราคา 25 บาท/กิโลกรัม

ก่อนหน้านี้ มติ ครม. ได้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ ลงวันที่ 15 มกราคม 2561 เพื่อ “ยกเลิก” การกำหนดราคาจำหน่ายน้ำตาลทรายที่ใช้บริโภคภายในประเทศ และปล่อยให้ราคาน้ำตาลทรายในประเทศเป็นไปตามกลไกราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก หรือเรียกง่ายๆ ว่ามีการ “ปล่อยลอยตัว” ราคาน้ำตาลทรายมาแล้วตั้งแต่ปี 61 แต่ล่าสุดก็จำเป็นต้องนำกลับเข้าไปอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุมอีกครั้ง

ซึ่งหากย้อนกลับไปยาวกว่านั้น ถึงสาเหตุที่ไทยต้องถอดน้ำตาลออกจากสินค้าควบคุมเมื่อปี 61 ก็เพราะบราซิลได้แจ้งกล่าวหาไทยไปยังองค์การการค้าโลก (WTO) ว่าไทยมีการอุดหนุนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล จนนำมาสู่การเจรจาและมีการปรับโครงสร้างต่างๆ รวมทั้งเกิดการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายในปี 2561 โดย ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายสาธารณสุขและการเกษตร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ให้ข้อมูลว่าตอนนั้น “บราซิลกล่าวหาว่าไทยอุดหนุนราคาน้ำตาลในประเทศ ทำให้ไทยสามารถไปดัมป์ราคาส่งออก เลยแจ้ง WTO ว่าจะฟ้องไทยที่ทำผิดกติกาการค้าของ WTO ทำให้เกิดการเจรจาและนำมาสู่ข้อตกลงการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมนี้ เช่น เลิกคุมราคาน้ำตาล เลิกระบบโควตา และมีการแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายฯ ใน 3–4 ประเด็น ซึ่งทำให้บราซิลชะลอหยุดฟ้องมาเฝ้าดูเราก่อน”

อาจารย์วิโรจน์ ยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับการที่รัฐนำเอาน้ำตาลกลับเข้าบัญชีสินค้าควบคุมด้วยว่า เป็นการดำเนินนโยบายที่ถอยหลังเข้าคลองครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี เพราะหลังจากที่ทำให้ชาวไร่อ้อยเสียประโยชน์ที่ควรได้แล้ว รัฐกลับจะต้องใช้เงินภาษีมหาศาลมายกราคาอ้อย ซึ่งมีความเสี่ยงที่ผิดกติกาการค้าโลก ในขณะที่มีผลต่อค่าครองชีพของประชาชนเพียงเล็กน้อย

อาจารย์วิโรจน์ ยังกังวลด้วยว่าเมื่อราคาในประเทศต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก ก็ยิ่งจูงใจให้เกิดการลักลอบนำน้ำตาลออกนอกประเทศมากขึ้น รวมทั้งอาจเกิดกองทัพมดที่ยังขนได้ครั้งละไม่เกิน 1 ตัน ก็จะทำให้น้ำตาลในประเทศค่อยๆ ตึงตัวและขาดแคลนในที่สุด และยังมองว่าการกลับไปควบคุมราคา ยังขัดกับนโยบายรัฐที่กำหนดภาษีความหวานเป็นขั้นบันได เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพต่อประชาชน การเบรกไม่ให้ขึ้นราคาน้ำตาลเท่ากับลงโทษชาวไร่อ้อย และในภาพรวมเมื่อต้องหาเงินมาช่วยเหลือชาวไร่อ้อยเพิ่มก็ต้องใช้เงินภาษีประชาชนจำนวนมาก จึงมองว่าผลลัพธ์ที่ได้น้อยกว่าเสีย

ขณะที่ฝั่งชาวไร่อ้อยเองก็สะท้อนถึงปัญหาต้นทุนการผลิตน้ำตาลทรายที่ปรับสูงขึ้น จากราคาวัสดุทางการเกษตรปุ๋ย รวมถึงผลกระทบจากภัยแล้งที่ทำให้อ้อยมีปริมาณลดลง ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะนำมาสู่การปรับขึ้นราคาน้ำตาล อีกทั้งประเทศไทย ผู้ส่งออกน้ำตาลอันดับ 2 ของโลก แต่พี่น้องชาวไร่อ้อยมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก การขยับขึ้นของราคาน้ำตาลทราย 4 บาท/กิโลกรัม ประกาศโดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ได้ถูกล้มกระดานลงอย่างน่าตกใจ

ขณะที่เพจของโรงงานน้ำตาลทรายได้นำเสนอข้อมูล เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างราคาน้ำตาลในประเทศต่างๆ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Globalproductprices.com เดือนกันยายน 2566 ตัวอย่างเช่น ฮ่องกง เกิน 100 บาท/กิโลกรัม อันดับ 1, นอร์เวย์ เกิน 90 บาท/กิโลกรัม อันดับ 2, เกาหลีใต้ เกิน 60 บาท/กิโลกรัม อันดับ 14, เวียดนาม เกิน 45 บาท/กิโลกรัม อันดับ 45, มาเลเซีย เกิน 37 บาท/กิโลกรัม อันดับ 68, บราซิล เกิน 32 บาท/กิโลกรัม อันดับ 72 เป็นต้น

สำหรับราคาน้ำตาลทรายในประเทศไทย ได้ถูกคำนวณไว้ที่ราคา 21 บาท/กิโลกรัม อยู่ที่ลำดับ 80 เป็นรองอันดับสุดท้ายจากการสำรวจ 81 ประเทศ

สิ่งที่รัฐบาลจะต้องรับมือต่อไปนั่นคือ การดูแลปัญหาการลักลอบส่งออก ที่จะกลายมาเป็นปัญหาขาดแคลนในภายหลังได้พอกัน รวมทั้งการดูแลเกษตรกรชาวไร่อ้อยอย่างไรให้พวกเขาอยู่ได้ เพราะอย่าลืมว่าเกษตรกรก็เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการเกษตร ต่อเนื่องไปจนถึงภาคส่งออก นอกเหนือจากผู้บริโภค ที่รัฐต้องชั่งน้ำหนักให้พอดีและเหมาะสม เป็นธรรมมากที่สุด…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...