โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โค้ชอ้น ลั่นมา ท่าเรือ เพื่อความสำเร็จ ปรับทัพเพิ่มดุดันเลิกเล่นบอลโยนเน้นสวยงาม

Khaosod

อัพเดต 11 พ.ย. 2566 เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2566 เวลา 07.04 น.

หลังจากที่ "โค้ชอ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ประกาศแยกทางกับสโมสรโปลิศ เทโร และเปิดตัวเข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการไล่ล่าแชมป์ไทยลีก

ล่าสุด "โค้ชอ้น" เผยผ่านการสัมภาษณ์ของสโมสรการท่าเรือ ว่า
ถือเป็นเรื่องปกติของฟุตบอล ซึ่งอาจจะมีเรื่องการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการเข้ามายังการท่าเรือ ครั้งนี้ ตนอาจจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสต๊าฟทีม และนักเตะบ้าง แต่อื่นๆก็ไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่เท่าไหร่

โค้ชอ้น เผยถึงการตัดสินใจอำลา โปลิศ เทโร ว่า "เป็นอะไรที่กระทันหันิดหน่อย มีการเข้าไปคุยกับ ไบรอัน มาร์คาร์ ประธานสโมสรเทโร ก่อนเกมที่เสมอกับ ลำพูน วอริเออร์ 2-2 เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคุณไบรอัน ก็แจ้งว่าอนุญาต ซึ่งก็เป็นอะไรที่น่าตกใจที่คุณไบรอัน อนุญาตทันทีเลย ซึ่งตอนนั้นเราก็ยังไม่ชัดเจนกับ การท่าเรือด้วย ทำให้หลังจากจบเกมกับ ลำพูน จึง ประกาศลาออก"

"คุณไบรอันถามว่า เราไม่มีความสุขกับการเปลี่ยนเจ้านายใหม่ใช่มั้ย เราเลยบอกว่า มันน่าจะหมดเวลาเราตั้งนานแล้ว แค่ที่ผ่านมยังผูกพันธ์กับ เทโร อยากจะทดแทนบุญคุณของคุณไบรอัน พอเปลี่ยนเจ้านายใหม่ เลยไม่ได้อยากไปต่อ ซึ่งคุณไบรอันก็บอกว่าทดแทนบุญคุณกันหมดแล้ว เลยอนุญาตให้ไป"

โค้ชอ้น เผยถึงการเลือก การท่าเรือ ว่า การท่าเรือ เป็นทีมเดียวที่แสดงว่าอยากได้เราที่สุด แม้จะมีข้อเสนอจากทีมอื่นด้วย และด้วยความที่เป็นการท่าเรือด้วย ก็ยากที่จะปฏิเสธ ตนมองว่าการท่าเรือเป็นทีมที่พร้อมมาตลอด อยู่ในจุดที่มีนักเตะที่มีคุณภาพมาตลอด เรารู้ถึงความพร้อมของทีม พอมีโอกาสทำทีมที่มีตัวผู้เล่นที่มีคุณภาพ มันก็เป็นเรื่องท้าทาย ไม่ได้รู้สึกกดดัน ไม่ได้กลัวที่จะมาที่นี่ รู้สึกว่างานโค้ชถ้าจะสนุกต้องท้าทายแบบนี้

"ได้คุยกับนักฟุตบอลแล้ววันแรก ท่าเรือเป็นทีมที่มีผู้เล่นที่มีคุณภาพ แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ใช้บอลโยน แต่ก็บอกกับทุกคนว่าผมมาที่นี่เพื่อมาเปลี่ยน เพราะเชื่อว่าคนตัวใหญ่ไม่ใช่ว่าโยนไปแล้วจะต้องโหม่งได้ทุกลูก แต่ท่าเรือเป็นทีมคุณภาพ เราต้องเล่นบอลให้สวยงามขึ้น และต้องเป็นทีมใหญ่ที่เน้นบีบบอลเข้าหาคู่ต่อสู้ ด้วยสไตล์การทำทีม เราอาจจะต้องปรับตัวเข้าหากัน

"มองว่าที่ผ่านมานักเตะให้ความร่วมมือกับทีมอยู่แล้ว เพราะเป็นมืออาชีพ แต่อาจจะขาดเรื่องความดุดัน ซึ่งอาจจะเห็นว่าช่วงท้ายเกมหมดแรง ไม่ฟิต ก็เป็นสิ่งที่เรามอง รู้สึกว่าเราอาจจะต้องคุยกับนักเตะ ว่าต้องซ้อมหนักเพิ่มขึ้น ด้วยความเป็นทีมใหญ่ เราต้องเล่นเกมรุกมากกว่า แต่ถ้าเราโดนสวนแล้วเสียประตูง่าย เราต้องมาปิดจุดบกพร่องตรงนี้"

ส่วนตัวที่มองปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเล่นในบ้านแข็งแรงมาก แต่เกมเยือนรู้สึกว่าเจอสนามที่ไซส์ใหญ่กว่าท่าเรือ ช่วงนาทีที่ 70 ไปนักเตะเริ่มหมดแรง เลยมีแชร์ว่า ก่อนเกมเยือน อยากออกไปสนามที่ใกล้เคียงกับไซส์จริงมากกว่านี้ ซึ่งก็ได้แชร์กับมาดามแป้ง และมาดามแป้งก็เห็นด้วย"

อยู่กับเทโร เคยทำแต่เกมรับมาตลอด แต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา หันมาเล่นเกมรุก ซึ่งก็ได้คุยกับน้องๆในทีมท่าเรือ ว่าเราเป็นทีมใหญ่ ยิ่งต้องขึ้นไปเล่นเกมรุกเยอะๆ แต่ในจังหวะเสียบอล ถ้าทุกคนเลือกที่จะเดิน ปล่อยให้คู่ต่อสู้เล่น มันก็จะเกิดปัญหาแน่นอน เราอาจจะปรับ ดุดันแย่งบอลมากขึ้น"

"ถ้า 5 เกมที่เหลือก่อนปิดเลกแรก เราไม่พลาดแต้มสำคัญๆเลย เราก็มีโอกาสในเลก 2 ซึ่งจริงๆ ผู้เล่นที่มีอยู่ และอาจได้เสริมทัพเลก 2 ด้วย เรายังคงอยู่บนเส้นทาง เราห่างจากแบงค็อก ยูไนเต็ด ไม่เกินนี้ จริงๆมันก็เป็นงานที่ท้าทาย เราก็อยากจะประสบความสำเร็จ ผมมาที่นี่เพื่อประสบความสำเร็จเหมือนกัน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...