โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษกสภาทนายหนุนแก้ ป.วิอาญา ปฏิรูปตำรวจ บันทึกภาพเสียงขณะค้น-สอบสวน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ม.ค. 2562 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2562 เวลา 06.47 น.

โฆษกสภาทนาย หนุนแก้ไข ป.วิอาญา ปฏิรูปตำรวจ บันทึกภาพเสียงขณะค้น-สอบสวน สร้างความโปร่งใสเเต่ต้องไม่เป็นอุปสรรคการทำหน้าที่
เมื่อวันที่ 6 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีคณะรัฐมนตรีผ่านร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) เตรียมเสนอฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณาตามลำดับ ซึ่งมีมาตราที่น่าสนใจ เช่น มาตรา 13/1 การค้นในที่รโหฐานเจ้าพนักงานตำรวจ ผู้ค้น ต้องบันทึกภาพหรือวิดีโอขณะค้น มาตรา 13/2 ห้ามตำรวจ ผู้จับ นำผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาออกแถลงข่าวหรือจัดให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน มาตรา 117/1 ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยหลบหนีในระหว่างประกัน ห้ามนับระยะเวลาที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ หรืออีกนัยคือไม่หมดอายุความ
มาตรา 117/2 ผู้ต้องหาหรือจำเลยหลบหนีจากการปล่อยชั่วคราว มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 ศาลพิจารณาคดีโทษนั้นได้ไม่ต้องฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ มาตรา 134 การร้องทุกข์ กำหนดให้สามารถร้องทุกข์นอกเขตอำนาจของพนักงานสอบสวนได้ มาตรา 121/1 กำหนดให้มีการร่วมสอบสวนระหว่างพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ เฉพาะในคดีอัตราโทษเกิน 10 ปี หรือคดีที่กำหนดท้ายประมวล มาตรา 124/2 ร้องทุกข์ทางไปรษณีย์หรืออิเล็กทรอนิกส์ได้

มาตรา 136 คดีโทษ 5 ปี ขึ้นไป สอบสวนต้องบันทึกภาพและเสียง มาตรา136/1 พนักงานสอบสวนอาจเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการในการกันผู้ต้องหาคนหนึ่งคนใดไว้เป็นพยาน เพื่อให้มีพยานหลักฐานนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ร่วมกระทำความผิดคนอื่นที่ได้ มาตรา 161/1 การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการฟ้องคดีและดำเนินคดีอาญาในกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องกันเอง กรณีใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งหรือเอาเปรียบจำเลยหรือโดยมุ่งหวังผลอย่างอื่นยิ่งกว่าประโยชน์ที่พึงได้โดยชอบ

มาตรา 165/1 คดีที่ไต่สวนมูลฟ้องจำเลยเลยอาจแถลงให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอันสำคัญที่ศาลควรสั่งว่า คดีไม่มีมูล และแถลงถึงตัวบุคคล เอกสาร หรือวัตถุที่จะสนับสนุนข้อเท็จจริงตามคำแถลงของจำเลยด้วยก็ได้ และศาลอาจเรียกบุคคล เอกสาร หรือวัตถุดังกล่าวมาเป็นพยานศาลเพื่อประกอบการวินิจฉัยสั่งคดีได้ตามที่เห็นสมควร ซึ่งเดิมกฎหมายถือว่าจำเลยยังไม่ตกอยู่ในฐานะจำเลยจึงนำพยานมาไต่สวนไม่ได้ นั้น

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมองโดยภาพรวมจะเป็นการคุ้มครองผู้ต้องหาหรือจำเลยมากขึ้น โดยเฉพาะการบันทึกวิดีโอขณะค้น การบันทึกภาพและเสียงการสอบสวน ซึ่งทำให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินการของพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น การพิสูจน์ในชั้นศาลในอนาคต คงไม่อาจอ้างได้ว่าพนักงานของรัฐไม่มีส่วนได้เสียในคดี ไม่มีอคติกับผู้ต้องหาหรือจำเลย คำเบิกความของพนักงานสอบสวนหรือตำรวจจึงรับฟังลงโทษจำเลยได้ แต่ในอนาคตต้องมีการนำเสนอวิดีโอ และภาพถ่ายพร้อมเสียงประกอบการพิสูจน์การกระทำความผิดของจำเลย และจำเลยก็ไม่อาจกล่าวอ้างว่าการค้นมีการยัดของกลาง หรือการสอบสวนมีการซ้อมหรือข่มขู่ ซึ่งน่าจะทำให้การทำงานของเจ้าพนักงานน่าเชื่อถือมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองผู้ต้องหาหรือจำเลย ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ด้วย

“การร้องทุกข์จะสามารถทำได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น การปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงไม่รับแจ้งความจะไม่สามารถทำได้ ก็ยังคงเป็นเรื่องที่แก้ปัญหาที่เกิดในอดีตที่ผ่านมา การแก้ในกฎหมายชุดนี้ น่าสนใจว่า จะปฏิรูปกระบวนการทำงานของพนักงานสอบสวนหรือตำรวจได้จริงหรือไม่ และจะไม่ทำให้ตำรวจน้ำดี ต้องเสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่” โฆษกสภาทนายความ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...