โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แอคคอร์ ตั้งเป้าเพิ่ม 20 โรงแรมใน 5 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ธ.ค. 2565 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2565 เวลา 03.50 น.

“แอคคอร์” ชี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสัญญาณบวกแรง หนุนธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวต่อเนื่อง กางแผนเพิ่มโรงแรมในไทยอีก 20 แห่งภายใน 5 ปีข้างหน้า ล่าสุดเข้าบริหาร “แกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ เอเทรียม” ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แทนกลุ่มไมเนอร์ฯ

นายเจมส์ เมอร์ฟีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ประจำประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเมียนมา กลุ่มแอคคอร์ (Accor) เปิดเผยว่า ค่อนข้างมั่นใจกับภาพรวมการท่องเที่ยวในปี 2566 เนื่องจากเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการที่นักท่องเที่ยวค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จึงเชื่อว่านักเดินทางยังต้องการเดินทางเข้ามาประเทศไทย จากความโดดเด่นด้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ

สระว่ายน้ำ

โดยไตรมาสที่ 4/2565 พบว่า ตลาดการท่องเที่ยวหลักของประเทศไทยมาจากตลาดนักท่องเที่ยวระยะสั้น (short-haul market) แนวโน้มดังกล่าวยังคงอยู่ต่อไปยังปี 2566 เช่น นักท่องเที่ยวจากเวียดนาม อินเดีย กำลังเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนไตรมาสที่ 1/2566 นั้นประเมินว่าโรงแรมในกลุ่มยังฟื้นตัวในทิศทางที่ดี

ทั้งนี้ ปัจจุบันแอคคอร์มีโรงแรมจำนวน 83 โรงแรม ตั้งอยู่ในประเทศไทย (จากจำนวน 5,300 แห่งทั่วโลก) ในจำนวนดังกล่าวอยู่ภายใต้แบรนด์ “แกรนด์ เมอร์เคียว” จำนวน 4 แห่ง ทั้งนี้ บริษัทยังมีแผนการขยายโรงแรมแห่งใหม่ ๆ ในประเทศไทยอีกประมาณ 20 แห่ง ในระยะเวลา 5 ปี

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสายการบินให้บริการที่นั่งโดยสารของเส้นทางระหว่างไทยและต่างประเทศยังอยู่ในระดับเพียงแค่ 45% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 จึงทำให้ปริมาณความต้องการในภาคการท่องเที่ยวยังไม่กลับไปเทียบเท่ากับปี 2562 อีกทั้งประเมินว่าปัญหาดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป

“ภาพรวมการดำเนินงานโรงแรมในกลุ่มแอคคอร์ยังมีปริมาณน้อยกว่าก่อนการระบาดอยู่ที่ราว 5-6% ซึ่งถือว่าใกล้กับก่อนการระบาดของโควิด-19 มาก แต่ปัญหาจากปริมาณที่นั่งโดยสารของสายการบินทำให้นักท่องเที่ยวยังไม่กลับไปที่ระดับ 2562” นายเจมส์กล่าว

และว่า สำหรับภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นในปี 2566 นั้น ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวยังเกิดขึ้นในวงจำกัด เช่น ทวีปยุโรปมากกว่าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศยุโรป หรือประเทศที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจอาจปรับตัวลดลง

ขณะที่ทิศทางตลาดการท่องเที่ยวประเทศจีนยังเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากมาก โดยกลุ่มแอคคอร์ได้พยายามติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหวังว่าในช่วงไตรมาสที่ 3/2566 น่าจะเริ่มเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

นายเจมส์กล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยว่า ช่วงการระบาดของโควิด-19 ธุรกิจโรงแรมในหลายประเทศมีการใช้พนักงานโรงแรมลดลง แต่ยังสามารถประสบความสำเร็จ ในส่วนของพนักงานแอคคอร์ได้ปรับแนวคิดสู่การทำงานแบบใหม่ คือ ใช้ทักษะหลากหลาย (multi-skill) รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น

“เราไม่ปฏิเสธว่ามีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน แต่เราไม่ยอมที่จะลดคุณภาพการให้บริการ ด้วยจำนวนพนักงานที่ลดลง หากมีรายได้จากเซอร์วิสชาร์จจำนวนเท่าเดิม ก็มีแนวโน้มที่พนักงานอาจจะได้รับรายได้จากเซอร์วิสชาร์จมากขึ้น”นายเจมส์กล่าว

นายเจมส์กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีการประกาศรีแบรนด์ “อวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ” (ในเครือไมเนอร์ฯ) สู่ “แกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ เอเทรียม” ด้วยว่า เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเกิดจากเจ้าของอสังหาริมทรัพย์มองเห็นความร่วมมือกับแบรนด์แอคคอร์

จะทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงแบรนด์ระดับโลก และการเข้าถึงแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีสมาชิกโปรแกรมความภักดี (loyalty program) กว่า 72 ล้านคนทั่วโลก

“นักท่องเที่ยวในยุคใหม่มองหาความมั่นใจในการออกเดินทาง และแอคคอร์เชื่อว่าสามารถทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเช่นนั้นได้ อีกทั้งกลุ่มแอคคอร์ตระหนักถึงการผสมผสานความเป็นท้องถิ่นเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ที่ดูแล” นายเจมส์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...