โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สมาคมเช่าซื้อ เคลียร์ “ลดต้นลดดอก” คิดแบบไหน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ม.ค. 2566 เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2566 เวลา 09.51 น.

สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฉบับใหม่ กำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันอังคารนี้ (10 ม.ค.) แต่คำถามว่า คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกแบบสินเชื่อบ้านไหม ยังมีอื้ออึง

วันที่ 7 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใกล้เข้ามาทุกขณะ สำหรับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเกี่ยวกับเรื่องเช่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 2566 นี้

สาระสำคัญนอกจากการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ไม่เกิน 10% ต่อปี รถใช้แล้ว ไม่เกิน 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 23% ต่อปี

แต่ยังพบว่ายังมีประเด็นการกำหนดการคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบ “อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี” (Effective interest Rate) หรือที่รู้จักในอัตราดอกเบี้ย “ลดต้นลดดอก” ที่ประชาชนและผู้บริโภคยังเกิดความสงสัย และยังไม่เคลียร์ว่าการคิดดอกเบี้ยแบบดังกล่าว จะช่วยประหยัดอัตราดอกเบี้ยได้ รวมถึงสามารถนำเงินมาโปะเพื่อลดภาระดอกเบี้ยในลักษณะเดียวกับ “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” นั้น

เหตุเกิดจากมีกฎหมาย 2 ฉบับกำกับอยู่

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถาม “แหล่งข่าวจากสมาคมเช่าซื้อไทย” ถึงกรณีดังกล่าวเพื่อยืนยันข้อสงสัยระหว่างการคิดอัตราดอกเบี้ย “ลดต้นลดดอก” ระหว่าง “สินเชื่อเช่าซื้อ” และ “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” มีความแตกต่างอย่างไร และผู้บริโภคจะได้ประโยชน์อะไรจากการกำหนดอัตราดอกเบี้ย “ลดต้นลดดอก”

ซึ่งได้มีการอธิบายว่า ตามหลักคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับธุรกิจเช่าซื้อ จะอ้างอิงกฎหมาย 2 ตัว คือ กฎหมายแพ่งพาณิชย์ โดยมีการกำหนดว่า การทำเช่าซื้อจะต้องทำสัญญารับผ่อนและกำหนดชำระเป็นงวดๆ และแต่ละงวดเท่ากัน ซึ่งเรียกว่า “ดอกเบี้ยคงที่” หรือ “Flat Rate”

แต่หลังจากนั้น การบันทึกบัญชีของเช่าซื้อ จะต้องลงบัญชีเป็นอัตราดอกเบี้ย “ลดต้นลดดอก” ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายสากลทั่วโลกที่ใช้กันอยู่ โดยในไทยจะมีสภาวิชาชีพบัญชีเป็นผู้กำกับและดูแล

ดังนั้น แปลว่า หากทำตามกฎหมาย 2 ฉบับ ธุรกิจเช่าซื้อจะต้องทำสัญญาภายใต้อัตราดอกเบี้ย “Flat Rate” และเมื่อนำไปบันทึกบัญชีเพื่อเสียภาษี จะต้องแปลงดอกเบี้ยจาก “Flat Rate” มาเป็น “Effective Rate” ทำให้ภาระการผ่อนและอัตราดอกเบี้ยเมื่อคำนวณมาแล้วจะเท่ากัน ไม่ได้แตกต่างกัน

โปะบัญชีเพื่อลดภาระดอกเบี้ยแบบสินเชื่อบ้านไม่ได้

สำหรับข้อสงสัยในเรื่อง การผ่อนชำระค่างวด แม้ว่าจะคำนวณภายใต้อัตราดอกเบี้ย “ลดต้นลดดอก” หรือ “Effective Rate” ก็ตาม ลูกค้าจะไม่สามารถนำเงินมาโปะบัญชี เพื่อขอลดภาระดอกเบี้ยเหมือนการผ่อนชำระ “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” ได้

เช่น กรณี ลูกค้านำเงินมาชำระพร้อมกัน 3 งวด หากเป็นการชำระสินเชื่อเช่าซื้อ สถาบันการเงินจะนำเงินค่างวดที่ได้รับตัดภาระหนี้ในงวดปัจจุบัน 1 งวด และที่เหลืออีก 2 งวด จะเป็นการตัดบัญชีล่วงหน้า (Advance) ไปอีก 2 งวดหรือ 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งไม่ได้ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงแต่อย่างใด เพียงแต่ในช่วง 2 งวดข้างหน้าลูกค้าไม่ต้องชำระเงินแล้วแค่นั้น

อย่างไรก็ดี ยกเว้นกรณี ลูกค้านำเงินมาโปะเพื่อปิดบัญชีเพียงครั้งเดียว ซึ่งลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากตรงนี้ซึ่งเป็นไปตามที่ สคบ.กำหนด เช่น กรณีชำระค่างวดมาแล้ว 1 ใน 3 ของค่างวดเช่าซื้อได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 70% ของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ หรือกรณี ชำระค่างวดไม่เกิน 2 ใน 3 ให้ส่วนลดไม่น้อยกว่า 60% และกรณีชำระค่างวดเกิน 2 ใน 3 ขึ้นไปไม่คิดอัตราดอกเบี้ย

ซึ่งหากเปรียบเทียบ “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” ที่คิดอัตราดอกเบี้ย “ลดต้นลดดอก” จะพบว่า สินเชื่อที่อยู่อาศัยจะเป็นสินเชื่อประเภทหนึ่งที่ลูกค้าสามารถนำเงินมาโปะ “เงินต้น” เพื่อขอรับการลดภาระอัตราดอกเบี้ยได้ และหลายๆ ครั้ง ผู้ผ่อนบ้านจะได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อหรือการตลาดถึงอัตราการผ่อนชำระงวดละเท่ากัน งวดละเท่าไร เพื่อให้ผู้ผ่อนบ้านเข้าใจง่ายต่อการตัดสินใจกู้

แต่การผ่อนสินเชื่อที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นกฎหมายบังคับให้ผ่อนงวดละเท่า ๆ กัน เช่นเดียวกับการผ่อนธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์

โปะเพื่อปิดบัญชีได้

ดังนั้น สรุปได้ว่า ธุรกิจเช่าซื้อ คือ การผ่อนชำระแบบลดต้นลดดอกอยู่แล้ว ซึ่งไม่ตรงกับผู้บริโภคเข้าใจว่า ประกาศใหม่ของ สคบ.จะเปลี่ยนการคำนวณดอกเบี้ยแบบ “คงที่” มาเป็นแบบ “ลดต้นลดดอก” แต่อย่างใด

และการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกของ “สินเชื่อเช่าซื้อ” จะแตกต่างจาก “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” ที่ไม่สามารถนำเงินมาโปะเงินต้นเพื่อลดดอกเบี้ยหลายเดือนได้ แต่สามารถนำเงินมาโปะเพื่อปิดบัญชีได้ และได้ส่วนลดดอกเบี้ยตามจำนวนงวดที่ผ่อนชำระไปตามขั้นบันไดของประกาศ สคบ.

“การคำนวณค่างวดของลูกค้าเช่าซื้อ หลักการ คือ การนำดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก มาคำนวณเฉลี่ย ๆ ให้เป็นรายเดือน เดือนละเท่า ๆ กัน หรือเป็นดอกเบี้ยคงที่ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจของลูกค้า และซึ่งรวมของมาแล้วภาระเงินต้นและภาระดอกเบี้ยที่ลูกค้าจะต้องจ่ายเท่ากัน ไม่ว่าจะคำนวณด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบใดก็ตาม แต่ลูกค้าจะได้ประโยชน์จากประกาศใหม่ฉบับนี้ คือ การปิดบัญชีเท่านั้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...