โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

10 เดือนอสังหาฯเดือดพล่าน ซัพพลายคอนโดฯใหม่-บ้านพรีเมี่ยมทะลัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ธ.ค. 2565 เวลา 03.45 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2565 เวลา 03.45 น.
แฟ้มภาพ

สถิติ 10 เดือนแรกปี 2565 คอนเฟิร์มปีนี้ปรอทการลงทุนโครงการใหม่แทบแตก

โดย “LWS-ลุมพินี วิสดอม” สำรวจตลาดที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่สะสมในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในช่วง 10 เดือนแรก มีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 116% (YOY) มูลค่าเพิ่มขึ้น 91% (YOY)

สถิติเฉียด 9 หมื่นหน่วย

อัพเดตล่าสุดเป็นของฝ่ายวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด หรือ LWS บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ LPN หรือบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ ผลสำรวจตลาดอสังหาฯกรุงเทพฯ-ปริมณฑลสะสม 10 เดือนแรกปี 2565 (มกราคม-ตุลาคม 2565) มีจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ทั้งสิ้น 87,507 หน่วย เพิ่มขึ้น 116% เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 (YOY)

ในด้านมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ มีจำนวนรวม 373,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% (YOY)

คอนโดฯใหม่เบ่งเปิด 187%

รายละเอียดแบ่งเป็นการเปิดตัวคอนโดมิเนียม มีหน่วยเปิดตัวใหม่เพิ่มขึ้น 187% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2564

โดยมีจำนวน 81 โครงการ 44,797 หน่วย มูลค่า 117,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% (YOY) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน

และมีอัตราขายเฉลี่ยอยู่ที่ 30%

ในขณะที่สถิติการเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบ มีหน่วยเปิดตัวใหม่เพิ่มขึ้น 71% รวม 247 โครงการ จำนวน 42,710 หน่วย มูลค่า 256,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2564

และมีอัตราขายเฉลี่ยอยู่ที่ 12%

ทาวน์เฮาส์-บ้านแฝดพุ่ง

โดยสินค้า “ทาวน์เฮาส์” ช่วงราคา 2-3 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยเปิดตัวสูงที่สุดของภาพรวมโครงการบ้านแนวราบประเภททาวน์เฮาส์ โดยเปิดตัวในทุกทำเลรอบกรุงเทพฯ เช่น รังสิต บางบัวทอง และบางนา ฯลฯ

และมีอัตราขายได้เฉลี่ย 10%

ในส่วนของสินค้า “บ้านแฝด” ช่วงราคา 3-6 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยเปิดตัวสูงสุดในบ้านแนวราบประเภทบ้านแฝด โดยเปิดตัวอยู่ในทำเลบางนา บางพลี รังสิต และบางบัวทอง-นนทบุรี

และมีอัตราขายได้เฉลี่ย 20%

กราฟที่อยู่

บ้านพรีเมี่ยมทะลุแสนล้าน

ขณะที่สินค้า “บ้านเดี่ยว” เปิดตัวโครงการใหม่ระดับมากสุดที่ราคา 6-10 ล้านบาท โดยเปิดตัวสะสมในทำเลรังสิต-ลำลูกกา บางพลี-สมุทรปราการ และบางบัวทอง-นนทบุรี

และมีอัตราขายได้เฉลี่ย 12%

ไฮไลต์อยู่ที่โครงการบ้านระดับพรีเมี่ยม มีจำนวน 72 โครงการ มูลค่ารวม 107,687 ล้านบาท รูปแบบเป็นบ้านเดี่ยว คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 85%

ท็อป 3 บ้าน-โผไม่พลิก

ผลสำรวจชี้ให้เห็นด้วยว่า โครงการบ้านแนวราบที่เปิดตัวใหม่ 247 โครงการ 42,710 หน่วย

เป็นโครงการของบิ๊กแบรนด์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ สัดส่วน 75% ที่เหลือเป็นของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ และรายกลางรายเล็ก สัดส่วน 25%

ในด้านการแข่งขันมาจากใครบ้างนั้น ผลสำรวจระบุท็อป 3 ที่มีสถิติเปิดตัวสะสม ประกอบด้วยบริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 17.1%

รองลงมา บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) 8.1% บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ FPT สัดส่วน 7.0%

โดย LPN มีสัดส่วนการเปิดตัวสะสมอยู่ที่ 1.6%

ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดในด้านยอดขายพบว่า ท็อป 3 ประกอบด้วยค่ายเอพี ไทยแลนด์ 35.1% แสนสิริ 9.5% เฟรเซอร์สฯไทย 9.5% โดย LPN มีส่วนแบ่งตลาด 0.6%

ท็อป 3 คอนโดฯ-รีเจ้นท์บุกหนัก

อีกฟากหนึ่งเป็นสถิติการลงทุนใหม่โครงการคอนโดฯ ที่มีการเปิดตัวสะสม 81 โครงการ รวม 44,797 หน่วย

พบว่าเป็นการลงทุนของบิ๊กแบรนด์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ 67% ที่เหลือ 33% เป็นของบริษัทนอกตลาดและรายกลางรายเล็ก

โดยผู้ประกอบการท็อป 3 ที่มีหน่วยเปิดตัวใหม่สะสม ประกอบด้วย กลุ่มรีเจ้นท์โฮม 18.1% บริษัท โนเบิล
ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) 12.5% บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW 10.4%

โดย LPN มีการเปิดตัวคอนโดฯใหม่สัดส่วน 5.7%

ผลลัพธ์ของการเปิดตัวคอนโดฯใหม่ ทำให้ยอดขายสะสมท็อป 3 เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบด้วยกลุ่มรีเจ้นท์โฮมครองส่วนแบ่งการตลาด 42.3% โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ 8.3% แอสเซทไวส์ 7.4%

และ LPN มีส่วนแบ่งการตลาดด้านยอดขาย 1.7%

แบงก์หนุน “อนุมัติสินเชื่อ”

สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2565 ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2565 พบว่า อัตราเงินเฟ้อเดือนตุลาคมปรับตัวลดลง ทำให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 เดือนอยู่ที่ 6.15%

ในขณะที่ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนตุลาคม 2565 เพิ่มขึ้น 3.6% (YOY) ทำให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเฉลี่ย 10 เดือนแรกของปี 2565 ปรับเพิ่มขึ้น 6.3% (YOY)

โดยหมวดของ“ไม้และซีเมนต์” มีการปรับราคาสูงขึ้น 8.1% และ 6.9% ตามลำดับ

นอกจากนี้ อัตราการอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มสูงขึ้นเฉลี่ยที่ 35-40% ในปี 2565

เปรียบเทียบกับช่วงปี 2563-2564 มีอัตราอนุมัติสินเชื่อเฉลี่ยต่ำกว่า 30%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...