โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร

Health Daily

อัพเดต 01 พ.ย. 2564 เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2564 เวลา 11.30 น. • สุขภาพดีดี

ทุกคนคงเคยได้ยินโรคตากุ้งยิงกันมาบ้าง แต่วันนี้ สุขภาพดีดี.com ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร มาให้ทุกท่านได้อ่านกันค่ะ ต้องทำความรู้จักกันก่อนเลยว่า กุ้งยิง (Sty, Stye, Hordeolum) คือ การที่เกิดอาการตุ่มฝีเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นที่ขอบเปลือกตา ซึ่งมีขนาดประมาณ 0.2-1 เซนติเมตร สามารถพบเกิดได้กับเปลือกตาทั้งสองข้าง โอกาสในการเกิดแต่ละข้างมีใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังสามารถเกิดได้ทั้งกับเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง แต่มักพบว่าเกิดกับเปลือกตาบนมากกว่าเนื่องจากเปลือกตาด้านบนจะมีจำนวนต่อมต่าง ๆ มากกว่าเปลือกตาล่าง

โรคตากุ้งยิง เป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย ทั้งชายและหญิง อ้างอิงจากงานวิจัยส่วนมากพบว่าพบได้มากในเด็กที่มีอายุประมาณ 4-10 ปี ส่วนวัยผู้สูงอายุจะพบได้น้อย เพราะสารจากต่อมต่าง ๆ ในวัยผู้ใหญ่มักจะมีความเข้มข้นกว่าในวัยเด็กจากอิทธิพลของฮอร์โมน จึงก่อให้เกิดการอุดตันของท่อต่อมต่าง ๆ ได้ง่ายกว่า โดยตากุ้งยิงจะแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้

 

  • ตากุ้งยิงชนิดหัวผุด หรือ ตากุ้งยิงภายนอก

            เป็นการอักเสบของต่อมเหงื่อบริเวณผิวหนังตรงโคนขนตา ซึ่งจะมีลักษณะเป็นหัวฝีผุดให้เห็นชัดเจนบริเวณขอบตา มักจะมีขนาดกลางและไม่ใหญ่และหัวฝีจะชี้ออกด้านนอก

 

  • ตากุ้งยิงชนิดหัวหลบใน

 หรือ 

ตากุ้งยิงภายใน

            เป็นการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณเยื่อบุเปลือกตาซึ่งจะสามารถเห็นได้เวลาปลิ้นเปลือกตา โดยหัวฝีนั้นจะหลบซ่อนอยู่ด้านในของเปลือกตา 

มักมีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่และรุนแรงกว่าชนิดแรกและหัวฝีจะชี้เข้าด้านใน 

            แต่ในบางครั้งต่อมไขมันบริเวณเยื่อเปลือกตาอาจเกิดการอุดตันของรูเปิดเล็ก ๆ ทำให้มีเนื้อเยื่อรวมตัวกันอยู่ภายในต่อม จนกลายเป็นตุ่มนูนแข็งขนาดพอ ๆ กับกุ้งยิงได้ เรียกว่า ตาเป็นซิสต์ ซึ่งผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร หรือบางครั้งอาจมีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปจนทำให้เกิดการอักเสบ คล้ายกับการเป็นกุ้งยิงชนิดหัวหลบในได้ 

และเมื่อหายอักเสบแล้ว ตุ่มซิสต์ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

 

อาการของตากุ้งยิง

 

  • อาการเริ่มต้น 

            อาการของตากุ้งยิงส่วนใหญ่จะเริ่มจากมีอาการเคืองตาหรือคันตาคล้ายมีผงอยู่ในตาอยู่ตลอดเวลา ในบริเวณใกล้เคียงจะเกิดตุ่มฝี อาจมีน้ำตาไหล ทำให้ผู้ป่วยต้องขยี้ตาเสมอ ซึ่งในเวลาต่อมา 1-2 วันจะเริ่มบวมแดงและเจ็บเล็กน้อยในช่วงแรก

 

            ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาบริเวณที่ปวดนั้นจะกลายเป้นตุ่มแข็ง เมื่อแตะถูกจะเจ็บ ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกว่ามีอาการปวดที่บริเวณเปลือกตา ในลักษณะปวดแบบตุบ ๆเป็นระยะๆเฉพาะที่จุดใดจุดหนึ่ง เมื่อก้มศีรษะต่ำกว่าระดับเอว จะทำให้มีอาการปวดมากขึ้น ต่อมาตุ่มฝีจะค่อย ๆ นุ่มลง มีหนองนูนเป่ง เห็นเป็นหัวขาว ๆ เหลือง ๆ หลังจากนั้นหนองจะแตกและยุบไป นอกจากนี้ในบางครั้งผู้ป่วยอาจมีขี้ตาออกมากผิดปกติหรือมีขี้ตาไหล เปลือกตาบวม ปวดตา หรือตาแดง

 

  • ลักษณะของกุ้งยิง

 

            ส่วนมากกุ้งยิงมักจะขึ้นเพียงตุ่มเดียว อาจจะเป็นที่เปลือกตาบนหรือล่างก็ได้ น้อยคนนักที่จะเกิดขึ้นพร้อมกัน 2-3 ตุ่ม หากกุ้งยิงขึ้นบริเวณหางตามักจะมีอาการรุนแรง อาจทำให้หนังตาบวมแดงจนตาปิด 

ถ้าปล่อยทิ้งไว้ 4-5 วันต่อมา ตุ่มฝีมักจะแตกเอง แล้วหัวฝีจะยุบลงและหายปวด ถ้าหนองระบายออกได้หมดก็จะยุบหายไปภายใน 1 สัปดาห์ (ในบางรายที่ตุ่มฝีแตกและมีหนองไหลออกมา

            หากเชื้อรุนแรงหรือภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำ อาจก่อให้เกิดการอักเสบกระจายบริเวณโดยรอบก้อนและแผ่กว้างออกไป ซึ่งในระยะนี้จะก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดมากขึ้น และเด็กบางคนอาจมีไข้ร่วมด้วย) ในผู้ป่วยที่เคยเป็นตากุ้งยิงมาแล้วครั้งหนึ่ง อาจจะมีอาการกำเริบแบบเป็น ๆ หาย ๆ โดยอาจจะเป็นตรงจุดเดิม หรือย้ายที่ หรือสลับข้างไปมาก็ได้

 

สาเหตุของตากุ้งยิง

 

            สาเหตุเริ่มต้นจะเริ่มจากการที่มีฝุ่นหรือเชื้อโรคเข้าที่บริเวณดวงตา หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยเผลอไปใช้มือที่ไม่สะอาดขยี้ตาจนทำให้ต่อมบริเวณดวงตานั้นอุดตันและอักเสบ และต่อมาอาการของตากุ้งยิงเกิดจากกิารติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า  

 

เชื้อสแตฟีโลค็อกคัส (Staphylococcus)

 ซึ่งอาการอักเสบเริ่มจากท่อของต่อมต่างๆ ที่เกิดการอุดตันและทำให้เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าไปได้ ซึ่งทำให้แบคทีเรียเป็นจำนวนมากเข้าไปในส่วนดังกล่าวและเกินมากกว่าที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายสามารถจัดการได้ จึงก่อให้เกิดการอักเสบของต่อมดังกล่าวตามมา แล้วตามมาด้วยการบวมเป็นก้อนนูน มีหนองสะสม ก่อให้เห็นเป็นตุ่มฝี 

 

            นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมที่ทำให้เป็นตากุ้งยิงได้ง่าย เช่น

  • ไม่รักษาความสะอาด

 เช่น ปล่อยให้มือ ใบหน้า ผิวหนัง หรือเสื้อผ้าสกปรก  มักพบอาการอักเสบหรือตากุ้งยิงในกลุ่มคนที่ชอบใช้มือขยี้ดวงตา หรือแม้กระทั่งผู้ที่ไม่รักษาความสะอาดของใบหน้า ใช้เครื่องสำอางที่ใบหน้าและดวงตา รวมถึงการใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด

  • ผู้ที่มีโรคผิวหนังบริเวณใบหน้า

 หรือรูขุมขนเปิดกว้างที่เป็นสาเหตุที่ทำให้หน้ามัน จะเกิดการอุดตันของต่อมไขมันบริเวณใบหน้ารวมทั้งหนังตาได้สูงกว่าปกติ

  • มีความผิดปกติเกี่ยวกับสายตา

 เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเข สายตาเอียง จะทำให้มีโอกาสที่จะเป็นได้ง่าย

  • มีสุขภาพทั่วไปไม่ดีนัก

 เช่น เป็นโรคเรื้อรัง ไซนัสอักเสบ ขาดอาหาร อดนอน ฟันผุ

            

มีภาวะที่ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

 เช่น เป็นโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคพิษสุราเรื้อรัง กินยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน ๆ ผู้ที่มีหนังตาอักเสบเรื้อรัง

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...