โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

แบ่งที่ดินมรดกกันอย่างไร 3 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับมรดกที่ดิน

DDproperty

เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 02.20 น.
แบ่งที่ดินมรดกกันอย่างไร 3 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับมรดกที่ดิน

การจัดการมรดก หรือคดีมรดกนับเป็นเรื่องทางกฎหมายอย่างหนึ่งที่มักมีปัญหามากในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเริ่มตั้งแต่ใครเป็นทายาทบ้าง พินัยกรรมปลอมหรือไม่ ใครควรเป็นผู้จัดการมรดก ทายาทคนใดมีสิทธิได้รับมรดกเท่าไหร่บ้าง หรืออื่น ๆ อีกมากมาย และหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อย ๆ คือ จะแบ่งที่ดินมรดกกันอย่างไรในระหว่างทายาทหลายคน ในบทความนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ทรัพย์มรดกตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ใครและเมื่อใด

ทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาททันทีเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย (ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2519) หมายความว่าโดยผลของกฎหมายแล้วทายาทโดยธรรม หรือทายาทตามพินัยกรรมย่อมเป็นเจ้าของทรัพย์ทันที เพียงแต่ยังไม่ได้ไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ทายาทแต่ละคนไม่สามารถไปดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ด้วยตนเอง แต่จะต้องจัดการให้มีการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลเสียก่อน ซึ่งผู้จัดการมรดกนี้เองที่จะเป็นผู้กระทำการแทนกองมรดก (คล้าย ๆ กับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้น ก็คือทายาทของกองมรดก แต่ผู้ถือหุ้นก็ไม่สามารถกระทำการแทนบริษัทได้ ต้องตั้งกรรมการ ซึ่งก็คือผู้จัดการมรดก เพื่อไปดำเนินการแทนบริษัทนั่นเอง)

โดยผู้จัดการมรดกมีหน้าที่แบ่งปันทรัพย์สินให้แก่ทายาทตามที่กฎหมายหรือตามที่พินัยกรรมกำหนดไว้ จะจัดการมรดกตามใจตนเองไม่ได้ อาจเป็นความผิดอาญาได้ครับ

เมื่อมีผู้จัดการมรดกแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ขั้นตอนแรก ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์จากชื่อเจ้ามรดกให้เป็นของทายาทถือกรรมสิทธิ์รวม เช่น มีทายาท 5 คน ที่ดินแปลงนี้ด้านหลังก็จะระบุว่าแต่ละคนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม 20 ส่วนจาก 100 ส่วน (กรมที่ดินเรียกการจดทะเบียนแบบแบ่งส่วนนี้ว่า การจดทะเบียนบรรยายส่วน)

เมื่อทายาทได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมเท่า ๆ กันแล้ว ทำอย่างไรต่อไป

แน่นอนว่าในความเป็นจริงที่ดินที่มีเจ้าของรวมหลาย ๆ คน ก็เรียกได้ว่าแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะจะทำอะไรสักอย่างก็ต้องขอความเห็นชอบกันเป็นเรื่องยุ่งยาก

ในกรณีเช่นนี้หากทายาทที่ได้กรรมสิทธิ์รวมมาแล้วไม่ประสงค์จะถือกรรมสิทธิ์รวมกันต่อไป ก็สามารถขอให้แบ่งทรัพย์สินได้ โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1363 และมาตรา 1364 บัญญัติไว้แบบนี้

มาตรา 1363 เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้ เว้นแต่จะมีนิติกรรมขัดอยู่ หรือถ้าวัตถุที่ประสงค์ที่เป็นเจ้าของรวมกันนั้นมีลักษณะเป็นการถาวร ก็เรียกให้แบ่งไม่ได้

มาตรา 1364 การแบ่งทรัพย์สินพึงกระทำโดยแบ่งทรัพย์สินนั้นเองระหว่างเจ้าของรวม หรือโดยขายทรัพย์สินแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกัน

ถ้าเจ้าของรวมไม่ตกลงกันว่าจะแบ่งทรัพย์สินอย่างไรไซร้ เมื่อเจ้าของรวมคนหนึ่งคนใดขอ ศาลอาจสั่งให้เอาทรัพย์สินนั้นออกแบ่ง ถ้าส่วนที่แบ่งให้ไม่เท่ากันไซร้ จะสั่งให้ทดแทนกันเป็นเงินก็ได้ ถ้าการแบ่งเช่นว่านี้ไม่อาจทำได้หรือจะเสียหายมากนักก็ดี ศาลจะสั่งให้ขายโดยประมูลราคากันระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาดก็ได้

แบ่งที่ดินมรดกกันอย่างไร 3 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับมรดกที่ดิน

นอกจากนั้นยังมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6781/2545 ได้วางหลักไว้ดังนี้

“ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1363 เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้ แต่จะเรียกให้แบ่งในเวลาไม่เป็นโอกาสอันควรไม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้การแบ่งทรัพย์สินในเวลานั้นจะทำให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของรวมคนอื่น

การที่โจทก์และจำเลยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินพิพาท โดย หจก. อ. ที่มีโจทก์และจำเลยเป็นหุ้นส่วนและได้เลิกกิจการไปแล้วเปิดดำเนินกิจการอยู่ในอาคารบนที่ดินทั้งโจทก์และจำเลยมีปัญหากันถึงขนาดจำเลยฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญา โจทก์จึงมิได้เข้าไปในที่ดินและอาคารพิพาทอีก

แม้จะปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินและอาคารพิพาท แต่ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยฝ่ายเดียว มิใช่เพื่อผลประโยชน์ของเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมคนอื่นด้วย ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องแบ่งกรรมสิทธิ์รวมดังกล่าวจะฟังว่าโจทก์ฟ้องขอแบ่งในเวลาที่ไม่เป็นโอกาสอันควรไม่ได้

การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยเอาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทออกขายทอดตลาดเอาเงินที่ขายได้แบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่งในทันทีนั้นไม่ถูกต้อง เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 ได้บัญญัติกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินของเจ้าของรวมไว้เป็นขั้นตอนแล้ว

ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขโดยให้จำเลยแบ่งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง โดยให้โจทก์จำเลยแบ่งทรัพย์สินกันเองก่อน เมื่อไม่สามารถแบ่งได้ให้ประมูลราคาระหว่างกันเอง ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้นำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาด ได้เงินสุทธิเท่าใดให้แบ่งกันคนละครึ่ง”

จากข้อกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาข้างต้น วิธีการแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์มรดกระหว่างทายาทอาจแบ่งเป็นขั้นตอนได้ดังนี้

– แบ่งกันเองก่อน ถ้าตกลงกันได้ก็ไปจดทะเบียนแบ่งแยกกันเองได้เลย

– หากแบ่งกันเองไม่ได้ ทายาทคนใดคนหนึ่งมีสิทธิยื่นคำร้องขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมต่อศาล โดยศาลจะพิพากษาให้แบ่งตามลำดับนี้คือ ให้แบ่งทรัพย์สินกันเองก่อน ถ้าแบ่งไม่ได้ให้ประมูลระหว่างกันเองใครเสนอราคาสูงสุดก็ได้ไป ถ้าประมูลกันไม่ได้ให้เอาออกขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินกัน

ควรป้องกันปัญหาการแบ่งที่ดินมรดกอย่างไร

เพื่อป้องกันปัญหายุ่งยากในลักษณะนี้ เจ้ามรดกควรทำพินัยกรรมแบ่งทรัพย์สินให้ชัดเจนไปเลยเสียตั้งแต่ต้น โดยหากทายาทคนใดได้ที่ดินมรดกที่มีมูลค่ามากกว่าทายาทคนอื่นก็อาจจะชดเชยให้ทายาทคนอื่นได้รับทรัพย์มรดกอย่างอื่นเพิ่มขึ้นแทน หรือมิเช่นนั้นก็ให้จดทะเบียนแบ่งแยกเป็นส่วนเท่า ๆ กัน ตั้งแต่เจ้ามรดกยังมีชีวิตอยู่

เพราะหากเจ้ามรดกตายไปแล้วบรรดาทายาทด้วยกันคงไม่ยอมรับให้แบ่งที่ดินตามความเห็นของคนอื่น หรือไม่อย่างนั้นก็แบ่งให้ทายาทแต่ละคนไปในลักษณะเดียวกัน คือใครได้รับที่ดินที่มีมูลค่าน้อยกว่าก็อาจได้ทรัพย์มรดกอย่างอื่นชดเชยไปตั้งแต่เจ้ามรดกยังมีชีวิตอยู่

จากประสบการณ์ของผู้เขียน การจัดการมรดกเป็นคดีที่นับได้ว่าง่ายที่สุดและยากที่สุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียวครับ ในกรณีง่ายคือทายาททุกคนตกลงกันได้ ก็ไปร้องขอศาลตั้งผู้จัดการมรดก ไปศาลครั้งเดียวจบ แล้วผู้จัดการมรดกก็มาทำหน้าที่ต่อไป

ในกรณียากคือเริ่มต้นทะเลาะกันตั้งแต่ใครเป็นผู้จัดการมรดก พอศาลชี้ขาดแล้วว่าใครเป็น คนที่ได้รับแต่งตั้งก็มาจัดการมรดกโดยถูกทายาทคนอื่น ๆ ฟ้องร้องคัดค้านตลอดเวลา

เพราะฉะนั้น เรื่องมรดกนี้เจ้ามรดกควรจัดการให้ดีเสียตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ จะทำอะไรทายาทก็เกรงใจ ภายหลังหากเสียชีวิตไปแล้วจะได้ไม่ทิ้งข้อพิพาทไว้ให้ลูกหลาน

เรื่องข้างต้นเขียนโดย ปกรณ์ อุ่นหิรัญสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอว์ แอนด์ เอควิตี้ จำกัด หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ pakorn@lawandequity.co

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...