โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อควรระวังการหาเสียง ช่วงรอมฎอนที่ชายแดนใต้

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 05 เม.ย. 2566 เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2566 เวลา 02.09 น.

รายงานพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

Shukur2003@yahoo.co.uk

ข้อควรระวังการหาเสียง

ช่วงรอมฎอนที่ชายแดนใต้

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตมุฮัมมัดและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ชายแดนภาคใต้โค้งสุดท้ายก่อนรับรอมฎอนระดับหัวหน้าพรรค (เกือบ) ทุกพรรค ลงหาเสียงตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงคืน

อย่างไรก็แล้วแต่ ช่วงเดือนรอมฎอน หรือถือศีลอด ตั้งแต่ 23 มีนาคม 2566-22 เมษายน 2566 การลงพื้นที่เพื่อหาเสียงของแต่ละพรรคคงต้องปรับอย่างแน่นอน

เพราะวิถีชีวิตมุสลิมช่วงเดือนนี้แตกต่างจากทุกวันรวมทั้งมีข้อควรระวังการหาเสียง

ศีลอดคืออะไร

บรรดานักปราชญ์อิสลามได้ให้คำจำกัดความของการถือศีลอด (นิยามในภาษาอาหรับ) ไว้ว่า “การถือศีลอดหมายถึงการงดเว้นจากการบริโภค การละเมิดกฎกติกามารยาทและการปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำนับตั้งแต่แสงรุ่งอรุณจนถึงดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า (เวลากลางวัน)” อยู่ในประมาณเวลา 04.40-18.30 น.

กฎกติกามารยาทมีดังนี้

– เงื่อนไขของการถือศีลอด 1.นับถือศาสนาอิสลาม 2.บรรลุนิติภาวะ 3.มีความสามารถถือศีลอดได้ 4.มีสติสัมปชัญญะ 5.ไม่ใช่ผู้เดินทาง

– เงื่อนไขของการถือศีลอดที่ใช้ได้ 1.นับถือศาสนาอิสลาม 2.มีสติสัมปชัญญะ 3.ไม่มีประจำเดือน หรือเลือดหลังคลอด 4.การตั้งเจตนาด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ความจำเป็นที่สามารถอนุโลมไม่ต้องถือศีลอดได้แก่ ผู้ที่มีคุณสมบัติ 1.เดินทาง 2.ป่วย (ที่นำมาซึ่งความหายนะต่อร่างกาย) 3.หิวหรือกระหายจนเกินไป 4.ถูกบังคับ 5.ผู้ที่ทำงานหนัก 6.ผู้ที่ต้องการช่วยคนจมน้ำ 7.ตั้งครรภ์ 8.คนที่ให้นมลูก 9.คนชรา (โดยผู้ที่ได้รับการอนุโลมไม่ให้ถือศีลอดในกรณีดังกล่าวทั้ง 6 ข้อแรกต้องถือศีลอดชดเชยภายหลัง ส่วนบุคคล 3 กลุ่มหลังดังกล่าวสามารถเลือกระหว่างการถือศีลอดชดเชยและจ่ายทานชดเชย กล่าวคือ บริจาคอาหารให้คนจนจำนวน 1 มื้อต่อ 1 วันที่ขาดไป)

– สิ่งที่ทำให้การถือศีลอดเป็นโมฆะและจำเป็นต้องชดเชยนั้น ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

1. เจตนาบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม (โดยไม่มีความจำเป็นทางศาสนา)

2. เจตนาทำให้น้ำอสุจิหลั่งออกมา (จะด้วยวิธีใดก็ตาม)

3. เสียสติ (โดยเป็นบ้าเป็นลมหรือสลบ)

4. เจตนาทำให้สิ่งใดล่วงล้ำเข้าไปภายในอวัยวะที่เป็นรู (เช่น หู จมูก ทวารหนัก และทวารเบา)

5. เจตนาทำให้อาเจียน

6. ปรากฏมีเลือดประจำเดือน (หัยฎฺ) และเลือดหลังคลอด (นิฟาส)

7. มุรตัด (สิ้นสภาพการเป็นมุสลิม)

– สำหรับผู้ที่เจตนาร่วมประเวณีในเวลากลางวันนั้น บุคคลดังกล่าวจะต้องถือศีลอดชดเชยพร้อมกับการขอไถ่โทษและถูกประจาน (ประกาศให้คนในชุมชนรู้) โดยกระบวนการขอไถ่โทษนั้นจะต้องปฏิบัติดังนี้ ปล่อยทาสหญิงให้เป็นอิสระ 1 คน หรือหากไม่มีความสามารถจะต้องถือศีลอดชดเชย 2 เดือนติดต่อกัน หรือหากไม่มีความสามารถอีกก็จะต้องบริจาคอาหารแก่คนยากจน 60 ทะนาน จำนวนคนละ 1 ทะนาน

– สิ่งที่พึงกระทำในการถือศีลอด

1. รับประทานอาหารมื้อที่ 2 (ประมาณเวลา 02.00-04.30 น.) ให้ช้าที่สุด

2. รีบละศีลอดด้วยอินทผาลัมก่อนละหมาดมัฆริบ

3. ไม่แปรงฟันหลังเวลาเที่ยง

4. บริจาคทาน

5. อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน

6. การปฏิบัติศาสนกิจในมัสยิด

7. ทำดีและละเว้นความชั่วทุกชนิด

เป้าหมายการถือศีลอด

พระเจ้าได้ตรัสว่า “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย การถือศีลอดได้ถูกกำหนดแก่สูเจ้า ดังที่พระองค์ได้เคยบัญญัติแก่ชนยุคก่อนจากท่าน เพื่อว่าสูเจ้าจะเป็นผู้ที่ยำเกรง” (อัลกุรอาน บทที่ 2 โองการที่ 183)

คำว่าผู้ยำเกรงตามทรรศนะอิสลาม หมายถึงการกระทำความดีและละเว้นความชั่ว

อิหม่ามชะฮาบุดดีน ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกอิสลาม ได้อธิบายคำว่า ความดีในหนังสือ (al-Furuk) หน้า 15 ไว้ว่า “การกระทำความดีหมายถึงการช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอ การบริจาคทานแก่คนยากจน การให้อาหารแก่ผู้ที่หิวโหย การให้เครื่องนุ่งห่มแก่ผู้ขัดสน การพูดจาไพเราะอ่อนโยนกับทุกคน การให้ความเมตตาต่อผู้คน การปรึกษาหารือซึ่งกันและกัน เพื่อขจัดความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาท และอื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวกับความดีทุกชนิด”

ท่านศาสดามุฮัมมัดกล่าวว่า “การถือศีลอดเป็นโล่ ถ้าหากว่าผู้หนึ่งในพวกท่านถือศีลอดในวันหนึ่งแล้วเขาไม่ทำชั่วและพูดจาหยาบคาย เมื่อมีผู้หนึ่งด่าทอต่อเขาหรือระบายความไม่ดีแก่เขา (ผู้ถือศีลอด) จงกล่าวว่า แท้จริงฉันถือศีลอด”

การถือศีลอดคือการขัดเกลาและฝึกฝนวิญญาณของมนุษย์เกี่ยวกับการอดทนและมีความพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ในแนวทางของอัลลอฮฺสุบหานะฮูวะตะอาลา

การถือศีลอดเป็นการรักษาร่างกายทั้งภายนอกและภายใน อีกทั้งยังได้มาซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ นั้นคือ การตักวา (การมีความสำนึกถึงอัลลอฮ หรือความเกรงกลัวอัลลอฮฺ)

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า กลางวันมุสลิมจะถือศีลอด งดเว้นจากการรับประทานอาหาร หักห้ามจากการทำไม่ดี ในขณะที่กลางคืนจะรวมตัวปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิด (บางมัสยิดมีคนเป็นพันทั้งผู้ใหญ่ วัยรุ่น และเด็กๆ หญิงและชาย) โดยเฉพาะช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนการปฏิบัติศาสนกิจนั้นจะมีความเข้มข้นทั้งกลางวันและกลางคืน

ข้อควรระวังลงพื้นที่หาเสียง

1.(อ้าง) เกณฑ์ชาวบ้านตรวจราชการ

ในช่วงเดือนรอมฎอนไม่ควรอย่างยิ่งในการเกณฑ์คนไปฟังปราศรัยโดยเฉพาะช่วงเย็นใกล้ในเวลาใกล้ละศีลอด

อย่างไรก็แล้วแต่ มีแนวโน้มที่ผู้สมัครแต่ละคนแต่ละพรรคจะลงไปตามมัสยิด หรือชุมชนต่างๆ ที่เขาจะจัดงานละศีลอดร่วมซึ่งจะมีผู้นำศาสนา ตัวแทนผู้นำจากหลากภาคส่วนและประชาชนหลายพันหรืออาจถึงหมื่นร่วมกิจกรรม อย่างไรก็แล้ว ผู้สมัครจะต้องละมัดระวัง ก็บริจาคสมทบทุนเพื่อละศีลอด เพราะอาจผิดกฎหมาย กฎระเบียบ กกต.

3. ไม่ใช้ศาสนาหวังคะแนนเสียง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ประชาชนมีวิถีชีวิตผูกพันกับศาสนา แต่ละวันจะมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับศาสนา มีผู้คนร่วมในศาสนสถาน เช่น มัสยิด ทุกอาทิตย์ ทุกวันศุกร์ประชาชนจะรวมตัวไปละหมาด อีกทั้งต้องฟังปาฐกถาธรรม หรือคนพื้นที่เรียกว่า คุตบะห์ ซึ่งมีไม่น้อยที่นักการเมืองจะใช้โอกาสนี้ร่วมกิจกรรม แต่ขณะนี้ผู้นำศาสนาและชาวบ้านเริ่มรณรงค์ไม่ใช้มิมบัร (แท่นอ่านคุตบะห์) และคุตบะห์ เป็นเวทีในการหาเสียง เพราะจะยิ่งสร้างความแตกแยกในชุมชน

นอกจากนี้ ผู้นำศาสนาและสำนักจุฬาราชมนตรี เริ่มรณรงค์ ห้ามนักการเมืองและประชาชนซื้อสิทธิ์ขายเสียงแม้บางคนจะพยายามเลี่ยงบาลี ด้วยวาทกรรมต่างๆ ในช่วงนี้ ไม่ว่า ฮิบะห์ ศอดาเกาะห์ และฮาดียะห์ มันก็เข้าข่ายริซวะห์ (สินบน) ตามหลักกฎหมายอิสลาม ผิดทั้งกฎหมายและหลักการอิสลาม โดยเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอนอันมีเกียรติอันทรงคุณค่าจะมาเสียเพราะการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...