โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ฟังพูดไม่รู้เรื่อง อาจเป็นโรค Aphasia

Health Daily

เผยแพร่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 11.00 น. • สุขภาพดีดี

ฟังพูดไม่รู้เรื่อง อาจเป็นโรค Aphasia

โรคฟังพูดไม่รู้เรื่อง หรือ Aphasia เป็นภาวะบกพร่องทางการสื่อความ เป็นความผิดปกติทางการสื่อสาร ซึ่งมักเป็นผลมาจากสมองได้รับความเสียหายจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตกหรือการได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ

ทำให้ผู้ป่วยมีความผิดปกติในด้านทักษะของการสื่อสารและการใช้ภาษา ไม่สามารถโต้ตอบหรือทำความเข้าใจได้ และอาจมีปัญหาทางด้านการอ่านและการเขียนร่วมด้วย

ภาวะดังกล่าวมีอยู่หลายรูปแบบ แต่โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ

ชนิดที่มีปัญหาด้านการรับรู้ทางภาษาเป็นปัญหานำ
ชนิดที่มีปัญหาด้านการแสดงออกทางภาษาเป็นปัญหานำ
ชนิดที่มีปัญหาทั้งด้านการรับรู้และการแสดงออกทางภาษา
ชนิดที่มีปัญหาด้านการนึกคำพูด
ซึ่งในแต่ละรูปแบบจะมีสาเหตุและอาการที่แตกต่างกันออกไป นอกจากรักษาที่สาเหตุแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับการแก้ไขภาวะนี้ด้วยการบำบัดฟื้นฟู การใช้ภาษาและการสื่อสารร่วมด้วย สุขภาพดีดี.com ในหัวข้อของ ฟังพูดไม่รู้เรื่อง อาจเป็นโรค Aphasia ได้รวบรวมข้อมูลดีดีมาให้อ่านกันค่ะ

ปัญหาด้านการรับรู้ทางภาษาเป็นปัญหานำ
ชนิดที่มีปัญหาด้านการรับรู้ทางภาษาเป็นปัญหานำ (receptive aphasia, sensory aphasia หรือ Wernicke’s aphasia) พยาธิสภาพของสมองอยู่ที่ส่วนกลางของสมองส่วนหน้า (Wernicker’ s area) ผู้ป่วยจะมีความบกพร่องด้านการฟังและการอ่านเป็นหลัก

โดยมักจะพูดได้คล่องและชัดเจน แต่ไม่เข้าใจคำพูดของตัวเอง หรือไม่รู้ว่าตัวเองพูดผิดแต่บางรายอาจมีการสร้างคำพูดใหม่ ๆ ขึ้นมาเองได้อาจสรุปปัญหาด้านการรับรู้ทางภาษาในผู้ป่วยประเภทนี้ได้ดังนี้

ปัญหาในการฟังเข้าใจคำพูด
ปัญหาในการอ่านหนังสือ
ปัญหาในการพูดตาม
ปัญหาด้านการแสดงออกทางภาษาเป็นปัญหานำ
ชนิดที่มีปัญหาด้านการแสดงออกทางภาษาเป็นปัญหานำ (expressive aphasia, motor aphasia หรือ Broca’s aphasia) พยาธิสภาพของสมองอยู่ที่ส่วนหน้าของสมองซีกซ้าย (Broca’s area)

ผู้ป่วยจะมีความบกพร่องด้านการพูดและการเขียนหนังสือเป็นหลัก โดยจะสามารถฟังเข้าใจคำพูดของผู้อื่นหรืออ่านหนังสือได้ แต่ไม่สามารถพูดคุยหรือพูดบอกความต้องการของตัวเองได้อาจสรุปปัญหาด้านการพูดในผู้ป่วยประเภทนี้ได้ดังนี้

พูดไม่ชัดอาจจะพูดไม่ชัดแบบ apraxia หรือ dysarthria ร่วมด้วย แล้วแต่ความรุนแรงและตำแหน่งของพยาธิสภาพ
พูดเฉพาะคำสำคัญของประโยค
พูดไม่คล่องตะกุกตะกัก หยุดพูดระหว่างคำบ่อยและนานกว่าปกติเพราะต้องหยุดนึกหาคำพูด
พูดใช้เสียงหนึ่งแทนเสียงหนึ่งหรือใช้คำหนึ่งแทนอีกคำหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ปัญหาในการพูดตาม
ปัญหาในการคิดคำนวณหรือการนับเงินตรา
ปัญหาในการพูดสิ่งที่เรียงลำดับ
ปัญหาในการนึกคิดหาคำพูดหรือคำศัพท์ต่างๆ

ปัญหาทั้งด้านการรับรู้และการแสดงออกทางภาษา

ชนิดที่มีปัญหาทั้งด้านการรับรู้และการแสดงออกทางภาษา (receptive-expressive aphasia หรือ Global aphasia) พยาธิสภาพของสมองอยู่ที่สมองซีกซ้าย (Wernicke’s area และ Broca’s area) ผู้ป่วยจะมีปัญหาในการสื่อสารทั้งด้านการรับรู้และการแสดงออกทางภาษาในระดับใกล้เคียงกัน

มีความบกพร่องของปัญหาทั้ง 2 แบบข้างต้น โดยจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของพยาธิสภาพของโรคว่าอยู่ที่ Wernicke’s area หรือ Broca’s area ขั้นรุนแรงอาจพูดไม่ได้ ร่วมกับฟังไม่เข้าใจเลยก็เป็นได้

ปัญหาด้านการนึกคำพูด
ชนิดที่มีปัญหาด้านการนึกคำพูด (Amnesic aphasia) ผู้ป่วยมีความลำบากในการนึกคิดคำศัพท์เป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วย aphasia ประเภทอื่น ๆ ด้วยผู้ป่วยจะพูดได้คล่องชัดเจนถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่จะพูดอ้อมค้อมและอธิบายถึงสิ่งที่ต้องการจะพูดแทนคำศัพท์ที่นึกไม่ออกหรือใช้คำอื่นแทนคำที่ต้องการจะพูด

เช่นพูดว่า “สิ่งที่เอาไว้นั่ง” แทน “เก้าอี้” เป็นต้นในรายที่เป็นรุนแรงมากจะมีท่าทางลังเลในสิ่งที่จะพูดอัตราการพูดช้าลงส่วนด้านการฟังคำพูดจะปกติดีปัญหาด้านความเข้าใจในการอ่านและการเขียนจะแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงสำหรับความบกพร่องในการคิดคำนวณหรือการนับเงินตราจะมีปัญหาน้อยมาก

การป้องกัน Aphasia

การลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ Aphasia สามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อสมองและดูแลสุขภาพของสมองด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
รับประทานอาหารที่มีโซเดียมและไขมันต่ำ
งดการสูบบุหรี่
ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสมและเท่าที่จำเป็น
ควบคุมระดับความดันโลหิตและไขมันในเลือด
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบการไหลเวียนโลหิต ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
หากสงสัยว่ามีอาการของภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ควรเข้าพบแพทย์โดยเร็วที่สุด รวมถึงหากมีภาวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเช่นกัน

การรักษา Aphasia

แพทย์จะรักษาภาวะ Aphasia ด้วยวิธีการบำบัดทางการพูดและภาษาเป็นหลัก เพื่อฟื้นฟูความสามารถด้านการใช้ภาษาและเสริมทักษะการสื่อสาร โดยผู้ป่วยจะได้รับการประเมินสุขภาพทั่วไป ระดับความผิดปกติของการใช้ภาษา และทักษะทางสังคมก่อนเข้ารับการบำบัดจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

การบำบัดดังกล่าวมีทั้งการบำบัดกับผู้เชี่ยวชาญ การทำกลุ่มบำบัด และการทำครอบครัวบำบัด โดยในขั้นตอนของการบำบัด แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะฝึกหรือทบทวนการใช้คำ ใช้ประโยคที่ถูกต้อง การพูดทวน และการถามตอบที่เหมาะสมให้แก่ผู้ป่วย รวมทั้งมีการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้คำศัพท์และเสียงของคำต่าง ๆ

เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร เข้าร่วมบทสนทนา สื่อสารได้เมื่อถึงเวลาของตนเอง เข้าใจในข้อผิดพลาดทางการใช้คำและแก้ไขบทสนทนาที่ผิดพลาดนั้นได้

โดยทั่วไป อาการของผู้ป่วยจะค่อย ๆ ได้ผลดีขึ้นหลังทำการบำบัดติดต่อกัน แต่บางรายอาจใช้เวลานานกว่าปกติในการบำบัด โดยจากการศึกษาพบว่าการบำบัดจะได้ผลที่ดีที่สุดเมื่อเริ่มทันทีหลังจากที่ร่างกายและสมองเริ่มฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บจนอยู่ในอาการที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ยาเพื่อรักษาภาวะ Aphasia แต่ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษาและทดสอบ ซึ่งยาดังกล่าวเป็นยาที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดภายในสมอง ช่วยในการฟื้นฟูการทำงานของสมอง หรือเป็นยาที่ช่วยทดแทนสารสื่อประสาทในสมองของผู้ป่วยที่ขาดหรือหมดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...